มองบ้านมองเมือง | ปริญญา ตรีน้อยใส
เป็นที่รู้กันว่า ปัญหาจราจรที่ภูเก็ตนั้น หนักหนาสาหัสอย่างยิ่ง
ว่ากันว่า การเดินทางจากสนามบิน ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะ ไปถึงหาดป่าตอง ที่อยู่ท้ายเกาะทางทิศใต้ ระยะทาง 37 กิโลเมตร ถ้าเป็นเวลาไม่ปกติ การจราจรไม่ติดขัด จะใช้เวลาเกือบชั่วโมง
แต่ถ้าเป็นช่วงเวลาปกติ การจราจรหนาแน่น ก็จะกลายเป็นนานถึงสามสี่ชั่วโมง
ด้วยสภาพภูมิประเทศและสภาพถนนที่เป็นอยู่ ทางสัญจรหลักบนเกาะภูเก็ต ประกอบด้วยทางหลวงหมายเลข 402 จากสะพานสารสิน ไปจนถึงตัวเมืองเก่า จากตัวเมืองเก่า จะมีถนนรอง ไปสู่หาดป่าตอง สุรินทร์ ราไวย์ ฯลฯ
ทุกวันนี้ยังกระจายไปหาดใกล้เคียง อาทิ หาดในยาง กมลา กะรน กะตะ ในหาน ฯลฯ ทำให้การจราจรถนนรองหนาแน่นมากขึ้น ติดขัดเช่นเดียวกับถนนสายหลัก
เมื่อสามสิบปีก่อน มีโครงการถนนรอบเกาะภูเก็ต ทางทิศตะวันตก เชื่อมหาดต่างๆ ทางด้านอันดามัน ตั้งแต่หาดสุรินทร์ จนถึงแหลมพรหมเทพ มาถึงตอนนี้ทุกแห่งการจราจรบนถนนล้วนติดขัด
ส่วนทางคู่ขนาน 4024 หรือถนนเลี่ยงเมือง ที่เพิ่งตัดขึ้นเมื่อไม่นาน มาถึงวันนี้ปริมาณการจราจรก็หนาแน่นเต็มพื้นที่ไปเรียบร้อย
สำหรับโครงการทางพิเศษ ไปหาดป่าตอง เริ่มต้นบ้างแล้ว แต่ยังต้องใช้เวลา เพราะส่วนใหญ่ จะเป็นอุโมงค์ลอดภูเขา และยังมีปัญหาเวนคืนที่ดิน
โชคดีว่า นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะต่างชาติ ที่มาเที่ยวภูเก็ต ยินยอมเสียเวลาเดินทางจากสนามบิน ไปถึงโรงแรมตามชายหาดต่างๆ และใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บริเวณนั้น ไม่ได้ข้ามไปพื้นที่อื่น จะมีปัญหาอีกครั้ง เวลากลับเครื่องบินไฟลต์เช้า ที่ต้องตื่นแต่เช้ามืด
แต่สำหรับกรุ๊ปทัวร์ ที่ตระเวนไปรอบเกาะ นักท่องเที่ยวไทย ที่วนไหว้พระ จะเสียเวลาอยู่บนรถมากกว่า ที่หนักหนาคือชาวบ้านที่ต้องเดินทางทำมาหากิน เสียเวลาขาดรายได้

อย่างไรก็ตาม เมื่อเร็วๆ นี้ มีข่าวภูมิภาคเล็กๆ ที่มาจากการแถลงข่าวร่วมกันของสามหน่วยงาน คือ จังหวัดภูเก็ต สำนักงานเจ้าท่าภูเก็ต กรมเจ้าท่า และสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 5 กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพืชพันธุ์ เขตอุทยาน จัดทำโครงการเรือแท็กซี่ Boat Taxi ที่จะให้บริการรับส่งผู้โดยสาร จากสนามบินหรือหาดในยาง ไปยังหาดอื่นทั้งหมด 14 แห่ง
โดยจะเริ่มจากหาดป่าตอง เป็นจุดแรก ซึ่งจะใช้เวลาเพียง 40 นาที มีการศึกษาความเป็นไปได้ อาทิ การเดินเรือบริการ เฉพาะในช่วงปลอดมรสุม เพื่อความปลอดภัย ท่าเรือเป็นแบบทุ่นลอยน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง และอื่นๆ
รวมทั้งคาดการณ์ว่า แม้จะยังต้องใช้เวลานาน แต่การนั่งเรือกลางทะเล คงถูกจริตนักท่องเที่ยวมากกว่านั่งอยู่ในรถกลางถนน
โครงการนี้ นอกจากจะเป็นการแก้ปัญหาจราจร ยังให้ทางเลือกในการเดินทาง และความสะดวกสบาย ลดปริมาณการจราจรบนถนนหลายสาย ลดมลภาวะ ลดการผลิตคาร์บอน
ทั้งนี้ ยังเป็นมิติใหม่ของระบบบริหารบ้านเมือง การร่วมมือกันเสนอวิธีแก้ปัญหาท้องถิ่น โดยเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในภูมิภาค ที่ไม่รอคำสั่งจากกระทรวง หรือข้าราชการในเมืองหลวง หรือไม่รอนโยบายของพรรคหรือนักการเมือง ในสภาผู้แทนราษฎรที่ผลุบๆ โผล่ๆ
ข่าวนี้พอให้เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ กับปัญหาจราจรของภูเก็ต เมืองท่องเที่ยวไทยที่ติดอันดับโลก
และเป็นอีกหนึ่งประจักษ์พยาน ที่แสดงว่า ภูเก็ตนั้น ไม่ใช่ประเทศไทย
