bg-single

กรุพระนาคปรกเนื้อชิน วัดปืน-บ้านหนองแจง จากลพบุรีสู่สุพรรณบุรี

14.12.2025

โฟกัสพระเครื่อง | โคมคำ

[email protected]

พระกรุเก่าของลพบุรีที่มีชื่อเสียง มีอยู่หลายกรุด้วยกัน ส่วนใหญ่จะเป็นพระเนื้อชิน ผู้หลักผู้ใหญ่ในสมัยก่อนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พระกรุวัดปืนนั้น เรื่องอยู่ยงคงกระพันชาตรีเชื่อถือได้ มีประสบการณ์ต่างๆ มากมาย

แต่พระกรุของวัดนี้หายากมาตั้งแต่ในสมัยก่อนแล้ว

พระกรุวัดปืน เท่าที่รู้จักกันดีมีพระนาคปรก พระหูยาน และพระหลวงพ่อแขก ซึ่งเป็นพระเนื้อชินทั้งสิ้น

วัดปืนนั้น ตามที่กรมศิลปากรประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้เมื่อปี พ.ศ.2479 ตั้งอยู่ที่ ต.ท่าหิน อ.เมือง จ.ลพบุรี สถานะเป็นวัดร้าง สถาปัตยกรรมที่ยังคงหลงเหลืออยู่ พบวิหาร 1 หลัง ฐานเจดีย์แนวโบราณสถานข้างอาคารและบ่อน้ำ

จากการค้นคว้าเอกสารรุ่นเก่า ไม่ปรากฏชื่อของโบราณสถานวัดปืนแต่อย่างใด พบเพียงตำแหน่งของเจดีย์บนพื้นที่โบราณสถานวัดปืน ในผังเมืองละโว้ที่ช่างชาวฝรั่งเศสเป็นผู้จัดทำขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2230 ในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเท่านั้น

วิหารวัดปืนที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน สถาปัตยกรรมที่เห็นสันนิษฐานว่าเป็นวัดที่สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ชื่อของวัดปืนยังไม่มีเอกสารยืนยันชัดเจนว่าชื่อนี้มีมาตั้งแต่เมื่อไร มีแต่เพียงข้อสันนิษฐานว่าชื่อของวัดแห่งนี้น่าจะเรียกกันเองโดยชาวบ้านนานมาแล้ว ชื่อวัดแห่งนี้น่าจะมีที่มาจากปืนพระราม ซึ่งมีป้อมปืนโบราณตั้งอยู่ใกล้ๆ

นอกจากแผนที่ของชาวฝรั่งเศสในสมัยสมเด็จพระนารายณ์แล้ว ยังพบแผนที่กรุงเก่าเมืองลพบุรี ระบุปี พ.ศ.2457 ได้เรียกอาคารและพื้นที่ในบริเวณนี้ว่า “วัดปืน (ร้าง)” จากสถาปัตยกรรมที่เราเห็นอยู่ในปัจจุบัน เป็นสถาปัตยกรรมในสมัยอยุธยา ผนังที่ยังคงเหลืออยู่ ประตูหน้าต่าง เป็นแบบซุ้มโค้งแหลมแบบตะวันตก

จึงสันนิษฐานได้ว่าวิหารแห่งนี้คงสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ โดยสร้างซุ้มหน้าต่างแบบตะวันตก

พระนาคปรก กรุวัดปืน

กล่าวสำหรับพระกรุวัดปืน เป็นพระเครื่องที่มีคนแอบไปขุดได้นั้น เท่าที่พบศิลปะขององค์พระเป็นแบบสมัยเก่ากว่าตัววิหารทั้งสิ้น เป็นแบบศิลปะขอมลพบุรี ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่าตัวโบราณสถานที่ยังคงเหลืออยู่

คนที่ขุดพระเครื่องได้ ยืนยันว่าขุดที่บริเวณวัดปืน แต่ก็ไม่ยอมบอกว่าขุดตรงไหน

ในบริเวณวัดปืนน่าจะเคยมีโบราณสถานเก่าแก่ แต่ชำรุดพังทลายไปหมดมานานแล้ว และอาจจะมีการบูรณะในครั้งสมัยแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ทับซ้อนในบริเวณวัดปืนแห่งนี้ จึงไม่หลงเหลือสถาปัตยกรรมศิลปะลพบุรีอยู่

แต่บริเวณวัดปืนได้เคยพบพระพุทธรูปสมัยลพบุรีอยู่หลายองค์ จึงสันนิษฐานว่าบริเวณนี้เคยเป็นโบราณสถานสมัยลพบุรีมาก่อนที่จะได้รับการบูรณะต่อมาในสมัยสมเด็จพระนารายณ์

พระกรุวัดปืนที่พบ คือ พระนาคปรก พระหูยาน และพระหลวงพ่อแขก ล้วนเป็นศิลปะขอมแบบที่พบในลพบุรี เปรียบเทียบกับศิลปะเขมรแล้วตรงกับศิลปะเขมรแบบบายน

