ความสำเร็จของทีมประกันสังคมก้าวหน้า : บทเรียนสำคัญสำหรับพรรคประชาชน ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การเลือกตั้ง
ฝนไม่ถึงดิน | ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี
ความสำเร็จของทีมประกันสังคมก้าวหน้า
: บทเรียนสำคัญสำหรับพรรคประชาชน
ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่การเลือกตั้ง
ในช่วงเวลาที่พรรคประชาชนกำลังเผชิญกับคำถามและความท้าทายมากมายจากทั้งภายในและภายนอก นับตั้งแต่การลงคะแนนเสียงสนับสนุนคุณอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี
ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถามต่อกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครที่หลายฝ่ายอาจตั้งคำถาม
การแข่งขันเพื่อตำแหน่งและอิทธิพลภายในพรรคตามปกติของพรรคการเมือง
หรือแม้แต่ความขัดแย้งเกี่ยวกับทิศทางและกลยุทธ์ทางการเมืองที่ส่งผลให้ภาพลักษณ์ของความเป็นเอกภาพสั่นคลอน
และการเปลี่ยนหัวหน้าพรรคถึง 4 คนจากวิกฤตการณ์ยุบพรรคการเมือง ปฏิเสธไม่ได้ที่ทำให้พรรคประชาชนเผชิญกับวิกฤตภายในและภายนอก
ในขณะเดียวกันนั้น ผมขออนุญาตถอดบทเรียนสำคัญ จากกลุ่มทางการเมืองที่มีรากเหง้าทางอุดมการณ์คล้ายคลึงกัน โดยสามารถสร้างผลงานที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง
นั่นคือทีมประกันสังคมก้าวหน้า ซึ่งทำงานอยู่ในคณะกรรมการประกันสังคม องค์กรที่บริหารกองทุนมูลค่ากว่าสองล้านเจ็ดแสนล้านบาท
ความแตกต่างระหว่างสองเวทีนี้ไม่ได้อยู่ที่ขนาดของความท้าทายหรือความสำคัญของภารกิจ แต่อยู่ที่วิธีการจัดการกับความท้าทายเหล่านั้น
พรรคประชาชนในฐานะฝ่ายค้านหลักต้องเผชิญกับแรงกดดันจากหลายทิศทาง ตั้งแต่การถูกจับตาทุกความเคลื่อนไหวจากฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง
ความคาดหวังสูงจากมวลชนที่สนับสนุน ไปจนถึงข้อจำกัดทางโครงสร้างในฐานะที่ไม่ได้เป็นรัฐบาล
ความกดดันเหล่านี้บางครั้งกลายเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการมองเส้นทางที่แตกต่างกันไปของสมาชิก และผู้ปฏิบัติงาน เมื่อสมาชิกพรรคต่างมองหาทางออกหรือวิธีการที่แตกต่างกันในการรับมือกับสถานการณ์ที่ซับซ้อน
ปัญหาเรื่องกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครเป็นหนึ่งในประเด็นที่สะท้อนความขัดแย้งภายในอย่างชัดเจน
เมื่อมีการตั้งคำถามว่าใครมีอำนาจในการตัดสินใจ เกณฑ์ในการคัดเลือกโปร่งใสเพียงใด และกระบวนการนี้สะท้อนถึงค่านิยมประชาธิปไตยที่พรรคเรียกร้องหรือไม่
คำถามเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะความไม่ไว้วางใจเพียงอย่างเดียว
แต่เกิดจากความคาดหวังที่สูงว่าพรรคที่เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงควรเป็นต้นแบบของความโปร่งใสและการมีส่วนร่วม
เมื่อความคาดหวังไม่ได้รับการตอบสนอง ความผิดหวังก็กลายเป็นความขัดแย้งที่ทำให้พลังงานของพรรคถูกใช้ไปกับการแก้ปัญหาภายในมากกว่าการสร้างผลงานเพื่อประชาชน
การแข่งขันภายในพรรคเองก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ท้าทาย ในองค์กรการเมืองขนาดใหญ่
การมีความเห็นที่หลากหลายเป็นเรื่องปกติและอาจเป็นจุดแข็งได้หากจัดการอย่างเหมาะสม
แต่ย่อมเป็นเรื่องปกติหากความเห็นหลากหลายกลายเป็นความไม่ลงรอย
ก็ไม่เกินเลยที่ประชาชนส่วนหนึ่งจะเริ่มตั้งคำถามว่าพรรคนี้พร้อมที่จะนำพาประเทศไปข้างหน้าจริงหรือไม่ หากยังจัดการตัวเองไม่ได้
