bg-single

โลกที่ปกครองโดยเด็ก 6 ขวบ : บทเรียนแห่งความเรียบง่าย

19.08.2025

ฝนไม่ถึงดิน | ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

โลกที่ปกครองโดยเด็ก 6 ขวบ

: บทเรียนแห่งความเรียบง่าย

ก่อนการประชุมบอร์ดประกันสังคมแทบทุกครั้งผมต้องปวดหัว และจินตนาการว่าพรุ่งนี้จะเจออะไร

จะเจอเหตุผลที่น่าปวดหัวของผู้สูงวัยที่ตั้งใจจะไม่เข้าใจอะไร

ตั้งใจจะอนุมัติโครงการมหาศาลให้คนไม่กี่คนได้ประโยชน์แต่เมินเฉยต่อสิทธิประโยชน์ของคนธรรมดา เรื่องของคนท้อง คนป่วย คนแก่

เมื่อผมมีโอกาสปรารภกับมิตรสหายร่วมอุดมการณ์ พวกเขาและเธอมีข้อเสนอที่น่าสนใจและเรียบง่ายว่า เราแค่ต้องการ “เด็ก 6 ขวบที่มีอำนาจในการปกครองทั้งโลก”

ฟังดูแล้วมันอาจเป็นเรื่องขำขัน แต่เมื่อผมฟังคำอธิบายมันน่าสนใจไม่น้อย ถ้าเด็ก 6 ขวบมีอำนาจที่จะส่งเสียงได้

พวกเขาคงเรียกร้อง ความมั่นคงทางอาหาร มากกว่าความมั่นคงทางทหาร พวกเขาอยากเล่นมากกว่าการทำสงคราม พวกเขาอยากให้คุณตาได้บำนาญเพิ่มเพื่อมีเงินซื้อขนมให้พวกเขา พวกเขาอยากให้แม่ลาพักผ่อนได้มากขึ้น หรือให้พ่อมีเวลาเล่น คุณยายไม่ต้องรอคิวรักษาพยาบาลนาน….

หรือโดยสรุปเราจะใส่ใจสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่านี้

“มันคือสิ่งที่พวกเราต้องการไม่ใช่หรือ” มิตรสหายถามผมอย่างจริงจัง

ผมเก็บมาครุ่นคิดจนเขียนบทความนี้

จินตนาการดูสิ หากโลกนี้ไม่ได้ถูกปกครองโดยนักการเมืองวัยชรา แต่เป็นเด็กอายุ 6 ขวบ จะเกิดอะไรขึ้น

บางทีคำตอบอาจไม่ได้แปลกแยกจากความจริงเท่าที่เราคิด และบางทีเราอาจได้เรียนรู้บางสิ่งที่สำคัญจากจินตนาการนี้

เด็ก 6 ขวบคือรูปธรรมของนักอุดมคติที่แท้จริง

พวกเขารู้อะไรที่สำคัญโดยสัญชาตญาณ เมื่อพวกเขาหิว พวกเขาต้องการอาหาร เมื่อเหนื่อย พวกเขาต้องการนอน เมื่อเศร้า พวกเขาต้องการการปลอบ เมื่อดีใจ พวกเขาต้องการแบ่งปันความสุขกับคนอื่น นักอุดมคติฝันถึงสังคมที่ทุกคนมีความเท่าเทียม มีอิสรภาพ และมีความสุข

แต่เด็กไม่ได้ฝัน – พวกเขาใช้ชีวิตตามหลักการนี้โดยธรรมชาติ

พวกเขาไม่ได้เขียนทฤษฎีหรือปรัชญา แต่ปฏิบัติเพื่ออุดมคติโดยไม่รู้ตัว

ในโลกที่ปกครองโดยเด็ก นโยบายสาธารณะคงจะเรียบง่ายแต่ตรงตามหลักอุดมคติที่สุด

ทุกคนต้องมีอาหารกิน ทุกคนต้องมีที่นอน ทุกคนต้องได้เล่น และทุกคนต้องรู้สึกปลอดภัย ไม่มีสูตรเศรษฐกิจซับซ้อนเพื่อเอื้อประโยชน์ให้คนส่วนน้อย

ไม่มีกลยุทธ์ทางการเมืองเพื่อยึดครองอำนาจ แค่ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ทุกคน

