บทความพิเศษ | สุภา ปัทมานันท์
ญี่ปุ่นรำลึกวันสิ้นสุดสงครามโลก(終戦の日)
วันที่ 15 สิงหาคม 1945 วันสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นประกาศยอมรับความพ่ายแพ้ และยุติสงครามหลังจากสหรัฐอเมริกาได้ทิ้งระเบิดปรมาณูลูกแรกลงที่ฮิโรชิมา ในวันที่ 6 สิงหาคม และลูกที่สองที่นางาซากิ วันที่ 9 สิงหาคม ระเบิดสองลูกนั้นนำความสูญเสียอย่างใหญ่หลวงทั้งต่อชีวิตทหาร ประชาชนผู้บริสุทธิ์ และบ้านเรือนทรัพย์สินจำนวนมาก จนอีก 6 วันต่อมา ญี่ปุ่นจำต้องประกาศยุติสงคราม ??
วันเวลาผ่านมา 80 ปีแล้ว ญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งเดียวในโลกที่มีประสบการณ์ได้รับผลโดยตรงจากความร้ายแรงของอาวุธนิวเคลียร์ เหตุการณ์ในครั้งนั้นเป็นจารึกประวัติศาสตร์ความโหดร้ายของมวลมนุษยชาติ ญี่ปุ่นจึงตระหนักว่าสงครามมีแต่นำความสูญเสียมาให้ เรียกร้องให้โลกมีสันติภาพและ “โลกปลอดอาวุธนิวเคลียร์”(核兵器のない世界)
เดือนสิงหาคมของทุกปีมีการจัดพิธีรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาวันที่ 6 และที่นางาซากิ วันที่ 9
ส่วนวันที่ 15 สิงหาคม วันรำลึกสิ้นสุดสงคราม(終戦記念日)รัฐบาลเป็นเจ้าภาพจัดงาน

สมเด็จพระจักรพรรดิ์และพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่นในพิธีรำลึกวันสิ้นสุดสงครามเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2025 (ภาพจากเอ็นเอชเค)
วันที่ 15 สิงหาคม 2025 ที่ผ่านมา รัฐบาลนายอิชิบะ ได้จัดพิธีรำลึกแก่ดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตจากภัยสงครามทั้งประเทศ ที่กรุงโตเกียว มีผู้เข้าร่วมพิธีรวมทั้งญาติของผู้เสียชีวิตทั่วประเทศราว 4,500 คน
สมเด็จพระจักรพรรดินารุฮิโตะและพระจักรพรรดินี ทรงวางดอกเบญจมาศที่แท่นพิธี หลังจากนั้นผู้เข้าร่วมพิธีร่วมกันร้องเพลงชาติ เมื่อถึงเวลาเที่ยงตรงทุกคนยืนนิ่งไว้อาลัยแก่ดวงวิญญาณผู้เสียชีวิต 1 นาที
สมเด็จพระจักรพรรดิมีพระราชดำรัส สรุปความว่า
“หลังสงครามผ่านพ้นมา 80 ปี ประเทศเราอยู่มาอย่างสงบสุขและเจริญรุ่งเรืองก็ด้วยความมานะบากบั่นของประชาชนทุกคน รู้สึกตื้นตันใจที่ทุกคนสามารถก้าวข้ามความยากลำบากอย่างแสนสาหัส หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจากนี้ไปพวกเราจะร่วมใจกันบอกต่อและเล่าถึงความทุกข์ยากลำบากในช่วงสงคราม และหลังสงครามให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ เพื่อให้ในภายภาคหน้าจะมีสันติภาพและความสงบสุขแก่ทุกคนสืบต่อไป”
“เมื่อคิดย้อนกลับไป ได้ประจักษ์แล้วและไม่อยากให้มีความสูญเสียจากสงครามเกิดขึ้นอีก ขอร่วมกับประชาชนทุกคนแสดงความอาลัยต่อดวงวิญญาณผู้เสียชีวิต ขอภาวนาเพื่อสันติภาพของโลกและความรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไปของประเทศเรา”

สมเด็จพระจักรพรรดิ์และพระจักรพรรดินีแห่งญี่ปุ่นในพิธีรำลึกวันสิ้นสุดสงครามเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2025 (ภาพจากเอ็นเอชเค)
ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นว่า สมเด็จพระจักรพรรดิประสูติเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1960 พระชนมายุ 65 พรรษา ทรงเป็นพระจักรพรรดิที่ประสูติหลังจากสงครามโลกจบลงแล้ว หลายๆ ครั้งที่พระราชทานสัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าว ทรงย้ำให้เห็นถึงความสำคัญของการ “บอกต่อ”(語り継ぐ)เรื่องราวความทรงจำในสงครามให้แก่คนรุ่นหลังที่ไม่เคยร่วมประสบการณ์ ได้รับรู้และตระหนักถึงสันติภาพอย่างจริงจัง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ทรงย้ำการ “บอกต่อ” ในพระราชดำรัสด้วย
