มรสุมถาโถม ‘นานา ไรบีนา’ ตกสวรรค์สู่ผู้ต้องหาแชร์ลูกโซ่ ทำธุรกิจเกินตัว-บริหารผิดพลาด
โล่เงิน
มรสุมถาโถม ‘นานา ไรบีนา’ตกสวรรค์สู่ผู้ต้องหาแชร์ลูกโซ่ทำธุรกิจเกินตัว-บริหารผิดพลาด
‘นานา ไรบีนา’ ที่คนรู้จักจากผลงานจากการเป็น วีเจ ดีเจ พิธีกร นักแสดง รวมถึงนักแข่งรถ นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะโดนตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) รวบตัวคาบ้านพักในหมู่บ้านหรู ซอยเอกมัย เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร เช้าวันที่ 3 ธันวาคม
ก่อนหน้านี้ เจ้าตัวระแคะระคายว่าอาจถูกจับกุม เหตุโดนแฉว่ายืมเงินเพื่อนในแก๊งนางฟ้าบางคน และคนนอกวงการหลายร้อยล้านบาท มีคนไปแจ้งความ
“นานา” ออกมาไลฟ์ ยอมรับทั้งน้ำตาว่าบริหารเงินพลาด ทำธุรกิจเกินตัว และยืนยันว่าไม่ได้ติดพนัน
เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ทนายสายหยุด เพ็งบุญชู พาตัว นานา มอบตัวที่ บช.ก. เพื่อแสดงเจตนาว่าพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และไม่มีพฤติการณ์หลบหนี
แต่เนื่องจากเป็นเวลา 17.00 น. นอกราชการ พนักงานสอบสวนยังไม่ได้ออกหมายจับทำให้ยังไม่มีอำนาจควบคุมตัว
มูลเหตุเริ่มจากกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา กลุ่มเพื่อนสนิทและผู้ใกล้ชิดของนานา รวม 17 คน ทยอยมาร้องทุกข์เธอในข้อหาฉ้อโกงทรัพย์ และ พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ตรวจสอบเส้นทางการเงิน และสอบปากคำพยานผู้เชี่ยวชาญจากสำนักงานเศรษฐกิจและการคลัง
นำไปสู่ขอศาลออกหมายจับและหมายค้น
พฤติการณ์แห่งคดีย้อนไปเมื่อ 3 ปีกว่าๆ “นานา” ได้ชักชวนผู้เสียหายซึ่งเป็นกลุ่มเพื่อนสนิท, บุคคลใกล้ชิด และกลุ่มผู้ปกครองในโรงเรียนนานาชาติ ให้ร่วมลงทุนในธุรกิจต่างๆ ได้แก่
1. ธุรกิจปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคล เสนอผลตอบแทนสูง 4-7% ต่อเดือน
2. ลงทุนเทรดหุ้นกับผู้มีชื่อเสียงวงการเทรดหุ้น
3. ลงทุนขายหุ้นในธุรกิจกีฬาบาสเกตบอล, ร้านอาหารต่างประเทศ โดยหนึ่งในผู้เสียหายที่มีข่าวหลุดออกมาแล้วได้เข้าแจ้งความก่อนหน้านี้ คือ “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” ดาราสาวชื่อดัง สมาชิกแก๊งนางฟ้าด้วยกัน ได้ชวนลงทุนร้านอาหารในสหรัฐอเมริกา มูลค่า 3 ล้านบาท แต่สุดท้ายไม่มีการลงทุนจริง และบริษัทต่างๆ ของตัวเอง
4. ลงทุนในกองทุนเครือธุรกิจครอบครัวรายใหญ่
โดยอาศัยความเชื่อใจและความน่าเชื่อถือของตน ประกอบกับแอบอ้างผู้มีชื่อเสียงแวดวงธุรกิจ ทำให้กลุ่มผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินร่วมลงทุน
แรกๆ ได้รับผลตอบแทนตามที่เสนอจริง ประกอบกับ “นานา” ได้นำหลักฐานการโอนเงินปลอมและเอกสารการโอนหุ้นปลอมมาแสดงต่อผู้เสียหาย ทำให้ต่างเกิดเชื่อมั่นและหลงเชื่อลงทุนเรื่อยมา
ต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เริ่มไม่จ่ายผลตอบแทนให้กับผู้เสียหาย
อ้างว่าบัญชีเงินถูกหน่วยงานรัฐระงับการทำธุรกรรม จึงไม่สามารถจ่ายคืนเงินลงทุนและปันผลการลงทุนได้ เมื่อถูกทวงถามก็ได้ออกเช็คเงินสดชำระเงินลงทุนและเงินปันผลคืน แต่เช็คเด้ง !!!
