bg-single

พิธีกรรม ‘ผี-พราหมณ์-พุทธ’ แม่โพสพ-เทวีข้าว

25.01.2026

| สุจิตต์ วงษ์เทศ

เดือน 3 จันทรคติ (มกราคม-กุมภาพันธ์) ชาวนาทำขวัญข้าว และเป็นวันสถาปนาแม่ข้าวเป็นแม่โพสพ คือเทวีแห่งข้าว

แม่โพสพไม่มีตัวตนจริง แต่เป็นเรื่องเล่าเก่าแก่เริ่มจากแม่ข้าวตั้งแต่หลายพันปีมาแล้ว จากนั้นยกย่องเป็นแม่โพสพสืบเนื่องจนปัจจุบัน ดังนี้

1. สมัยชุมชนเกษตรกรรมเริ่มแรก หลายพันปีมาแล้ว (ก่อนประวัติศาสตร์) นับถือศาสนาผี มีความเชื่อเรื่องขวัญในคน, สัตว์, พืช, สิ่งของ และอาคารสถานที่

ครั้งนั้น มีข้าวต้นหนึ่งตายเพราะถูกเคียวเกี่ยวข้าว แต่ขวัญของข้าวไม่ตายกลายเป็นผี เรียกขวัญข้าว มีเพศหญิง และเป็นเจ้าแม่แห่งข้าว เรียกย่อๆ ว่าแม่ข้าว

ชุมชนต้องมีพิธีเซ่นผีแม่ข้าวทุกปีในเดือน 3 ทางจันทรคติ เรียกพิธีทำขวัญข้าว เพื่อขอความอุดมสมบูรณ์ในพืชพันธุ์ว่านยาข้าวปลาอาหารเลี้ยงชุมชนที่อ่อนแอทางเทคโนโลยี

2. สมัยชุมชนเมืองการค้าเริ่มแรก 1,500 ปีมาแล้ว หลัง พ.ศ. 1000 รับวัฒนธรรมอินเดีย นับถือศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาพุทธ มีความเคลื่อนไหว ดังนี้

(1.) ชนชั้นนำของเมือง คือเจ้าเมือง ซึ่งนับถือผีแม่ข้าว ได้ยกย่องแม่ข้าวจากผีเป็นเทวดาเพศหญิง คือเทวีแห่งข้าว (2.) ด้วยพิธีกรรมเปลี่ยนผ่านจากผีเป็นเทวราช ตามความเชื่อสมัยนั้นคือ “ผี-พราหมณ์-พุทธ” และ (3.) แม่ข้าวถูกขนานนามใหม่ว่าแม่โพสพ ด้วยการขอยืมนามของท้าวเวสสุวรรณว่า “ไพศพ” แล้วกลายคำเป็น “โพสพ” เรียกแม่โพสพ [พบในทวาทศมาส (โคลงดั้น บท 203 และ ฯลฯ) สมัยอยุธยาตอนต้น] มาจากคำภาษาสันสกฤตว่าไพศฺรพณะ (ไวศฺรวณะ) ตรงกับคำภาษาบาลีว่าเวสฺสวณฺ ส่วนในไทยเรียก 2 ชื่อ คือ ท้าวเวสสุวรรณ กับท้าวกุเวร ประทับอยู่ขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ เป็นเทพผู้รักษาทิศเหนือ, เป็นผู้พิทักษ์ทรัพย์ในดินสินในน้ำ, เป็นเทพแห่งความมั่งคั่งและความอุดมสมบูรณ์, เป็นประธานใหญ่ในหมู่อสูรและรากษส ตลอดจนภูตผีทั้งปวง

ซึ่งเท่ากับเจ้าแม่ข้าวได้รับยกย่องเป็นเทวีข้าว หมายถึง เทวดาเพศหญิงผู้ให้กำเนิดข้าว และความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ เพราะข้าวในสมัยดั้งเดิมเป็นสิ่งแสดงความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ที่ได้จากดินและน้ำ

แม่โพสพ ตามจินตนาการของสังคมไทยสมัยก่อน ลายเส้นจากบทความเรื่อง “แม่โพสพ” ของเสฐียรโกเศศ [ใน ศิลปากร นิตยสารของกรมศิลปากร ปีที่ 3 เล่ม 1 (มิถุนายน 2492) หน้า 76-84]

