bg-single

‘เงินทอนวัด-สีกา’ เขย่าดงขมิ้น ศูนย์พระฯ ชำระล้างเหลือบสงฆ์ ‘กฎแห่งกรรม’ ยุติธรรมเสมอ

06.10.2025

บทความโล่เงิน

‘เงินทอนวัด-สีกา’ เขย่าดงขมิ้น

ศูนย์พระฯ ชำระล้างเหลือบสงฆ์

‘กฎแห่งกรรม’ ยุติธรรมเสมอ

เป็นเรื่องดังแหวกข่าววงการผ้าเหลืองขณะนี้ คือ คดีเงินทอนวัด ที่เคยเกรียวกราวเมื่อกลางปี 2560 สั่นสะเทือนสังคมไทยขณะนั้นมาก

ในที่สุด นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ อดีต ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) วัย 72 ปี ผู้ต้องหา คดีทุจริตเงินทอนวัด ได้เข้าไปใช้ชีวิตในเรือนจำ

หลังหลบหนีไปกว่า 8 ปี ถูกส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนจากรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา กลับมาดำเนินคดีในไทย

เหตุ ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดร่ำรวยผิดปกติ เบียดบังทรัพย์วัดพนัญเชิงวรวิหาร และวัดในจังหวัดชายแดนใต้ 65 แห่ง

รวมทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ กว่า 575 ล้านบาท และ ป.ป.ช.ยังอายัดทรัพย์สินไว้เป็นการชั่วคราวกว่า 176 ล้านบาท

ต่อมาอัยการฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 นำตัวนายนพรัตน์ฟ้องศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 7 จ.สมุทรสงคราม เมื่อวันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา

ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด เบียดบังทรัพย์นั้นเป็นของตนหรือเป็นของผู้อื่นโดยทุจริต หรือโดยทุจริตยอมให้ผู้อื่นเอาทรัพย์นั้นเสีย, เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 147, 151 และ 157 และขอให้ศาลสั่งให้จำเลยคืน หรือชดใช้เงิน 8,000,000 บาท แก่ พศ. ผู้เสียหาย

ศาลได้ประทับฟ้องคดีไว้พิจารณา

ปรากฏไม่มีญาติ หรือบุคคลอื่นใด ยื่นขอประกันตัว จึงนำตัวเข้าเรือนจำสมุทรสงคราม

มาถึงยุคนี้ขบวนการที่ทำให้พุทธศาสนามัวหมองก็ยังมีอยู่ต่อไป

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย บิ๊กก้อง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ขณะนั้น (ปัจจุบันผู้ช่วย ผบ.ตร.) เล็งเห็นว่าปัญหาไม่สามารถปล่อยให้เรื้อรังต่อไปได้ จึงมีคำสั่งตั้ง “ศูนย์ป้องกันปราบปรามภัยคุกคามและเสริมสร้างความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา” ขึ้น

โดยมี บิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. และทีมงาน เป็นคีย์แมน ขับเคลื่อน

ศูนย์นี้จัดตั้งขึ้น หลังเกิดเหตุ “สีกากอล์ฟ” สุดอื้อฉาว ตำรวจพบหลักฐานในโทรศัพท์มือถือ เป็นภาพและคลิปวิดีโอจำนวนมาก ชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์กับพระผู้ใหญ่หลายรูป ข้อมูลดังกล่าวไม่เพียงสร้างความตกตะลึงต่อสังคม แต่ยังนำไปสู่การลาสิกขาพระผู้ใหญ่ 13 รูป

ภารกิจสำคัญศูนย์คือการกำจัดเหลือบที่หากินอยู่ภายใต้ผ้าเหลือง รวมทั้งจัดการพระประพฤติผิดวินัย เสพเมถุน ที่เป็นปัญหาซ่อนอยู่ใต้พรมมานาน

ความจริง พศ.มีหน้าที่ตรวจสอบและดูแลพระธรรมวินัย แต่ด้วยข้อจำกัดด้านบุคลากรและปริมาณเรื่องร้องเรียนที่ท่วมท้น ทำให้สะสางไม่ทัน อีกทั้งปัญหาลูบหน้าปะจมูก

การที่ตำรวจสอบสวนกลางเข้ามาเสริม จึงช่วยให้กระบวนการสืบสวนสอบสวนทำได้รวดเร็วและตรงจุดมากขึ้น เพราะตำรวจมีเครือข่ายกำลังพลทั่วประเทศ สามารถเข้าตรวจสอบพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที และมีอำนาจตามกฎหมายในการดำเนินคดี

