bg-single

เหตุผลเดียวที่พรรคภูมิใจไทยจะยุบสภา : การรวมตัวของฝ่ายอนุรักษนิยม เพื่อเอาชนะฝ่ายก้าวหน้า ไม่ใช่ข้อตกลงกับพรรคประชาชน

15.09.2025

ฝนไม่ถึงดิน | ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี

เหตุผลเดียวที่พรรคภูมิใจไทยจะยุบสภา

: การรวมตัวของฝ่ายอนุรักษนิยม

เพื่อเอาชนะฝ่ายก้าวหน้า

ไม่ใช่ข้อตกลงกับพรรคประชาชน

หลังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก็เกิดคำถามขึ้นมาว่าจะมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ใน 4 เดือนตามข้อตกลงกับพรรคประชาชนหรือไม่

สิ่งที่ผมอยากตั้งข้อสังเกตสำคัญคือการพิจารณายุบสภาของพรรคภูมิใจไทยที่จะเกิดขึ้นหรือไม่ ไม่ใช่การตัดสินใจที่เกิดจากข้อตกลงทางการเมืองกับพรรคประชาชน หรือเงื่อนไขอื่นใดจากการบริหารประเทศ

แต่เป็นกลยุทธ์ที่คิดคำนวณมาอย่างดีเพื่อใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ทางการเมืองที่เอื้ออำนวยในปัจจุบัน

โดยเฉพาะการที่พรรคภูมิใจไทยกำลังกลายเป็นแกนกลางของฝ่ายอนุรักษนิยมไทย

ขณะที่ฝ่ายก้าวหน้าเสื่อมความนิยมลงอย่างต่อเนื่อง

และกระแสชาตินิยมที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความขัดแย้งกับกัมพูชา

แม้พรรคภูมิใจไทยจะได้รับโอกาสบริหารประเทศอย่างมากเพียงประมาณครึ่งปี แต่ช่วงเวลาดังกล่าวกลับสร้างความได้เปรียบทางการเมืองที่สำคัญหลายประการ

ที่สำคัญที่สุดคือการวางกลยุทธ์ภาพลักษณ์ที่แตกต่างจากพรรคเพื่อไทยอย่างชัดเจน

ในขณะที่พรรคเพื่อไทยในอดีตมักถูกมองว่าเน้นการประสานผลประโยชน์และการแบ่งสรรผลประโยชน์เป็นหลัก

พรรคภูมิใจไทยกลับออกแบบคณะรัฐมนตรีโดยแบ่งพอร์ตงานให้กับบุคคลที่มีความสามารถในการสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรม

การเลือกใช้คนที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในแต่ละสาขา เพื่อกลบการเมืองเก่าของการตอบแทนพันธมิตร ทำให้เกิดภาพลักษณ์ของรัฐบาลที่มุ่งผลงานและมีประสิทธิภาพ

ซึ่งอาจได้รับการตอบรับที่ดีจากประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มกลางที่ต้องการเห็นการบริหารประเทศที่มีคุณภาพมากกว่าการเล่นการเมืองแบบเดิม

หรือแม้แต่กลุ่มที่ไม่สนใจทางการเมืองมากนักก็หวังว่ากระทรวงเศรษฐกิจต่างๆ จะไม่อยู่ในสมการของเกมการเมืองมากไป

แน่นอนแม้ทางปฏิบัติรัฐบาลภูมิใจไทยก็ยังมีการแบ่งเค้กแบบเก่า แต่ก็เผื่อพื้นที่สำหรับภาพลักษณ์และผลงานไว้เช่นกัน

ความได้เปรียบนี้ยิ่งเด่นชัดขึ้นเมื่อเกิดความขัดแย้งกับกัมพูชา ซึ่งเป็นประเด็นที่กระตุ้นอารมณ์ชาตินิยมของคนไทยได้อย่างแรงกล้า

แม้แต่ผู้ลงคะแนนเสียงที่อยู่ในกลุ่มกลางและมักไม่ค่อยเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ก็ยังหันไปสนับสนุนท่าทีที่เข้มแข็งต่อกัมพูชา

การที่รัฐบาลภูมิใจไทยซึ่งไม่เคยมีจุดยืนที่มีความขัดแย้งกับกองทัพที่ภาพลักษณ์ไม่ดีนักต่อเรื่องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน

พวกเขาอาจฉวยโอกาสนี้เกาะกระแสนิยมกองทัพและแสดงตนเป็นตัวแทนของแนวคิดอนุรักษนิยม ชาตินิยม กองทัพนิยมในการเลือกตั้งที่จะถึง

การเป็นรัฐบาลแม้เพียงระยะสั้นทำให้พรรคภูมิใจไทยได้รับประโยชน์จากผลประโยชน์ของการดำรงตำแหน่ง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่เห็นได้ชัดในการเมืองหลายประเทศ

ในขณะนี้ พรรคภูมิใจไทยกำลังรวบรวมกลุ่มต่างๆ ในฝ่ายอนุรักษนิยมเข้ามารวมตัวกัน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่สนับสนุนสถาบัน

กลุ่มที่ต้องการเสถียรภาพ หรือกลุ่มที่เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วเกินไปอาจส่งผลเสียต่อประเทศ

การรวมตัวนี้ทำให้ฐานเสียงของพรรคแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่กระแสชาตินิยมกำลังพุ่งสูงทั่วโลก

ปรากฏการณ์การรวมตัวของฝ่ายอนุรักษนิยมเพื่อต่อต้านฝ่ายก้าวหน้าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในหลายประเทศ

ในสหรัฐอเมริกา การรวมตัวของ Republican Party ภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้สามารถรวบรวมกลุ่มอนุรักษนิยม ชาตินิยม และกลุ่มที่ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงทางสังคมเข้าด้วยกันได้สำเร็จ

ส่งผลให้สามารถเอาชนะพรรคเดโมแครตได้ในหลายครั้ง

โดยเฉพาะการเลือกตั้งปี 2016 และ 2024 ที่ทรัมป์สามารถรวมกลุ่มคนงานผิวขาวที่เคยเป็นฐานคะแนนของพรรคเดโมแครตให้หันมาสนับสนุน

ในยุโรป พรรคการเมืองที่มีแนวคิดอนุรักษนิยมและชาตินิยมอย่าง Alternative for Germany (AfD) ในเยอรมนี Lega ภายใต้การนำของมัตเตโอ ซัลวินี่ ในอิตาลี และ Vox ของซานติอาโก อาบาสคาล ในสเปน สามารถขยายฐานเสียงได้อย่างรวดเร็ว

ด้วยการรวมกลุ่มผู้คนที่ไม่พอใจกับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม การเข้าเมืองของชาวต่างชาติ และนโยบายของสหภาพยุโรปที่พวกเขามองว่าละเมิดอธิปไตยของชาติ

AfD สามารถเติบโตจากพรรคเล็กที่ก่อตั้งเพื่อต่อต้านการช่วยเหลือกรีซเป็นพรรคที่สามใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎรเยอรมนี

ส่วน Lega ของซัลวินี่ก็สามารถกลายเป็นพรรคใหญ่ในอิตาลีโดยใช้วาทกรรมต่อต้านผู้อพยพและการปกป้องวัฒนธรรมอิตาลี

ในขณะเดียวกัน ฝ่ายก้าวหน้าในไทยกำลังเผชิญกับความท้าทายหลายประการ

ไม่ว่าจะเป็นการแตกแยกภายใน การที่ไม่ได้มีอำนาจบริหารโดยตรงไม่มีผลงานเป็นที่ประจักษ์

การต้องเล่นภายใต้กติกาชนชั้นนำที่ทำให้ไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้เต็มที่ หรือการสูญเสียความน่าเชื่อถือในสายตาของประชาชน