นายชิเงรุ อิชิบะ(石破茂)นายกรัฐมนตรี กล่าวคำไว้อาลัย ใจความตอนหนึ่งว่า “สงครามครั้งใหญ่ผ่านมา 80 ปีแล้ว จากนี้ไปจะมีคนรุ่นหลังอีกมากที่ไม่รู้จักสงคราม สงครามเป็นโศกนาฏกรรมที่ต้องไม่ให้เกิดซ้ำอีก ไม่ทำผิดพลาดอีก ถือเป็นบทเรียนที่ต้องตระหนักและจดจำ…”
สื่อมวลชนเกาหลีใต้ให้คะแนนบวกต่อคำกล่าวของนายอิชิบะ ที่นำความผิดพลาดมาเป็นบทเรียน แหล่งข่าวใกล้ชิดสำนักประธานาธิบดีกล่าวว่า การที่ผู้นำญี่ปุ่นคิดทบทวนประวัติศาสตร์อันขมขื่นและแสดงให้เห็นถึงความพยายามที่จะไม่ให้เกิดความบาดหมางระหว่างประเทศ เป็นนิมิตหมายที่ดีเพื่อประโยชน์ของสองประเทศในอนาคต
ในวันเดียวกันนี้ นายกรัฐมนตรี นายอิชิบะ ได้ไปสักการะดวงวิญญาณของทหารผู้เสียชีวิตในสงครามที่ศาลเจ้ายาสุคุนิ(靖国神社)มีรัฐมนตรีและแกนนำหลายคนภายในพรรคแอลดีพี(自民党)ต่างก็เดินทางไปสักการะด้วย นับเป็นครั้งแรกหลังการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนายอิชิบะ เมื่อตุลาคม ปี 2024 นอกจากนี้ นายโซเฮ คามิยะ(神谷宗平)หัวหน้าพรรคซันเซ(参政党)พรรคฝ่ายค้านที่กำลังมาแรงก็มาสักการะด้วย
ย้อนกลับไปในอดีต นายกรัฐมนตรีคนสุดท้ายที่เดินทางไปสักการะดวงวิญญาณทหารผู้เสียชีวิตที่ศาลเจ้านี้ ในวันรำลึกสิ้นสุดสงคราม(終戦記念日)วันที่ 15 สิงหาคม คือ นายจุนอิชิโร โคอิสุมิ เมื่อปี 2006 หลังจากนั้นก็ไม่มีนายกรัฐมนตรีในตำแหน่งผู้ใดไปทำพิธีสักการะที่ศาลเจ้านี้ในวันนี้อีก แต่ในเดือนธันวาคม 2013 นายชินโซ อาเบะ ได้ไปสักการะที่ศาลเจ้านี้ ซึ่งไม่ใช่วันรำลึกสิ้นสุดสงคราม
ศาลเจ้ายาสุคุนิ สร้างขึ้นในสมัยเมจิ ปี 1869 เพื่อรำลึกถึงเหล่านักรบในขณะนั้นที่พลีชีพเพื่อก่อตั้งรัฐสมัยใหม่ ปัจจุบันนี้มีป้ายสักการะของทหารผู้เสียชีวิตในการรบครั้งต่างๆ ในอดีต รวมทั้งสงครามโลกครั้งที่สองด้วย รวมทั้งสิ้น 2.47 ล้านคน
รัฐธรรมนูญญี่ปุ่นมาตรา 20 กำหนด “แบ่งแยกการเมืองและศาสนา”(政教分離)ศาลเจ้ายาสุคุนิมีสถานะเป็นนิติบุคคลทางศาสนา นายกรัฐมนตรี หรือ รัฐมนตรี ฯลฯ ขณะอยู่ในตำแหน่งจึงเลี่ยงไม่ไปสักการะ
นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลสำคัญคือ ในปี 1978 ที่ศาลเจ้ายาสุคุนิ มีป้ายสักการะดวงวิญญาณของผู้ที่ถูกตัดสินให้เป็นอาชญากรสงครามในสงครามมหาเอเชียบูรพา มีนายพลฮิเดกิ โตโจ(東条英機)อดีตนายกรัฐมนตรีกับพวกรวม 14 คนอยู่ด้วย
ด้วยเหตุผลนี้ การที่ผู้นำของญี่ปุ่นขณะอยู่ในตำแหน่งจะไปสักการะดวงวิญญาณของบรรพบุรุษที่ศาลเจ้าแห่งนี้ จึงเสี่ยงกับการโหมกระพือความไม่พอใจให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านโดยเฉพาะจีนและเกาหลี ให้ประท้วงได้ว่าเป็นการสร้างความชอบธรรมให้แก่สงครามการรุกรานเพื่อนบ้าน
ในวันรำลึกสิ้นสุดสงครามปีนี้ นายกรัฐมนตรี นายอิชิบะ จึงเดินทางไปแบบส่วนตัว ไม่ใช่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และใช้เงินส่วนตัวถวายซองเงินสักการะ ตามแบบอดีตนายกรัฐมนตรี นายทาเคโอะ มิกิ(三木武夫)ที่ไปสักการะในนามส่วนตัว ไม่ใช้รถประจำตำแหน่งในปี 1975
แต่ต่อมาในปี 1985 นายยาสุฮิโระ นากาโซเน(中曾根康弘)ไปสักการะในฐานะนายกรัฐมนตรี ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจนกลายเป็นประเด็นร้อนทางการทูตกับจีน จนต้องยกเลิกในปีต่อมา
สงครามครั้งใหญ่ในอดีตจบสิ้นไป 80 ปีแล้ว
แต่อีกหลายสงครามในปัจจุบันยังไม่จบ…
