Agora | กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์
วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
สิ่งหนึ่งที่ผู้ปกครองหรือผู้นำจำต้องเจออยู่เสมอไม่ว่าจะเป็นองค์กรแบบใดและอยู่ในยุคใดสมัยใดก็ตาม นั่นก็คือการที่เขาต้องพิจารณาคนให้ถี่ถ้วนว่าคนที่เขาต้องเข้าไปปกครองหรือทำงานด้วยนั้นสามารถเชื่อถือได้หรือไม่
แง่มุมหลักที่พึงประเมินให้รอบคอบก็คือความสามารถและความสัตย์ซื่อ เพราะลักษณะโดยทั่วไปของคนที่ผู้นำต้องการก็คือคนเก่งที่ไว้วางใจได้นั่นเอง
อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้นำคนใหม่ขึ้นสู่อำนาจ ก็มักขาดความคุ้นเคยกับกลุ่มคนที่กลายมาเป็นลูกน้องใหม่ กลายเป็นปัญหาของการไม่รู้จักคนของตัวเองอย่างถ่องแท้ จึงทำให้ไม่รู้ว่าควรวางใจกับคนไหน และควรระแวดระวังคนไหนเป็นพิเศษ
บทความนี้มุ่งพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำคนใหม่กับผู้ตามที่หลงเหลือมาจากนายเก่า แยกออกเป็น 2 ประเด็น ดังนี้
หนึ่ง ผู้นำคนใหม่ควรจัดการอย่างไรกับคนของผู้นำเก่า
นิคโคโล มาเคียเวลลี (Niccolò Machiavelli) นักปรัชญาการเมืองชาวอิตาลี ได้ให้ข้อคิดเรื่องนี้ไว้ในหนังสือ The Prince (เจ้าผู้ปกครอง) อันเป็นงานเขียนที่โด่งดังที่สุดของเขาซึ่งได้รับการเผยแพร่ตั้งแต่เมื่อราวๆ ห้าร้อยปีก่อน
มาเคียเวลลีกล่าวถึงเรื่องนี้ในบทที่ 20 Whether fortresses and other strategies rulers frequently adopt are useful (ป้อมปราการและยุทธวิธีอื่นๆ ที่ผู้ปกครองมักประยุกต์ใช้แล้วมีประโยชน์) โดยเขากล่าวว่า “ผู้ปกครอง โดยเฉพาะยิ่งคนที่เพิ่งขึ้นสู่อำนาจใหม่ๆ มักพบว่ากลุ่มคนที่เขาสงสัยในตอนแรกนั้น ภายหลังกลับกลายเป็นคนซื่อสัตย์ภักดีและมีประโยชน์กว่ากลุ่มคนที่เขาเชื่อถือไว้ใจในทีแรก” (Rulers, and especially those new to power, have found that men they initially doubted prove more loyal and useful than those they trusted.)
อย่างไรก็ตาม มาเคียเวลลีกล่าวเพิ่มเติมว่า นี่ไม่ใช่กฎตายตัวที่เป็นสูตรซึ่งสามารถใช้ได้กับทุกเหตุการณ์ เนื่องจากว่าแต่ละกรณีก็มีรายละเอียดที่ต่างกันไป
ดังนั้น ผู้นำจึงจำเป็นต้องพินิจพิเคราะห์เป็นรายกรณีอีกที
แต่ถึงแม้ข้อคิดข้างต้นนั้นจะสามารถยึดถือเป็นกฎตายตัวก็ตาม มาเคียเวลลีคิดว่าจะชัดเจนกว่าถ้าหากกล่าวว่าการเอาชนะกลุ่มคนอื่นสามารถทำได้ไม่ยากหากคนเหล่านั้นไม่มีกำลังช่วยเหลือ ต่อให้เดิมคนพวกนั้นมีอำนาจแต่เมื่อถูกพิชิตได้แล้วอำนาจที่เคยมีก็หายไป ถ้าพวกเขาไม่มีตำแหน่ง อาวุธ กองกำลัง และทรัพยากรเป็นของตนเอง ผู้ปกครองคนใหม่ที่ขึ้นสู่อำนาจก็สามารถควบคุมพวกเขาได้
เพราะฉะนั้นจงอย่าปล่อยให้พวกเขารักษาฐานอำนาจเดิมเอาไว้ แต่ให้ปลดพิษสงเขี้ยวเล็บทั้งหมดออก
ตามที่มาเคียเวลลีกล่าวเอาไว้ว่า “เมื่อผู้ปกครองขึ้นสู่อำนาจ เขาก็สามารถเอาชนะฝ่ายตรงข้ามได้โดยง่าย หากคนเหล่านั้นไม่ได้อยู่ในตำแหน่งใดๆ ที่จะมีแรงสนับสนุนแก่ตัวของเขาเองด้วยทรัพยากรของเขาเอง” (A ruler can very easily win over men who opposed him when he came to power, if they are not in a position to support themselves with their own resources.)