ในขณะที่เด็กคิดเรื่องการแบ่งปันขนมกันให้ทั่ว

ผู้สูงอายุที่มีอำนาจกลับหมกมุ่นกับตัวเลขที่ไม่มีความหมายต่อชีวิตจริง GDP การแข่งขันเพื่ออันดับโลก การสร้างกำลังทหารเพื่อข่มขู่กัน

เมื่อเด็กโกรธกัน พวกเขาอาจจะโกรธกัน แต่ไม่นานก็จับมือกันเล่นต่อ ไม่มีการจดจำแค้นข้ามรุ่น ไม่มีการวางแผนแก้แค้นยาวนานและไม่ส่งคนหนุ่มสาวสู่สงครามตามความฝันของคนชรา

ผู้สูงอายุที่ปกครองโลกขณะนี้ กลับให้ความสำคัญกับสิ่งที่ผิด

พวกเขาสนใจราคาหุ้นมากกว่าเด็กที่ไม่มีอาหารกิน

ห่วงการเลือกตั้งครั้งหน้ามากกว่าโลกร้อนที่จะทิ้งไว้ให้รุ่นหลัง

ใส่ใจงบประมาณทหารมากกว่างบประมาณการศึกษา

พวกเขาเห็นการเมืองเป็นเกมแห่งอำนาจมากกว่าเครื่องมือในการดูแลประชาชน

สิ่งที่เด็กถือว่าสำคัญที่สุด – ความอิ่มอร่อย ความปลอดภัย ความรัก และมิตรภาพ – กลับถูกมองว่าเป็น “เรื่องเล็กน้อย” ในสายตาของผู้มีอำนาจ

ขณะที่สิ่งที่พวกเขาให้ความสำคัญ – อำนาจ เงิน และสถานะ – กลับไม่ได้ทำให้ใครมีความสุขจริงๆ

เด็กไม่ได้เกิดมาพร้อมกับอคติ พวกเขาไม่แบ่งแยกคนตามสีผิว ศาสนา หรือเชื้อชาติ เว้นแต่จะถูกสอนให้ทำ การล่วงละเมิดทางเพศ การใช้ความรุนแรงเพื่อผลประโยชน์ การหลอกลวงเพื่อความมั่งคั่ง

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้อยู่ในธรรมชาติของเด็ก แต่ในโลกของผู้สูงอายุที่มีอำนาจ

อุดมคติเหล่านี้กลับถูกบิดเบี้ยว พวกเขาสร้างระบบที่แบ่งแยกและเอารัดเอาเปรียบกัน ปลูกฝังความเกลียดชังเพื่อรักษาอำนาจ และสอนให้คนรุ่นใหม่เชื่อว่าการแข่งขันและการเอาชนะกันเป็นสิ่งธรรมชาติของมนุษย์

ในโลกที่เด็กปกครอง สงครามคงเกิดขึ้นยาก เพราะเด็กไม่เข้าใจว่าทำไมต้องฆ่าคนที่ไม่เคยทำร้ายเรา

พวกเขาคิดถึงคุณตาคุณยายของตนเอง และเข้าใจว่าทุกคนสมควรได้รับการดูแลในวัยชรา มากกว่าการลงทุนซื้ออาวุธเพื่อทำลายล้างกัน

แต่ผู้สูงอายุที่มีอำนาจกลับเลือกที่จะใช้จ่ายเงินมหาศาลกับการสร้างอาวุธ แทนที่จะสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน หรือบ้านพักคนชรา

แน่นอนว่าเด็ก 6 ขวบไม่สามารถจัดการกับปัญหาซับซ้อนทางเทคนิคได้ พวกเขาอาจตัดสินใจด้วยอารมณ์ชั่วขณะ อาจเกิดความขัดแย้งเรื่องเล็กน้อย

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรเรียนรู้จากพวกเขา ปัญหาไม่ได้อยู่ที่อายุ แต่อยู่ที่ระยะเวลาที่คนๆ หนึ่งมีอำนาจ คนที่อยู่ในตำแหน่งนานเกินไปมักลืมว่าตนเองมาทำงานเพื่ออะไร

ระบบที่ให้คนคนเดียวมีอำนาจมากเกินไปและนานเกินไปคือต้นตอของปัญหา

บางทีสิ่งที่เราต้องการไม่ใช่การให้เด็กมาปกครองโลก

แต่เป็นการนำอุดมคติที่เด็กใช้ชีวิตอยู่ทุกวันกลับมาสู่การบริหารโลก

เราควรวัดความสำเร็จของประเทศด้วยจำนวนเด็กที่มีความสุข คนที่หลับสบาย คนที่หัวเราะทุกวัน แทนที่จะเป็นตัวเลข GDP หรือจำนวนอาวุธที่ไม่ได้ทำให้ใครมีความสุข

