bg-single

รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ปี 2025 หนึ่งในรางวัลที่เดายากที่สุด ของโลกวรรณกรรม

01.10.2025

บทความพิเศษ | พิชญะ ลาภาพันธุ์

รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ปี 2025

หนึ่งในรางวัลที่เดายากที่สุด

ของโลกวรรณกรรม

สาขาวรรณกรรมเป็นหนึ่งในห้าสาขาแรกที่อยู่ในพินัยกรรมของ อัลเฟรด โนเบล รางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมมีอิทธิพลต่อวงการหนังสือมาตลอดหลายทศวรรษ

เพราะนักเขียนที่ได้รับรางวัลจะได้รับการยกย่องเป็นที่รู้จักในทันที

หรือแม้แต่ข่าวลือ อย่างคนที่จะได้มากกว่าในแต่ละปีก็เป็นที่สนใจและถกเถียง

ปีที่แล้วนักเขียนจากเกาหลีใต้อย่าง Han Kang ได้รับรางวัลนี้ ถือว่าเป็นม้ามืดในการคาดเดา

ไม่ใช่เพราะคุณภาพงานของเธอแต่เพราะเธออายุน้อย (ในมาตรฐานของผู้ชนะคนก่อนๆ) แค่ 54 ปี -เกิดปี 1970-

การได้รับรางวัลของ Han Kang ทำให้เรามีปัจจัยการเดาเพิ่มขึ้น ทั้งนักเขียนคนนั้นต้องตีพิมพ์งานล่าสุดในช่วง 2-3 ก่อนได้รางวัล

ภูมิภาคที่ไม่เคยได้รับหรือได้รับเมื่อนานมาแล้วมีโอกาสมากขึ้น

รวมถึงอาจต้องเข้าชิงหรือชนะรางวัล International Booker Prize (นักเขียนโนเบลสามคนล่าสุดเคยชิงหรือชนะ) และเกือบสิบปีที่รางวัลให้นักเขียนชายหญิงสลับกันในแต่ละปี

ดังนั้น ปีนี้นักเขียนชายมีภาษีมากกว่า แต่ไม่แน่ว่านี่อาจเป็นปีแรกที่นักเขียนหญิงชนะสองปีติด

ยุโรปถูกมองเป็นภูมิภาคแรกๆ เสมอในทุกปี เพราะไม่นานมานี้กรรมการ (ชาวสวีเดน) ออกมายอมรับว่าพวกเขามีความ Eurocentric (มองยุโรปเป็นศูนย์กลาง)

ด้วยผู้ชนะเมื่อเร็วๆ นี้มาจากฝรั่งเศส (Annie Ernaux) และนอร์เวย์ (Jon Fosse) จึงเป็นสองประเทศที่ถูกกันออกไปจากบทความนี้

สเปนเป็นประเทศแรกที่ถูกจับตามอง เพราะนับแต่ปี 1989 ประเทศสเปนก็ไม่มีผู้ชนะที่เป็นชาวสเปนแต่กำเนิดอีกเลย

Enrique Vila-Matas และ Antonio Mu?oz Molina เป็นสองชื่อที่ถูกไฮไลต์ เพราะทั้งเคยเข้าชิง Booker Prize ทั้งคู่ อายุยังไม่มาก และยังออกงานใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ในปัจจัยเดียวกัน

ถัดออกไปจากสเปนไปที่ยุโรปกลางและตะวันออก Mircea C?rt?rescu จากโรมาเนีย ในช่วงสามปีนี้เป็นนักเขียนที่มาแรงมากๆ ตั้งแต่ Solenoid ถูกแปลเข้าสู่โลกภาษาอังกฤษ และอีกหนึ่งเล่มที่กำลังจะตามอย่าง Theodoros อาจทำให้เขาคว้ารางวัลโนเบลไปครอง

เยอรมนีเองก็มี Jenny Erpenbeck และกวี Durs Gr?nbein เป็นแต้มต่อที่ต้องดูกันในระยะยาว

และสุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้ ฮังการีถูกพูดถึงมาตลอดหลังจากมีผู้ชนะใน 2002 ว่างานสกุลจากประเทศนี้มันอ่านยาก เป็นตัวเอง และนักเขียนมีความหลากหลาย

หนึ่งในจำนวนนั้นมีชื่อคนอย่าง L?szl? Krasznahorkai นักเขียนบทคู่บุญของผู้กำกับฯ B?la Tarr เป็นคนสำคัญของปีนี้เช่นกัน

แต่ P?ter N?das นักเขียนรุ่นพี่ก็ไม่สามารถมองข้ามไปได้

ภูมิภาคที่ผลิตนักเขียนดีๆ ออกมาสู่โลกจำนวนมาก และเช่นกันกับการถูกละเลยจากรางวัลโนเบลมาหลายครั้ง ชี้ชัดไปกว่านั้น มีสองประเทศในละตินอเมริกาที่มีจุดร่วมด้วยกันสองอย่าง