ปัจจุบันพระกรุวัดปืนหายากทุกพิมพ์ สนนราคาสูง ของปลอมก็มีระบาดมานานแล้ว

พระนาคปรก กรุบ้านหนองแจง

เปลี่ยนบรรยากาศไปที่สุพรรณบุรีกันบ้าง พระกรุเก่าของเมืองสุพรรณที่มีชื่อเสียง คือ “พระนาคปรก กรุบ้านหนองแจง” เป็นกรุเดียวกับที่พบพระร่วงยืนอยู่หลายพิมพ์ แต่มีการพบพระแบบอื่นๆ อยู่อีกบ้าง แต่มีจำนวนไม่มากนัก เช่น พระร่วงนั่งเทริดขนนก และพระนาคปรก ซึ่งเป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงเช่นเดียวกันทั้งกรุ

นอกจากนี้ กรมศิลปากรยังเข้าสำรวจพบเศียรปูนปั้นศิลปะลพบุรีเป็นจำนวนมาก และพบนางปัญญาบารมีและพระร่วงอีกจำนวนหนึ่ง

กรุบ้านหนองแจงอยู่ที่ ต.ไร่รถ อ.ดอนเจดีย์ จ.สุพรรณบุรี ในการขุดพบพระเครื่องนั้นเป็นการขุดพบโดยบังเอิญในที่ดินของนายสิน ซึ่งขุดดินทำไร่ ได้พบพระร่วงเนื้อชินตะกั่วสนิมแดง 2-3 องค์ และสังเกตว่าในที่ดินได้ขุดพบเศษกระเบื้องเป็นจำนวนมาก คิดว่าบริเวณนี้น่าจะมีพระร่วงอยู่อีก จึงลงมือขุดหาพระแบบเดาสุ่ม แต่ยังไม่พบอะไร

พอดีมีเจ้าของร้านกาแฟที่เป็นเพื่อนกันมานั่งคุยอยู่ด้วย จึงให้ขุดต่อไปทางด้านทิศใต้ ปรากฏว่าพบไหบรรจุพระเครื่องจำนวนไม่มากนัก

ต่อมาก็มีชาวบ้านในแถบนั้นรู้เข้า พากันมาขุดโดยไม่ได้เกรงใจเจ้าของที่ดิน ขุดกันจนที่ดินเละไปหมด พบพระร่วงอยู่กระจัดกระจายไป แต่ก็มีจำนวนไม่มากนัก

ต่อมาได้พบไหบรรจุพระเครื่องอีกไหหนึ่ง ในไหมีพระบรรจุอยู่ประมาณ 140-150 องค์

ครั้นต่อมาข่าวดังขึ้น มีคนมาขุดหาพระกันมากขึ้น จนขยายไปขุดกันถึงบ้านยายแหร่มที่อยู่ใกล้กัน พบพระร่วงพิมพ์เศียรโตคล้ายกับพระร่วงที่ขุดพบที่วัดปู่บัวอีก

ต่อมากรมศิลปากรรู้ข่าว เข้ามาควบคุมการขุด ซึ่งมีซากเจดีย์อยู่องค์หนึ่ง พบเศียรพระปูนปั้นศิลปะลพบุรีอีกจำนวนหนึ่ง

พระเครื่องที่ขุดพบที่บ้านหนองแจง เป็นพระเนื้อชินตะกั่วสนิมแดงทั้งสิ้น ผิวของพระจะมีไขขาวปกคลุมอยู่เกือบทั้งองค์ เมื่อล้างผิวไขขาวออก จะพบเนื้อสนิมแดงเข้มจับทั่วทั้งองค์สวยงาม

พิมพ์ของพระที่พบจะเป็นพระร่วงยืนพิมพ์ต่างๆ เช่น พระร่วงยืนพิมพ์รัศมี พระร่วงยืนพิมพ์เศียรโต พระร่วงยืนพิมพ์พระพักตร์เสี้ยม พระร่วงยืนพิมพ์ยกมือซ้าย พระร่วงยืนพิมพ์จรวดอ้วนและผอม พระร่วงนั่งเทริดขนนก และพระนาคปรก เป็นต้น

พระเครื่องของกรุนี้ที่พบสันนิษฐานว่าน่าเป็นพระสมัยอู่ทองยุคต้น (อู่ทองสุวรรณภูมิ) ซึ่งรับอิทธิพลทางศิลปะจากศิลปะลพบุรีหรือขอม

พระนาคปรกที่พบในกรุนี้พบน้อยมาก ส่วนใหญ่จะชำรุดเสียเป็นส่วนมาก จึงไม่ค่อยได้พบเห็นกัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน
Sleepmaxxing โรคบ้านอน
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (25)
E-DUANG | สถานะ ธรรมนัส พรหมเผ่า สถานะ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์
“วัชระพล” เร่งแก้น้ำเน่าคลองระพีพัฒน์ 2 ไม่นิ่งนอนใจปัญหา ปชช.หลังปลาตายจำนวนมาก คาดสถานการณ์ดีขึ้นใน 1-2 วัน
“พิชัย” ชื่นชมความสำเร็จของการประชุม IMF–World Bank 2026 ชี้รัฐบาลต้องสานต่อเพื่อประโยชน์สูงสุด แนะเร่งแก้ 4 ความท้าทายเศรษฐกิจไทย
ไม่ได้เป็นของนายทุน : เอฟซี ซังต์เพาลี สโมสรฟุตบอลของแฟนบอล ผู้ท้าโต้คลื่นทุนนิยม (1)
50 ปี 6 ตุลา (7) เหยี่ยว พิราบ และโดมิโน