ในขณะที่พรรคประชาชนกำลังต่อสู้กับปัญหาเหล่านี้ ความสำเร็จของทีมประกันสังคมก้าวหน้าก็น่าถอดบทเรียนอย่างยิ่ง
ทีมนี้ไม่ได้มีข้อได้เปรียบที่มากไปกว่าพรรคประชาชนในแง่ของทรัพยากรหรือการสนับสนุน (ซึ่งอาจจะน้อยกว่าในแง่ค่าตอบแทนหรือแสงที่สังคมให้ต่อการทำงานเทียบกับการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร) แต่พวกเขาสามารถบรรลุเป้าหมายได้อย่างน่าประทับใจด้วยการมุ่งเน้นที่ภารกิจหลักและรักษาความเป็นเอกภาพไว้ได้อย่างเหนียวแน่น
ชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ในการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมครั้งแรกเมื่อเดือนธันวาคม 2566 โดยกวาดที่นั่งฝ่ายผู้ประกันตนไปถึงหกที่นั่งจากทั้งหมดเจ็ดที่นั่ง ไม่ได้เกิดขึ้นจากโชคหรือการขาดคู่แข่งที่แข็งแกร่ง
แต่เกิดจากการมีเป้าหมายที่ชัดเจน กลยุทธ์ที่เหมาะสม และที่สำคัญคือความสามัคคีของทีมที่ทุกคนมุ่งไปที่การทำให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิประโยชน์ที่ดีกว่า
ความสำเร็จของทีมประกันสังคมก้าวหน้าไม่ได้หยุดอยู่แค่การชนะเลือกตั้ง แต่ขยายไปถึงการสร้างผลงานที่จับต้องได้และส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนจริงๆ
พวกเขาไม่ได้แค่พูดถึงแนวคิดเรื่องรัฐสวัสดิการในเชิงทฤษฎี แต่เปลี่ยนมันให้กลายเป็นสิ่งที่ผู้ประกันตนสามารถคำนวณและสัมผัสประโยชน์ได้ทันที
เช่น สูตรบำนาญ CARE ที่ช่วยให้ผู้ประกันตนเข้าใจได้ชัดเจนว่าจะได้รับบำนาญเท่าไรเมื่อเกษียณ
หรือเงินสงเคราะห์บุตรที่เพิ่มขึ้นอีกสองร้อยบาท ซึ่งแม้จะดูเป็นจำนวนไม่มาก แต่สำหรับครอบครัวที่มีรายได้น้อยแล้ว มันคือการช่วยเหลือที่เป็นรูปธรรมและสัมผัสได้จริง
สิ่งที่ทำให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้าโดดเด่นคือความสามารถในการแปลงอุดมการณ์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่ส่งมอบได้จริง
พวกเขาเข้าใจดีว่าการพูดถึงความยุติธรรมทางสังคมหรือรัฐสวัสดิการอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องมีสิ่งที่ชัดเจนและวัดผลได้ให้ผู้คนเห็นว่าการสนับสนุนทีมนี้นำมาซึ่งประโยชน์อะไรบ้าง
นี่คือบทเรียนสำคัญที่พรรคประชาชนควรเรียนรู้ ว่าเมื่อใดหากมีอำนาจในการบริหาร การสามารถแปรเปลี่ยนทฤษฎีให้เป็นนโยบายเชิงปฏิบัติทันทีย่อมเป็นเรื่องที่สำคัญ
ความเด็ดขาดในการใช้อำนาจเฉพาะที่มีอยู่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยความสำเร็จของทีมประกันสังคมก้าวหน้า พวกเขารู้ดีว่าตนเองมีอำนาจในการควบคุมทิศทางการบริหารกองทุนประกันสังคม และใช้อำนาจนั้นอย่างเต็มที่โดยไม่ต้องรอการอนุมัติจากสภาหรือรัฐบาล
แม้จะมีอำนาจรัฐซ้อนในกระทรวงแรงงานแต่ก็อาศัยแรงขับจากทางสาธารณะ รวมถึง ส.ส.ที่มีผู้ติดตามในการดึงประเด็นต่างๆ การมีความชัดเจนว่าอำนาจของตนอยู่ที่ไหนและควรใช้อย่างไรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ทำให้พวกเขาสามารถสร้างผลงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
สําหรับพรรคประชาชน แม้จะอยู่ในฐานะฝ่ายค้าน แต่ก็มีอำนาจเฉพาะที่แข็งแกร่งไม่แพ้กัน นั่นคืออำนาจในการตรวจสอบและอำนาจทางวาทกรรม
พรรคสามารถใช้กลไกของกรรมาธิการ การอภิปราย และการเสนอร่างกฎหมายเพื่อบังคับให้รัฐบาลต้องลงมือทำหรือสร้างแรงกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในประเด็นสำคัญ
การใช้อำนาจเหล่านี้อย่างต่อเนื่องและเด็ดขาดจะทำให้พรรคสามารถสร้างผลกระทบได้แม้จะไม่ได้เป็นรัฐบาล
สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือความเป็นเอกภาพของทีมประกันสังคมก้าวหน้า แม้จะมีสมาชิกหลากหลายและอาจมีความเห็นที่แตกต่างกันในบางเรื่อง
แต่พวกเขาสามารถรักษาความเป็นหนึ่งเดียวไว้ได้ด้วยการมุ่งเน้นไปที่ภารกิจหลักในการทำให้กองทุนมั่นคงและเป็นธรรม
นับเป็นโชคดีเพราะสนามประกันสังคมภารกิจมีความชัดเจนไม่หว่านแห บุคลากรต่างมีความเข้าใจในประเด็นดังกล่าวอย่างครบถ้วน
ความเป็นเอกภาพนี้ไม่ได้เกิดจากการปิดกั้นความคิดเห็นที่แตกต่างหรือการบังคับให้ทุกคนคิดเหมือนกัน
แต่เกิดจากการให้ความสำคัญกับภารกิจเหนือกว่าความขัดแย้งส่วนตัวหรือการแข่งขันเพื่อตำแหน่งภายใน
ทุกคนเข้าใจว่าความสำเร็จของทีมคือความสำเร็จของทุกคน และความล้มเหลวของทีมก็จะกระทบทุกคนเช่นกัน
เมื่อเปรียบเทียบลักษณะงานของทั้งสองฝ่าย จะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจน ทีมประกันสังคมก้าวหน้าทำงานในเวทีของคณะกรรมการประกันสังคม ซึ่งเป็นงานปฏิรูปเฉพาะทางที่เน้นการแก้ปัญหาเชิงเทคนิคและสวัสดิการ มีกรอบการทำงานที่ชัดเจนและสามารถวัดผลได้ง่าย
ในขณะที่พรรคประชาชนต้องทำงานในรัฐสภา ซึ่งเป็นเวทีของการเมืองเชิงอุดมการณ์ที่ต้องครอบคลุมวาระระดับชาติหลายด้าน ตั้งแต่รัฐธรรมนูญ เศรษฐกิจ ไปจนถึงการปฏิรูประบบราชการ มีคู่ขัดแย้งหลายฝ่ายและยากที่จะสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมได้ในระยะเวลาอันสั้น
แต่ความแตกต่างนี้ไม่ได้หมายความว่าพรรคประชาชนไม่สามารถเรียนรู้จากความสำเร็จของทีมประกันสังคมก้าวหน้าได้
ในความเป็นจริง หลักการสำคัญที่ทำให้ทีมประกันสังคมก้าวหน้าประสบความสำเร็จนั้นสามารถนำมาปรับใช้กับบริบทของพรรคประชาชนได้
พรรคสามารถเลือกประเด็นเฉพาะที่สามารถสร้างผลงานที่จับต้องได้มาทำงานอย่างเข้มข้น แทนที่จะพยายามจัดการทุกประเด็นพร้อมกัน
การมีโครงการนำร่องหรือกฎหมายเฉพาะที่แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของแนวคิดก้าวหน้าจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและขยายฐานการสนับสนุนได้
นอกจากนี้ การใช้อำนาจตรวจสอบอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเปิดเผยปัญหาและบังคับให้เกิดการเปลี่ยนแปลง จะทำให้ประชาชนเห็นว่าพรรคกำลังทำงานเพื่อพวกเขาอย่างแท้จริง
ที่สำคัญที่สุด พรรคประชาชนต้องหาทางแก้ไขปัญหาภายในที่ การปรับปรุงสื่อสารกระบวนการคัดเลือกผู้สมัครให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม
การสร้างกลไกในการจัดการความขัดแย้งภายในอย่างสร้างสรรค์ และการเน้นย้ำถึงภารกิจร่วมกันที่สำคัญกว่าผลประโยชน์ส่วนตัว ล้วนเป็นสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วน
หากพรรคยังคงปล่อยให้ปัญหาเหล่านี้ลุกลามต่อไป พลังงานและความสามารถของสมาชิกพรรคจะถูกใช้ไปกับการต่อสู้ภายในมากกว่าการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ประชาชนคาดหวัง
ความสำเร็จของทีมประกันสังคมก้าวหน้าสะท้อนให้เห็นว่าการเมืองก้าวหน้าไม่จำเป็นต้องจมอยู่กับความคิดในเชิงทฤษฎีเพียงอย่างเดียว
แต่สามารถแปลงเป็นผลงานที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนได้จริง
การมีเป้าหมายที่ชัดเจน การใช้อำนาจที่มีอยู่อย่างเต็มที่ และการรักษาความเป็นเอกภาพเพื่อภารกิจร่วมกัน คือกุญแจสำคัญของความสำเร็จ
สำหรับพรรคประชาชนที่กำลังเดินทางในเส้นทางที่ท้าทายกว่า บทเรียนเหล่านี้อาจเป็นช่องทางที่ช่วยนำทางให้สามารถก้าวผ่านวิกฤตภายใน-ภายนอก และกลับมาสร้างผลงานที่ประชาชนคาดหวังได้