คือหนึ่งผลิตนักเขียนที่ทรงพลังออกมามากมายทั้งคู่

และสองไม่เคยมีนักเขียนคนใดเคยได้รับรางวัลโนเบลเลย

อาร์เจนตินากับบราซิลคือสองประเทศนั้น และแน่นอนว่าปีนี้ทั้งคู่ก็มีคนที่น่าสนใจ

บราซิลมีกวี Adelia Prado ที่ถูกยกย่องในระดับนานาชาติ น่าเสียดายที่เธอถูกพูดถึงช้าเกินไปหน่อย อายุเหมือนจะเป็นอุปสรรคสำหรับเธอ

ส่วนอาร์เจนตินาแน่นอนว่าจะไม่พูดถึง Cesar Aira ไปไม่ได้ ชายที่เขียนงานออกมาราวกับเครื่องจักร พร้อมบอกว่าตัวเขานั้นไม่เคยวางโครงเรื่อง และไม่เคยกลับไปแก้งานตัวเอง (อาจจะไม่ใช่นักเขียนในแนวทางของโนเบล แต่คุณภาพงานของ Aira ก็เป็นสิ่งที่มองข้ามไปได้ยาก)

การจากไปของ Mario Vargas Llosa อาจเป็นแต้มต่อให้เราได้มีผู้ชนะจากละตินคนใหม่

แต่ในความเห็นส่วนตัว กระแสละตินอเมริกาบูมคลื่นที่สอง ยังเหมือนเพิ่งเริ่มต้น ยังไม่สามารถสร้างแนวทางที่แข็งแรงเหมือนที่รุ่นพี่ก่อนๆ ทำไว้ (อย่างแข็งแรงมาก) แต่ก็น่าสนใจว่าการพัฒนาในอนาคตจะออกมาหน้าตาแบบไหน

อีกความเป็นไปได้ โนเบลอาจจะไปยังประเทศที่ไม่ใช่ภาษาสเปนหรือโปรตุเกสที่ครองพื้นที่ส่วนใหญ่ในละตินก็เป็นได้ เพราะนักเขียนจากประเทศเล็กๆ อย่างซูรินาม ที่ใช้ภาษาดัตช์อย่าง Astrid Roemer เป็นอีกคนที่น่าจับตามอง

แถมตลอด 125 ปีเราไม่เคยมีชาวดัตช์ที่ได้รับโนเบลในสาขาวรรรกรรมเลยสักคน

เหนือไปอีกนิด หมู่เกาะแคริบเบียนที่แม้จะเป็นหมู่เกาะ แต่เคยมีผู้ชนะถึงสองคนในอดีต และปัจจุบันก็มีนักเขียนมากมายที่ถูกพูดถึง

ยิ่งมีชื่อของ Caryl Phillips (ชาว Kittitian-British) ขึ้นมาในกระดานรับพนันอย่างลึกลับเมื่อไม่กี่เดือนมานี้

รวมถึง Patrick Chamoiseau จากมาร์ตินีก ที่เคยคว้ารางวัลใหญ่จากโลกภาษาฝรั่งเศสอย่างกงกูร์

แต่เช่นเดียวกับฝรั่งเศสและนอร์เวย์ที่มีผู้ชนะเมื่อไม่นานมานี้

การได้รับรางวัลของ Abdulrazak Gurnah เมื่อปี 2021 อย่างไม่มีใครคาดคิด ทำให้เหล่านักเขียนกลุ่มอาณานิคมหลายคนมีภาษีน้อยลงมากๆ ในการชนะ

แอฟริกาทั้งทวีปเหมือนได้รับผลกระทบของ Gurnah ไปจังๆ รายชื่อของนักเขียนมากมายในแอฟริกาถูกลดการพูดถึงไปหมด

ทั้งโมร็อกโกที่มีทั้ง Tahar Ben Jelloun และมหากวี Abdellatif Laabi, โซมาเลีย Nuruddin Farah, นักเขียนจากกลุ่มประเทศรูโซโฟนที่ใช้ภาษาโปรตุเกสในแอฟริกาที่มีนักเขียนสามคนที่งานแข็งแรงมากๆ คือ Mia Couto, Paulina Chiziane จากโมซัมบิก และ Jos? Eduardo Agualusa จากแองโกลา ภาษีของทุกคนลดลงไปมากๆ

แต่ในทั้งหมดนี้ เช่นกันกับหมู่เกาะแคริบเบียน เกาะเล็กๆ ที่ห่างออกมาจากตัวทวีปใหญ่อย่างมอริเชียส กลับมีนักเขียน กวีหนึ่งคนที่ถูกพูดถึงอย่างหนาหูในไม่กี่ปีมานี้อย่าง Ananda Devi

แต่ก็ต้องพูดกันตามตรงว่า Devi ยังไม่ได้มีงานที่แข็งแรงพอจะเหมาะกับมาตรฐานโนเบลที่มักให้นักเขียนที่เป็นเลิศในทางวรรณศิลป์ของตัวเอง (Idealistic)