สถาปนาแม่โพสพ โดยราชสํานักอยุธยาทําพิธีเผาศพแม่ข้าว หมายถึง พิธีเผารวงข้าวตกที่ชาวบ้านเก็บไว้แห้งกรอบเป็นสัญลักษณ์แม่ข้าวที่ตายแล้ว ซึ่งเรียกพิธีธานย์เทาะห์ (แปลว่า เผาข้าว) เท่าที่พบร่องรอยจากเอกสารหลายเล่มสรุปพิธีกรรมได้ 3 ขั้นตอน คือ ทําขวัญข้าว, เผาข้าว, เสี่ยงทาย (พิธีกรรมทั้งหมดมีอยู่ในทวาทศมาสโคลงดั้น)

แม่โพสพ เป็นคำคุ้นเคยในสังคมสมัยอโยธยา (ก่อนสมัยอยุธยา) แสดงว่าเป็นคำมีมาก่อนนั้นนานแล้ว (เช่น สมัยวัฒนธรรมทวารวดี) พบหลักฐานเก่าสุดขณะนี้ราว 685 ปีมาแล้ว ในกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จที่ตราขึ้น พ.ศ. 1884 ดังนี้

(มาตรา 24) ผู้ทำลายรั้วไร่นาของคนอื่น ปล่อยวัวควายเข้าไร่นาของคนอื่น ให้ลงโทษผู้นั้น แล้วชดใช้ค่าเสียหายโทษฐาน “มันดูถูกแก่แม่โพสพซึ่งเลี้ยงมันมา”

(มาตรา 27) ผู้ใดเอาวัวควายไปทำลายต้นข้าวกล้าของผู้อื่น ผู้นั้นต้องถูกลงโทษเสียค่าปรับ แล้วต้องตั้งพิธี “ทำขวัญนางพระโพสพ”

เทวีศรี ทรงรวงข้าว ประติมากรรมฝีมือช่างชวาภาคตะวันออก อายุราว พ.ศ. 1600-1800 [ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่ Tropenmuseum ประเทศเนเธอร์แลนด์ (ภาพจาก : https://en.wikipedia.org/wiki/Dewi_Sri#/media/File:COLLECTIE_TROPENMUSEUM_Beeld_van_Dewi_Sri_de_rijstgodin_TMnr_60016918.jpg)]

แม่ศรี “เทวีข้าว”

แม่โพสพเป็น “เทวีข้าว” (หมายถึง เทวีแห่งข้าว) มีความหมายโดยรวมว่าหญิงเป็นใหญ่มีอำนาจทั้งน้ำและดิน สามารถบันดาลความอุดมสมบูรณ์ในพืชพันธุ์ธัญญา ข้าวปลาอาหาร และโชคลาภทั้งปวง ความเฮี้ยนเหล่านี้เกี่ยวข้องใกล้เคียงทั้งแม่โพสพ, แม่ศรี

แม่ศรีเป็นเทวีข้าวมีอำนาจทั้งน้ำและดิน แบบเดียวกับแม่โพสพที่บันดาลความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภ มักพบในรัฐใกล้ทะเลที่มีการค้าเดินสมุทรกับดินแดนโพ้นทะเล ได้แก่ ชวา (อินโดนีเซีย), กัมพูชา, ไทย ฯลฯ แต่ไม่พบบริเวณลุ่มน้ำโขงตอนบน เช่น อีสาน, ลาว เป็นต้น

นาม “แม่ศรี” น่าจะรับจาก “พระศรี” อีกพระนามหนึ่งของพระลักษมี ผู้ทรงเป็นชายาพระวิษณุ (พระนารายณ์) และเป็นที่รู้จักกันในอานุภาพของพระศรีว่า ทรงเป็นผู้บันดาลความอุดมสมบูรณ์และโชคลาภทั้งปวง ซึ่งมีความหมายที่รับรู้กันทุกรัฐว่า “เทวีข้าว”

ในวัฒนธรรมชวา (อินโดนีเซีย) แม่ศรีถูกเรียกว่า “เทวีศรี” (Dewi Sri) เป็นเทวีข้าวและความอุดมสมบูรณ์กับโชคลาภทั้งปวง พบหลักฐานเก่าสุดเป็นประติมากรรมรูปเทพนารีทรงถือรวงข้าว ฝีมือช่างแบบชวาภาคตะวันออก อายุราว พ.ศ. 1600-1800