พล.ต.ต.จรูญเกียรติเปิดเผยว่า ปัจจุบันศูนย์นี้กำลังตรวจสอบเรื่องร้องเรียนกว่า 600 กรณี โดยเป็นเรื่องพฤติกรรมไม่เหมาะสมพระสงฆ์ถึง 64% เรื่องความผิดทางอาญากว่า 10% ความผิดขั้นปาราชิก 5-6% และเรื่องที่ยังไม่มีมูลประมาณ 20% โดยมีพระสงฆ์ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมาย เป้าหมายทั้งหมด 181 รูป รวมถึงกรณีล่าสุด การสืบสวนหาข้อเท็จจริง พระอาจารย์คึกฤทธิ์ เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาวงการพระพุทธศาสนามีความซับซ้อนและต้องการแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วน

ศูนย์นี้จึงเป็นหน่วยเสริม เพื่อให้แก้ปัญหาทันสถานการณ์

โดยเฉพาะบางกรณีมีพระผู้ใหญ่เข้ามาเกี่ยวข้องทำให้เรื้อรัง

อีกทั้งที่สำคัญได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการสมเด็จพระสังฆราช มีมติให้จัดตั้งศูนย์เพื่อแยกแยะน้ำดีน้ำเสียในวงการสงฆ์และแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด

“ศูนย์พระฯ นี้ตั้งขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหา ภายหลังมีการจับกุมและตรวจสอบหลายคดีเกี่ยวกับสงฆ์โดยมีเลขาธิการสมเด็จพระสังฆราช เป็นผู้สั่งให้ศูนย์นี้เป็นผู้รวบรวมข้อมูลต่างๆ ที่มหาเถรสมาคมมีมติแก้ปัญหาเกี่ยวกับพระสงฆ์ แล้วรายงานต่อเลขาธิการสมเด็จพระสังฆราช ว่ามีเรื่องอะไรน่าสนใจ ผมก็จะไปปรึกษา” พล.ต.ต.จรูญเกียรติระบุ

รอง ผบช.ก.ยังกล่าวอีกว่า การจัดตั้งศูนย์เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการปฏิรูปการดูแลพระพุทธศาสนาในมิติใหม่ เน้นความร่วมมือระหว่างตำรวจ พศ. และคณะสงฆ์ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจัง ปัญหาที่เคยสะสมมายาวนานจะค่อยๆ คลี่คลายได้

ที่สำคัญการแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ต้องทำอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้กระทบต่อภาพลักษณ์พระพุทธศาสนา

“ผมอยากฝากถึงประชาชนว่า การดำเนินการพระสงฆ์ไม่ได้หมายความว่าเรากำลังทำลายศาสนา พระกว่า 99% น่าเคารพกราบไหว้ มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ประพฤติผิด เรากำลังแยกแยะ เพื่อให้พระพุทธศาสนาเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทย” บิ๊กเต่ากล่าว

จึงเป็นจุดเริ่มต้นการดูแลพระพุทธศาสนาในมิติใหม่ เป็นสัญลักษณ์ของความพยายามในการปกป้องศรัทธาประชาชน และสร้างความโปร่งใสในวงการพระสงฆ์ให้กลับคืนมา

แต่กฎหมายก็สู้กฎแห่งกรรมไม่ได้ เพราะกฎแห่งกรรมยุติธรรมเสมอ



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

มท.- PEA แถลงผลการบุกทลายเหมือง Bitcoin เถื่อนใน 5 จังหวัด ยึดเครื่องขุดกว่า 300 เครื่อง
เจ้าฟ้าและสามัญชน | สองนักเรียนไทยเริ่มหวั่นไหวกับสาวรัสเซีย
ปิดฉากคดี 7 ตำรวจจราจร ตื้บมาสด้าแดงแหกด่านผิดคน ‘พ.ร.บ.อุ้มหาย’ บทเรียน จนท.รัฐ
ธงทอง จันทรางศุ | เมื่อต้องเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ในวัย 71 ปี
ไชโย … ฮอร์มุซเปิดแล้ว ! | สุรชาติ บำรุงสุข
หลายภาคส่วนระดมกำลัง ร่วมสำรวจฐานการเรียนรู้บูณาการการสร้างและส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาท – บำรุงรักษ์ป่าเขาขยาย ชัยนาท
เสียง
บางสิ่งเข้ามา | เรื่องสั้น : นรเศรษฐ์ ทับทิมทอง
เวลา | กวีกระวาด : ธาร ธรรมโฆษณ์
ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา : ยั่วยุและเพิ่มกำลังรบ
เมื่อหนุ่มสาวลุกฮือ : จาก ‘แมลงสาบ’ อินเดีย ถึง ‘ล้มละลาย’ ที่อินโดฯ
ดีลสหรัฐ-อิหร่าน หน้าสุดท้ายของสงคราม กับรอยยับที่ไม่คลาย