กรุพระนาคปรกเนื้อชิน วัดปืน-บ้านหนองแจง จากลพบุรีสู่สุพรรณบุรี
โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ
พระกรุเก่าของลพบุรีที่มีชื่อเสียง มีอยู่หลายกรุด้วยกัน ส่วนใหญ่จะเป็นพระเนื้อชิน ผู้หลักผู้ใหญ่ในสมัยก่อนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พระกรุวัดปืนนั้น เรื่องอยู่ยงคงกระพันชาตรีเชื่อถือได้ มีประสบการณ์ต่างๆ มากมาย
แต่พระกรุของวัดนี้หายากมาตั้งแต่ในสมัยก่อนแล้ว
พระกรุวัดปืน เท่าที่รู้จักกันดีมีพระนาคปรก พระหูยาน และพระหลวงพ่อแขก ซึ่งเป็นพระเนื้อชินทั้งสิ้น
วัดปืนนั้น ตามที่กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้เมื่อปี พ.ศ.2479 ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี สถานะเป็นวัดร้าง สถาปัตยกรรมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ พบวิหาร 1 หลัง ฐานเจดีย์แนวโบราณสถานข้างอาคารและบ่อน้ำ
จากการค้นคว้าเอกสารรุ่นเก่า ไม่ปรากฏชื่อของโบราณสถานวัดปืนแต่อย่างใด พบเพียงตำแหน่งของเจดีย์บนพื้นที่โบราณสถานวัดปืน ในผังเมืองละโว้ที่ช่างชาวฝรั่งเศสเป็นผู้จัดทำขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2230 ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเท่านั้น
วิหารวัดปืนที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน สถาปัตยกรรมที่เห็นสันนิษฐานว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ชื่อของวัดปืนยังไม่มีเอกสารยืนยันชัดเจนว่าชื่อนี้มีมาตั้งแต่เมื่อไร มีแต่เพียงข้อสันนิษฐานว่าชื่อของวัดแห่งนี้น่าจะเรียกกันเองโดยชาวบ้านนานมาแล้ว ชื่อวัดแห่งนี้น่าจะมีที่มาจากปืนพระราม ซึ่งมีป้อมปืนโบราณตั้งอยู่ใกล้ๆ
นอกจากแผนที่ของชาวฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์แล้ว ยังพบแผนที่กรุงเก่าเมืองลพบุรี ระบุปี พ.ศ.2457 ได้เรียกอาคารและพื้นที่ในบริเวณนี้ว่า “วัดปืน (ร้าง)” จากสถาปัตยกรรมที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน เป็นสถาปัตยกรรมในสมัยอยุธยา ผนังที่ยังคงเหลืออยู่ ประตูหน้าต่าง เป็นแบบซุ้มโค้งแหลมแบบตะวันตก
จึงสันนิษฐานได้ว่าวิหารแห่งนี้คงสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ โดยสร้างซุ้มหน้าต่างแบบตะวันตก

กล่าวสำหรับพระกรุวัดปืน เป็นพระเครื่องที่มีคนแอบไปขุดได้นั้น เท่าที่พบศิลปะขององค์พระเป็นแบบสมัยเก่ากว่าตัววิหารทั้งสิ้น เป็นแบบศิลปะขอมลพบุรี ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่าตัวโบราณสถานที่ยังคงเหลืออยู่
คนที่ขุดพระเครื่องได้ ยืนยันว่าขุดที่บริเวณวัดปืน แต่ก็ไม่ยอมบอกว่าขุดตรงไหน
ในบริเวณวัดปืนน่าจะเคยมีโบราณสถานเก่าแก่ แต่ชำรุดพังทลายไปหมดมานานแล้ว และอาจจะมีการบูรณะในครั้งสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ทับซ้อนในบริเวณวัดปืนแห่งนี้ จึงไม่หลงเหลือสถาปัตยกรรมศิลปะลพบุรีอยู่