ที่สำคัญก็คือพวกคนฝ่ายตรงข้ามเหล่านี้มีประโยชน์ต่อผู้ปกครองคนใหม่หากใช้ประโยชน์ได้เป็น เพราะพวกเขามีแรงผลักดันให้จำเป็นต้องเร่งพิสูจน์ตัวเองด้วยการทำงานหนักเพื่อชนะใจนายใหม่ เนื่องจากพวกเขารู้อยู่เต็มอกว่านายใหม่ไม่ไว้วางใจพวกเขา ซึ่งถ้ามองในมุมนี้ก็จะเห็นว่าคนที่ตระหนักดีว่าเมื่อเกิดการเปลี่ยนอำนาจใหม่ ตัวเองย่อมไม่มีเงาหัวอีกต่อไป
เพราะฉะนั้นทางเดียวที่จะอยู่รอดและกลับมาอยู่ในจุดที่ดีได้ก็คือต้องพยายามสร้างผลงานให้เป็นที่ประจักษ์นั่นเอง
เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ ผู้ปกครองคนใหม่เลยได้รับประโยชน์จากข้าเก่าของนายคนเดิมเสียมากกว่าข้าเก่าของตัวเองเสียอีก
ด้วยความที่ข้าเก่ารู้สึกมั่นคงปลอดภัยเกินไปจึงไม่มีแรงกระตุ้นให้ทำงานมากนัก ซึ่งต่างกับลูกน้องใหม่ที่ดิ้นรนสุดฤทธิ์เพื่อพิชิตใจนายที่เพิ่งขึ้นสู่อำนาจ
สอง ผู้นำคนใหม่ควรจัดการอย่างไรกับคนทรยศ
สิ่งที่มาเคียเวลลีให้ระแวดระวังเป็นพิเศษคือไส้ศึก คนแปรพักตร์ หรือคนทรยศ ที่เดิมเคยอยู่กับผู้ปกครองคนเก่า หรือเป็นคนของรัฐอื่นซึ่งเพิ่งถูกพิชิตลงได้
เมื่อผู้ปกครองเข้าไปยึดกุมอำนาจในรัฐใหม่ได้แล้วให้พิจารณาคนพวกนี้ให้ดี แล้วมองหาเหตุผลที่แท้จริงให้ได้ว่าพวกเขาแอบเข้ามาหาข้าศึกเพราะอะไร
คนพวกนี้ตามปกติแล้วต้องช่วยเหลือรัฐเดิมที่ตนอาศัยอยู่ ไม่ใช่หันมาจับมือกับข้าศึกแล้วให้ความช่วยเหลือคนนอกเข้ามาบุกตีเมืองของตนเอง
การที่พวกเขามีพฤติกรรมตรงข้ามกับที่ควรจะเป็นจึงต้องมีคำอธิบาย
ดังนั้น ผู้ปกครองที่เข้าไปครองอำนาจในรัฐใหม่ควรวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่แท้จริงของพวกเขาให้ได้ว่ามีมูลเหตุจูงใจอะไร
เขามาเข้ากับเราเพราะความสัมพันธ์ที่ดีจริงๆ และเป็นไปตามธรรมชาติ
หรือว่าเพราะวาระอื่นซ่อนเร้นกันแน่
หากพวกเขาทรยศกับรัฐเดิมของตนเพราะว่าไม่ได้รับผลประโยชน์ที่ตัวเองต้องการ สักวันพวกเขาก็จะเป็นศัตรูกับผู้ปกครองใหม่เช่นกัน
เพราะไม่มีใครสามารถตอบสนองความต้องการของคนทุกคนไปได้ตลอด
ดังนั้น ผู้ปกครองที่พิชิตดินแดนใหม่ได้จะต้องระมัดระวังคนทรยศพวกนี้ ซึ่งอาจอนุมานได้ว่าไม่ควรให้พวกเขาได้มีอำนาจหรือมีที่ยืนมากเกินไป
ตรงกันข้ามกับพวกที่จงรักภักดีต่อนายคนเดิมและต่อสู้อย่างเต็มความสามารถในการปกป้องรัฐของตน คนพวกนี้เป็นกลุ่มที่มีประโยชน์และน่าจะฝากผีฝากไข้ได้มากกว่า
เหตุผลก็คือเขาไม่ได้เรียกร้องต้องการผลประโยชน์ส่วนตัวมาตั้งแต่แรก ทว่า ยึดมั่นในหน้าที่ของตนมาโดยตลอด
ผู้นำคนใหม่เมื่อเข้ามายึดอำนาจได้แล้วอาจปลดอาวุธและอำนาจของพวกเขาในช่วงแรก
แต่เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมก็ควรผ่อนคลายข้อจำกัดลง แล้วหยิบยื่นโอกาสให้คนพวกนี้ได้พิสูจน์ตัวเอง
ผู้นำที่ให้ความสำคัญกับการบริหารลูกน้องเก่าและลูกน้องใหม่ได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ย่อมได้รับประสิทธิภาพของการทำงานแบบถวายหัว และคุณประโยชน์สูงสุดตามความสามารถที่แท้จริงของพวกเขาที่จะมอบให้แก่นายใหม่ของตนในที่สุด
หมายเหตุ ผมเขียนบทความชุด “นิคโคโล มาเคียเวลลี บิดาแห่งปรัชญาการเมืองสมัยใหม่” เอาไว้หลายตอน ผู้สนใจสามารถอ่านย้อนหลังได้ตามลิงก์เหล่านี้
1. 555 ปีมาเคียเวลลี ผู้สร้างคัมภีร์ปีศาจสำหรับครองอำนาจทางการเมือง https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_759720
2. คำแนะนำของมาเคียเวลลีว่าด้วยการเลือกข้างทางการเมือง (1) https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_854873
3. คำแนะนำของมาเคียเวลลีว่าด้วยการเลือกข้างทางการเมือง (จบ) https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_855418
4. ผู้นำจำเป็นต้องรู้เรื่องการทหารหรือไม่ ในทัศนะของมาเคียเวลลี https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_857603