การที่พรรคก้าวไกลถูกยุบและพรรคประชาชนที่สืบทอดมาไม่สามารถรักษาความนิยมได้เท่าเดิม ทำให้เกิดช่องว่างทางการเมืองที่พรรคภูมิใจไทยสามารถเข้าไปเติมเต็มได้

สถานการณ์นี้คล้ายคลึงกับที่เกิดขึ้นในฝรั่งเศส ที่พรรค En Marche ของเอ็มมานูเอล มาครง สามารถได้รับประโยชน์จากความอ่อนแอของพรรคโซเชียลิสต์ โดยวางตำแหน่งเป็นทางเลือกกลางที่ทันสมัย

หรือในอังกฤษที่พรรคอนุรักษนิยมสามารถครองอำนาจต่อเนื่องได้นานเนื่องจากความแตกแยกของพรรคแรงงาน

ดังนั้น การตัดสินใจยุบสภาอาจส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยประสบความสำเร็จแบบเดียวกับพรรคพลังประชารัฐในปี 2562 ที่สามารถใช้ประโยชน์จากความไม่แน่นอนทางการเมืองและการรวมตัวของฝ่ายอนุรักษนิยมเพื่อสร้างรัฐบาลขึ้นมาได้ แม้จะไม่ใช่พรรคที่ได้เสียงมากที่สุด

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือการเมืองในอิสราเอล ที่เบนจามิน เนทันยาฮู สามารถกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้อีกครั้งด้วยการรวมพรรคการเมืองฝ่ายขวาและกลุ่มอนุรักษนิยมต่างๆ เข้าด้วยกัน

หากกลยุทธ์นี้สำเร็จ พรรคภูมิใจไทยอาจสามารถสร้างรัฐบาลที่มั่นคงและได้รับการสนับสนุนจากฐานเสียงอนุรักษนิยมที่กว้างขึ้น

ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญของภูมิทัศน์การเมืองไทยในระยะยาว

โดยเฉพาะการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของฝ่ายอนุรักษนิยมให้สามารถต่อต้านกระแสการเปลี่ยนแปลงจากฝ่ายก้าวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พรรคประชาชนจึงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์นี้

เพราะหากสมการและความตั้งใจข้างต้นเกิดขึ้นจริง ย่อมทำให้ฝ่ายอนุรักษนิยมได้รับความชอบธรรมทางการเมืองมากขึ้นจากการเลือกตั้ง

และอาจนำไปสู่ทศวรรษที่สูญเปล่าอีกครั้งหนึ่ง



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ยาใจคนเจ็บ: 4) แสงดาวแห่งศรัทธา
คิดต่อจาก 6 ตุลา (2) : ความชั่วร้ายเกิดขึ้นได้เพราะเราเฉยเมยต่อมันมาก่อน
ทุนนิยม : จาก 2 ศตวรรษที่แล้วถึงโลกวันนี้ (1)
‘อนาคตสังคมไทยในความชอบธรรมที่ล่มสลาย’ : ประวัติศาสตร์ของ ‘กำแพง’ ที่เพิ่งลบ
ไทยปฏิเสธสหรัฐ เรื่องความร่วมมือทางทหาร ทำไมตอนนี้
E-DUANG | ในความหยุดนิ่ง มีการเคลื่อนไหว ในการเคลื่อนไหว มีความหยุดนิ่ง
บทเรียนปฏิรูปราชการ บ้านอื่น : อะไรสำเร็จ? อะไรล้มเหลว?
E-DUANG | ในความหยุดนิ่ง มีการเคลื่อนไหว ในการเคลื่อนไหว มีความหยุดนิ่ง
ปฏิรูปปืนไทย ให้ตรงเป้า
ระบบยุติธรรมพัฒนาเกิน 120 ปี…วันนี้ยังถูกแทรกแซง
เลกเชอร์บาร์ : ความรู้ที่ปรุงให้เข้ากับวัฒนธรรมป๊อป
อสังหาฯ เริ่มมีเชิงรุก