เราควรถามตัวเองว่า นโยบายนี้จะช่วยให้เด็กอายุ 6 ขวบเข้าใจและยอมรับได้หรือไม่ ถ้าเราอธิบายให้เด็กฟังแล้วเขาไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำ บางทีนั่นก็หมายความว่ามันซับซ้อนและผิดพลาดเกินไป หรือแย่กว่านั้น – มันอาจเป็นข้ออ้างเพื่อปกปิดความเห็นแก่ตัวและการแสวงหาผลประโยชน์

โลกที่เด็กปกครองอาจวุ่นวายบ้าง แต่คงไม่โหดร้ายเหมือนโลกปัจจุบันที่ถูกปกครองโดยผู้สูงอายุที่ลืมคุณค่าแท้จริงของชีวิต เด็กรู้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดคืออาหาร ความสนุก ที่นอน ความรัก และมิตรภาพ – สิ่งที่นักอุดมคติทุกยุคสมัยพยายามอธิบายด้วยทฤษฎีซับซ้อน

แต่เด็กเข้าใจโดยสัญชาตญาณ พวกเขาไม่ได้มองหาการพิชิต แต่มองหาการแบ่งปัน ไม่ได้ต้องการครอบครอง แต่ต้องการเป็นเพื่อน

ในขณะที่ผู้สูงอายุที่มีอำนาจยังคิดว่าความเข้มแข็งมาจากการเอาชนะคนอื่น เด็กรู้ว่าความเข้มแข็งที่แท้จริงมาจากการช่วยเหลือและดูแลกัน

ในยุคที่โลกเต็มไปด้วยความซับซ้อนและความขัดแย้ง บางทีคำตอบที่เราต้องการกลับเรียบง่ายเหมือนความคิดของเด็ก 6 ขวบ

ถึงเวลาแล้วที่เราควรฟังเสียงของนักอุดมคติตัวจริงเหล่านี้ ไม่ใช่เพื่อให้พวกเขามาปกครองเรา แต่เพื่อเตือนเราให้จำได้ว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคืออะไร

และเป้าหมายสุดท้ายของการปกครองคือการทำให้ทุกคนมีความสุข ไม่ใช่การทำให้คนส่วนน้อยมีอำนาจและความมั่งคั่งมากเกินความจำเป็น ให้ทุกคนมีอาหาร มีที่นอน มีความรัก และมีเพื่อน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

หลายภาคส่วน ร่วมประชุมจัดทำแผนโครงการด้านทรัพยากรน้ำ – ระบบ Thai Water Plan ในฤดูฝน เสริมความมั่นคงด้านน้ำ
To the Scorching Sun ศิลปะแห่งความร้อนระอุ ที่แผดเผาชีวิตของผู้คนในปัจจุบัน โดย ยิ่งยศ เย็นอาคาร
พระแม่โพสพ และนิทานเกี่ยวกับผีแม่ข้าวในอุษาคเนย์
‘ทิชชู่เปียก’ อันตราย! ทำร้ายโลก!
เมื่อโลกเปลี่ยน และวอชิงตันต้องปรับตัว
MoU & UNCLOS สงครามการทูตในทะเล
พฤษภาเลือด สไนเปอร์ ‘กระสุนจริง’ จากตึกสูง
E-DUANG | ฐานที่มา แห่ง ระบอบ”อากง” โจทย์ ในมือ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์
แกะรอย ประวัติศาสตร์แห่ง ‘อาทิตย์ 3 ดวง’ หรือ ‘Sundogs’ (2)
กราบเรียน ท่านนายกฯ (ฉบับที่ 3) เรื่อง ปัญหาบางประการในความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา | สุรชาติ บำรุงสุข
ธำรงศักดิ์โพล เปิดผลสำรวจ ร้อยละ 62.18 ชี้ควรมีการเลือกตั้งผู้ว่าจังหวัดทุกจังหวัดได้แล้ว
“เผ่าภูมิ” ยินดี คลังสานต่อ “Negative Income Tax” ยุคเพื่อไทย พุ่งเป้าช่วยคนจน เสนอเกณฑ์รายได้ต่ำกว่า 6 หมื่น/ปี รับสูงสุด 12,000 บาท/ปี