แต่บริเวณวัดปืนได้เคยพบพระพุทธรูปสมัยลพบุรีอยู่หลายองค์ จึงสันนิษฐานว่าบริเวณนี้เคยเป็นโบราณสถานสมัยลพบุรีมาก่อนที่จะได้รับการบูรณะต่อมาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์
พระกรุวัดปืนที่พบ คือ พระนาคปรก พระหูยาน และพระหลวงพ่อแขก ล้วนเป็นศิลปะขอมแบบที่พบในลพบุรี เปรียบเทียบกับศิลปะเขมรแล้วตรงกับศิลปะเขมรแบบบายน
ปัจจุบันพระกรุวัดปืนหายากทุกพิมพ์ สนนราคาสูง ของปลอมก็มีระบาดมานานแล้ว

เปลี่ยนบรรยากาศไปที่สุพรรณบุรีกันบ้าง พระกรุเก่าของเมืองสุพรรณที่มีชื่อเสียง คือ “พระนาคปรก กรุบ้านหนองแจง” เป็นกรุเดียวกับที่พบพระร่วงยืนอยู่หลายพิมพ์ แต่มีการพบพระแบบอื่นๆ อยู่อีกบ้าง แต่มีจำนวนไม่มากนัก เช่น พระร่วงนั่งเทริดขนนก และพระนาคปรก ซึ่งเป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงเช่นเดียวกันทั้งกรุ
นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังเข้าสำรวจพบเศียรปูนปั้นศิลปะลพบุรีเป็นจำนวนมาก และพบนางปัญญาบารมีและพระร่วงอีกจำนวนหนึ่ง
กรุบ้านหนองแจงอยู่ที่ ต.ไร่รถ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ในการขุดพบพระเครื่องนั้นเป็นการขุดพบโดยบังเอิญในที่ดินของนายสิน ซึ่งขุดดินทำไร่ ได้พบพระร่วงเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง 2-3 องค์ และสังเกตว่าในที่ดินได้ขุดพบเศษกระเบื้องเป็นจำนวนมาก คิดว่าบริเวณนี้น่าจะมีพระร่วงอยู่อีก จึงลงมือขุดหาพระแบบเดาสุ่ม แต่ยังไม่พบอะไร
พอดีมีเจ้าของร้านกาแฟที่เป็นเพื่อนกันมานั่งคุยอยู่ด้วย จึงให้ขุดต่อไปทางด้านทิศใต้ ปรากฏว่าพบไหบรรจุพระเครื่องจำนวนไม่มากนัก
ต่อมาก็มีชาวบ้านในแถบนั้นรู้เข้า พากันมาขุดโดยไม่ได้เกรงใจเจ้าของที่ดิน ขุดกันจนที่ดินเละไปหมด พบพระร่วงอยู่กระจัดกระจายไป แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก
ต่อมาได้พบไหบรรจุพระเครื่องอีกไหหนึ่ง ในไหมีพระบรรจุอยู่ประมาณ 140-150 องค์
ครั้นต่อมาข่าวดังขึ้น มีคนมาขุดหาพระกันมากขึ้น จนขยายไปขุดกันถึงบ้านยายแหร่มที่อยู่ใกล้กัน พบพระร่วงพิมพ์เศียรโตคล้ายกับพระร่วงที่ขุดพบที่วัดปู่บัวอีก
ต่อมากรมศิลปากรรู้ข่าว เข้ามาควบคุมการขุด ซึ่งมีซากเจดีย์อยู่องค์หนึ่ง พบเศียรพระปูนปั้นศิลปะลพบุรีอีกจำนวนหนึ่ง
พระเครื่องที่ขุดพบที่บ้านหนองแจง เป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงทั้งสิ้น ผิวของพระจะมีไขขาวปกคลุมอยู่เกือบทั้งองค์ เมื่อล้างผิวไขขาวออก จะพบเนื้อสนิมแดงเข้มจับทั่วทั้งองค์สวยงาม
พิมพ์ของพระที่พบจะเป็นพระร่วงยืนพิมพ์ต่างๆ เช่น พระร่วงยืนพิมพ์รัศมี พระร่วงยืนพิมพ์เศียรโต พระร่วงยืนพิมพ์พระพักตร์เสี้ยม พระร่วงยืนพิมพ์ยกมือซ้าย พระร่วงยืนพิมพ์จรวดอ้วนและผอม พระร่วงนั่งเทริดขนนก และพระนาคปรก เป็นต้น
พระเครื่องของกรุนี้ที่พบสันนิษฐานว่าน่าเป็นพระสมัยอู่ทองยุคต้น (อู่ทองสุวรรณภูมิ) ซึ่งรับอิทธิพลทางศิลปะจากศิลปะลพบุรีหรือขอม
พระนาคปรกที่พบในกรุนี้พบน้อยมาก ส่วนใหญ่จะชำรุดเสียเป็นส่วนมาก จึงไม่ค่อยได้พบเห็นกัน