ด้วยรายชื่อยาวเยียดและผู้สมควรได้รับมากมาย นักเขียนจากพื้นที่พิพาทก็มักจะถูกถามเสมอว่าด้วยพื้นที่อาศัยและสัญชาติที่เขาถือครองนั้นจะมีผลต่อการพิจารณาหรือไม่

แน่นอนว่า David Grossman คือหนึ่งในนั้น เขาเป็นนักเขียนชาวอิสราเอลชื่อดังที่มีผลงานมากมายเป็นที่ประจักษ์และมีสไตล์งานมนุษยนิยมอย่างเด่นชัด ทั้งในนิยายและความเรียงเกี่ยวกับวรรณกรรมและสันติภาพในพื้นที่พิพาทของอิสราเอลกับปาเลสไตน์

ใกล้ ๆ กันอย่างประเทศซีเรีย ก็มีมหากวีอย่าง Adonis นั่งแท่นผู้เข้าชิงโนเบลวรรณกรรมตลอดกาลแม้ว่าอายุใกล้ย่างหนึ่งร้อยเข้าทุกที จนทำให้นักเขียนร่วมประเทศอย่าง Salim Barakat เด่นชัดขึ้นมา

ขยับไปอีกหน่อยยูเครนก็ส่งหนึ่งในดาวเด่นที่ออกงานอย่างสม่ำเสมออย่าง Andrey Karkov เข้ามาในการคาดเดาของเรา

บางทีนักเขียนทั้งหมดอาจจะไม่มีใครได้รับรางวัลในปีนี้เลยด้วยซ้ำ เพราะเหล่าม้ามืดที่ชิงมานานจนปีนี้เหมือนจะเป็นปีท้ายๆ ที่พวกเขามีโอกาส บ้างก็จากโรคภัยที่ทำให้พวกเขายากที่จะผลิตงานเขียนใหม่ๆ แล้วอย่าง Anne Carson หรือตัวเต็งยาวนานอย่าง Ant?nio Lobo Antunes และรวมถึง Gerald Murnane ด้วยที่ไม่ออกงานมานานแล้ว ถ้าหากปีนี้ไม่ใช่พวกเขา ปีถัดๆ ไปก็ยากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

แน่นอนว่าใครจะเป็นผู้ได้รับรางวัลไป ไม่ได้หมายความว่าคนอื่นๆ ที่ถูกคาดเดาแต่ไม่ได้รับจะมีคุณภาพงานที่ด้อยค่ากว่า รางวัลมีน้อยกว่าคนที่สมควรได้รับมันเสมอ

เช่นกัน โนเบลสาขาวรรณกรรมที่มีผู้ชนะเพียงคนเดียวในแต่ละปี (มีผู้ชนะสองคนในปีเดียวกันเมื่อห้าสิบปีที่แล้ว) จึงไม่สามารถครอบคลุมความหลากหลายหรือแม้แต่การันตีว่านักเขียนคนนั้นจะถูกพูดถึงยืนยงต่อกาลเวลา ในปีนั้นๆ

มีปัจจัยอื่นเสมอที่ทำให้นักเขียนคนนั้นได้รางวัล อาจจะเป็นการเมือง รสนิยมกรรมการ หรือการตีความพินัยกรรมของอัลเฟรด โนเบล ที่ว่า “มอบให้กับคนที่ผลิตผลงานที่โดดเด่นในแนวทางอันเป็นอุดมคติของตน (Idealistic)” ของกรรมการในแต่ละชุด

กระนั้นนี่ก็เป็นหนึ่งในรางวัลสำคัญและทรงอิทธิพลอันดับต้นๆ ในโลกวรรณกรรม

การเดาว่าใครจะเป็นผู้ได้รับรางวัลในแต่ละปีจึงเป็นความสนุกของผู้ติดตามโลกวรรณกรรมเสมอมา

และปีนี้ก็เช่นกัน และเหมือนจะเป็นปีที่คาดเดาได้ยากว่ากรรมการชุดนี้จะมอบรางวัลให้ใคร

ก็ได้แต่หวังว่าวันที่ 9 ตุลาคม ปีนี้ จะมีชื่อของนักเขียนสักคนที่อยู่ในบทความนี้ หรือถ้าไม่ใช่ ก็เป็นเรื่องดีที่จะได้รู้จักนักเขียนใหม่ๆ ที่เราอาจมองข้ามไป

แต่ถ้าถามผมว่าใครมีโอกาสจะได้รับในความเห็นส่วนตัว ผมจะตอบว่า Hamid Ismailov (อุซเบกิสถาน), J?n Kalman Stef?nsson (ไอซ์แลนด์), Alexis Wright (ออสเตรเลีย), Ananda Devi (มอริเชียส), Patrick Chamoiseau (มาร์ตินีก) และ Bei Dao (จีน)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT