มองบ้านมองเมือง | ปริญญา ตรีน้อยใส
ในช่วงเวลาขาลงของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ บ้านและคอนโดมิเนียมล้นตลาด ผู้ที่ต้องการที่อยู่อาศัย ไม่ผ่านการประเมิน และผู้ประกอบการไม่สามารถจ่ายคืนหุ้นกู้ตามเวลา รวมทั้งการถูกดิสรัปชั่นในหลายเรื่อง
ตั้งแต่จำนวนประชากรลดลง ผู้ต้องการซื้อบ้านย่อมน้อยลง หนุ่มสาวรุ่นใหม่ไม่อยากรับภาระดูแลลูกและพ่อแม่สูงวัย สถานที่สำหรับการเจริญพันธุ์จึงไม่จำเป็น คนเจนใหม่ชื่นชอบการเปลี่ยนแปลง การงาน การพักผ่อน และเพื่อนที่รู้ใจ จึงไม่คิดจะลงหลักปักฐาน หรือลงทุนระยะยาวกับที่อยู่อาศัย
ต้นทุนของสินค้าอสังหาริมทรัพย์เพิ่มมากขึ้น เนื่องจากราคาที่ดินในเมือง และปริมณฑลสูงขึ้น ค่าก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากเดิม ทั้งค่าวัสดุ แรงงาน และการดำเนินงาน
รายได้ผู้ต้องการที่อยู่อาศัยไม่แน่นอน และไม่พอเพียงในการผ่อนชำระ รวมทั้งพฤติกรรมการชำระหนี้ ที่ผ่านมามีปัญหา ทำให้ไม่ผ่านการประเมินของสถาบันการเงิน
ยังมีเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศ การขนส่งระบบราง ระบบการจ้างงาน การเปลี่ยนที่ตั้งของศูนย์กลางธุรกิจ ภาษีที่ดินที่เพิ่มมากขึ้น และอื่นๆ

ทั้งหมดที่กล่าวมา ล้วนเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาที่อยู่อาศัย ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่ได้ง่ายเหมือนยุคที่ดินหรือบ้านจัดสรร ผู้ประกอบการต้องทำความเข้าใจ ยอมรับ และก้าวสู่น่านน้ำใหม่
โครงการบ้านเช่าของเสนา หรือโครงการ LivNex เช่าออมบ้าน ของบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) การซื้อบ้านแนวใหม่ ที่ไม่ใช่การซื้อบ้านแบบเดิมๆ หากเป็นการเช่าบ้านแบบใหม่
เมื่อไม่มีเงินดาวน์ เลยไม่ต้องกู้เงินซื้อ เลยไม่ต้องรออนุมัติสินเชื่อจากธนาคาร แค่ทำสัญญาเช่าบ้าน ก็ย้ายเข้าอยู่ได้เลย
หลังจากเช่าอยู่นานครบสามปี สามารถเปลี่ยนบางส่วนของค่าเช่าที่จ่ายไปแล้ว เป็นส่วนลด ถ้าต้องการเปลี่ยนสัญญาเป็นซื้อบ้าน
ประวัติการจ่ายค่าเช่าสม่ำเสมอ ยังเป็นหลักประกันให้สถาบันการเงินพิจารณาประกอบการกู้ซื้อบ้าน
เนื่องจากผู้บริหารบริษัท เสนาฯ คือ ดร.เกศรา ธัญลักษณ์ภาคย์ เป็นผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการเงิน จึงอาศัยหลักวิชาการนำเสนอรูปแบบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แนวใหม่ที่ต่างไปจากเดิม
น่าจะเป็นตัวอย่างให้ผู้ประกอบการรายอื่นใช้หลักการด้านอื่น เช่น การออกแบบ การก่อสร้าง การบริหารต้นทุน การบริหารหลังการเข้าอยู่ มาเป็นเครื่องมือ เอื้อประโยชน์และตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภค
ที่สำคัญเปลี่ยนให้ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นขาขึ้นเสียที