เทวีข้าวสมัยดั้งเดิมของชวาคือ “เจ้าแม่ข้าว” เป็นผีพื้นเมือง ต่อมาหลังรับวัฒนธรรมอินเดียทางศาสนาพราหมณ์-ฮินดู จึงผนวกเจ้าแม่ข้าวซึ่งเป็นผีพื้นเมืองรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระลักษมีแล้วเรียกเทวีศรี เมื่อทำรูปเคารพเทวีศรีก็ดัดแปลงจากรูปพระลักษมีในพระหัตถ์ทรงถือดอกบัวเป็นรูปเทวีศรีถือรวงข้าว

ในวัฒนธรรมเขมร (กัมพูชา) แม่ศรีถูกเรียกด้วยคำเขมรดั้งเดิมที่มีก่อนแล้วว่า “เมสฺรี” (เม-เซฺร็ย) หมายถึง สตรีผู้เป็นใหญ่มีอำนาจ [เม แปลว่า หัวหน้า หรือผู้เป็นใหญ่, สฺรี แปลว่า หญิง คำกลายจาก สฺตฺรี (เสฺตฺร็ย)]

ต่อมา รับคำในภาษาสันสกฤตว่า “ศรี” มีความหมายต่างๆ ได้แก่ (1.) สิริมงคลในพระนาม พระพุทธรูป หรือเจ้านาย (2.) พระลักษมี ชายาพระวิษณุ (3.) หมากพลู เป็นราชาศัพท์

“สฺรี” ในกัมพูชา กับ “ศรี” ในชวา น่าจะมีลักษณะทับซ้อนแล้วปะปนด้วยเหตุหลายอย่างตั้งแต่กัมพูชากับชวาเป็นที่รับรู้ทั่วไปของนักวิชาการนานาชาติว่ามีความสัมพันธ์ใกล้ชิดติดต่อแลกเปลี่ยนต่างๆ มากกว่า 2,500 ปีมาแล้ว พบหลักฐานจำนวนมากทางประวัติศาสตร์โบราณคดี ตั้งแต่ฝีมือช่างสลักลวดลายบนปราสาทจนถึงลัทธิเทวราช แล้วในที่สุดคำว่า ศรี มีอำนาจเหนือคำว่า สฺรี

ในวัฒนธรรมไทย แม่ศรีสืบทอดจาก เมสฺรี ในวัฒนธรรมเขมร ดังนั้น ย่านลุ่มน้ำเจ้าพระยาภาคกลางเขียนได้ 2 อย่าง คือแม่สี (แบบเขมร) กับแม่ศรี (แบบชวา) มีเล่นเข้าทรงแม่ศรีงานเลี้ยงผีหน้าแล้ง ต่อมา นิยมเล่นเดือนเมษายนในสงกรานต์ (ชื่อสงกรานต์ขึ้นศักราชใหม่รับมาจากอินเดีย)

แม่ศรีในความเชื่อของไทย แต่งกายนุ่งโจงกระเบน (แบบเขมร) และ “ห่มผ้าสไบ ดอกไม้ห้อยหู” ในการละเล่นดั้งเดิมมีคำร้องดังนี้

ร้องแม่ศรี มีว่า

“ดอกไม้ห้อยหู สีชมพูห้อยบ่า

น้ำอบชุบผ้า ห่มเวลาเย็นเอย”



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กระดูกสันหลังของกองทุน : ว่าด้วยงบบริหารประกันสังคม และวิธีคิดที่ไม่ยอมเปลี่ยน
ส่องลึกอิหร่าน : 6) ภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคกับสวัสดิการประชานิยมในประเทศ
เราต้องการระบบการผลิตครูพันธุ์ใหม่ (2) ต้องคัดคนเรียน และลดจำนวนผลิตครู |
BATTLE รถครอบครัว ประตูสไลด์ 7 ที่นั่ง STEP WGN ปะทะ SERENA e-POWER
ราเมงมิโซะหมูชาชู
บทเรียนสารพันปัญหา! ลิขสิทธิ์บอลโลกในไทย
สังคมศึกษาใต้กะลา
อสังหาฯ เผชิญ ‘Slow Motion Tsunami’
ตำแยแมวบำรุงร่างกาย แก้หอบหืด ภูมิแพ้สำหรับทาสแมวในหน้าฝน
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 12 – 18 มิถุนายน 2569
‘ความฝันในหอแดง’ : อำนาจบารมีและข้อจำกัด (2)
E-DUANG | ภาพสะท้อน ประชาชน กรณี AI PASSPORT