และยังทราบว่าบุคคลมีชื่อเสียงที่ถูกกล่าวอ้างนั้น ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุนตามที่แอบอ้าง
ผู้เสียหายเชื่อว่าถูกหลอกลวง จึงเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 195 ล้านบาท
จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า นอกจากพฤติการณ์ชักชวนระดมทุนแล้ว “นานา” ซึ่งเป็นผู้ต้องหายังปลอมหลักฐานสลิปการโอนเงิน ปลอมแปลงเอกสารการโอนหุ้นบริษัทร้านตัดผมชื่อดัง ซึ่งตัวเองเป็นเจ้าของอยู่
เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่าไม่ได้มีการนำเงินไปลงทุนในธุรกิจต่างๆ ตามที่กล่าวอ้าง
โดยทำธุรกรรมเบิกถอนเงินสดที่ธนาคารเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีการนำเงินลงทุนที่ได้รับมาไปหมุนเวียนจ่ายเป็นผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนรายอื่น
ลักษณะดังกล่าวเข้าข่ายเป็นความผิดการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม พ.ร.ก.กู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน
นั่นคือ แชร์ลูกโซ่ เป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน ต้องรายงานไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ด้วย
นอกจากนี้ พนักงานสอบสวนได้นำหมายค้นศาลอาญากรุงเทพใต้ เข้าตรวจค้นบ้านพัก พร้อมทั้งยึดพยานเอกสารและพยานวัตถุ
ที่น่าสนใจดังนี้ 1. โทรศัพท์ไอโฟน 7 เครื่อง 2. art toy bearbrick และอื่นๆ 11 กล่อง 3. ledger-nano-x (hardware wallet) 1 ชิ้น 4. กระเป๋า แอร์เมส เบอร์กิ้น 1 ใบ 5. กระเป๋าหิ้ว หลุยส์ วิตตอง 1 ใบ 6. จิวเวอรี่แบรนด์ต่างๆ ประมาณ 50 ชิ้น 7. รถยนต์มินิคูเปอร์ รุ่น aceman สีขาว 1 คัน รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
อีกทั้งยังตรวจสอบพบการถือครองอสังหาริมทรัพย์ โฉนดที่ดิน จ.อ่างทอง 1 แปลง 64 ตร.ว. และโฉนดที่ดินกรุงเทพมหานคร แปลง 87.9 ตร.ว.
ดังนั้นทรัพย์สินเหล่านี้ พนักงานสอบสวนต้องตรวจสอบว่าได้มาก่อนหรือหลังการกระทำความผิดเมื่อกันยายน 2565 หรือไม่ ถ้าได้มาหลังก็ต้องตรวจยึดทรัพย์ทั้งหมดและส่งให้ ปปง.ดำเนินการ
จากนั้น ตำรวจคุมตัว “นานา” มาที่ บก.ปอศ. เพื่อลงบันทึกจับกุม และสอบปากคำ
ปรากฏว่า ‘นานา’ ได้ปกปิดใบหน้าด้วยการสวมหมวกแก๊ปสีดำ ใส่แมสก์ แว่นกันแดด และคลุมตัวด้วยผ้าสีครีม อยู่ในสภาพเครียด เพราะกังวลทั้งเรื่องลูก เรื่องงาน และการประกันตัว
เบื้องต้นให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อ้างว่าไม่รู้ว่าการกู้ยืมเงินลักษณะที่ทำนั้นผิดกฎหมาย และคิดว่าจะหาเงินมาชดใช้ผู้เสียหายได้
ส่วน “เวย์ ไทเทเนี่ยม” หรือนายปริญญา แร็ปเปอร์และนักร้องฮิปฮอปชื่อดัง สามี “นานา” ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่
ทั้งหมดนำสู่บทเรียนการทำธุรกิจเกินตัว ทำให้ ‘นานา’ ซึ่งเป็นสมาชิกแก๊งนางฟ้าต้องตกสวรรค์เป็นผู้ต้องหาฉ้อโกงและแชร์ลูกโซ่
