มองบ้านมองเมือง | ปริญญา ตรีน้อยใส

ข่าวการปะทะกับทหารเขมรที่ชายแดน ข่าวประเทศมหาอำนาจบุกรุกก่อสงครามกับหลายประเทศในอเมริกาใต้ ตะวันออกกลาง และยุโรปตะวันออก ทำให้บรรยากาศบ้านเราวุ่นวายสับสน จนเจ้าของรถต้องไปต่อแถวเติมน้ำมัน บรรดา ส.ว.พากันแสดงความคิดเห็น และติ๊กต็อกเกอร์ดีใจเพราะมีคอนเทนต์เพิ่มขึ้น

มองบ้านมองเมือง เลยอยากพาไปย้อนอดีต ย้อนเวลาไปร้อยกว่าปีก่อน ช่วงเวลานั้นสยามประเทศกำลังเผชิญกับการไล่ล่าหาอาณานิคม หลังจากฝรั่งเศสเข้ายึดครองอินโดจีนทำให้เกิดความตึงเครียด ตลอดเขตแดนติดต่อกับลาวและเขมร ผู้คนวิตกกังวลเรื่องการสู้รบ และเกรงภัยที่จะรุกรานเข้ามา บรรยากาศบ้านเมืองตอนนั้นคงสับสนวุ่นวายคล้ายกับตอนนี้

เป็นเหตุให้ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ (ผู้เขียนหนังสือ แม่ครัวหัวป่าก์) ภริยาเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ เสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการและธรรมการในเวลานั้น จึงคิดหาวิธีช่วยเหลือบ้านเมือง เชิญชวนพระบรมวงศานุวงศ์ สละทรัพย์เป็นทุนตั้งสมาคมอุณาโลมแดงขึ้น

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตรียมการช่วยเหลือชาติบ้านเมืองในยามสงคราม รวมทั้งทำหน้าที่จัดหาเครื่องยาและเครื่องพยาบาลให้แก่ทหารที่ต้องไปราชการในสนามรบ ซึ่งในเวลานั้นเกิดเหตุต่อสู้หลายแห่ง

ในวันที่ 26 เมษายน พ.ศ.2436 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชานุญาต ให้จัดตั้ง สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม โดย สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวี เป็นชนนีผู้บำรุงการ และพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีพระวรราชเทวี เป็นสภานายิกา

สัญลักษณ์อุณาโลมแดง

เมื่อเรื่องที่คาดการณ์ไว้ก่อนเกิดขึ้นจริง ฝรั่งเศสส่งเรือรบเข้ามาในอ่าวไทย อ้างว่า เป็นทูตพิเศษจะมาเจรจากับรัฐบาล เมื่อเรือเข้ามาถึงปากน้ำ ก็เกิดเหตุปะทะกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก สภาอุณาโลมแดงฯ จึงตัดสินใจจัดตั้งโรงพยาบาลชั่วคราวขึ้น

โดยส่วนแรก อาศัยอยู่ในโรงศิริราชพยาบาล สำหรับรักษาทหารเรือ และส่วนที่สองจัดตั้งขึ้นในวัดมหาธาตุ สำหรับรักษาทหารบก

สำหรับโรงพยาบาลที่วัดมหาธาตุนั้น ได้รับพระราชทานที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาหลังวัดมหาธาตุ ยืมเรือนของมหาธาตุวิทยาลัย กับซ่อมระเบียงวัดครึ่งหนึ่ง ตั้งเป็นโรงพยาบาลฉุกเฉิน โดยใช้แพทย์จากกรมพยาบาลในกระทรวงธรรมการ เป็นผู้รักษา

อีกทั้งพระบรมวงศานุวงศ์ เจ้านาย และภริยาข้าราชการ ต่างช่วยกันผลิตยาหลายขนานที่คัดเลือกแล้วว่าใช้ในการรักษาได้ผลดี รวมทั้งตัดเย็บเครื่องนอน และอุปกรณ์สิ่งของที่จำเป็นในการพยาบาล

กิจกรรมงานวันกาชาด ที่สถานเสาวภา พ.ศ. 2471 (ภาพจากสมุดภาพสภากาชาดไทย ภาค 1: คณะกรรมการและงานกาชาดยุคแรก, สำนักพิมพ์ต้นฉบับ, พิมพ์ครั้งที่ 1, 2557)

หลังเหตุการณ์สงบลง โรงพยาบาลชั่วคราวของสภาอุณาโลมแดงฯ ยังคงให้การรักษาพยาบาลแก่ประชาชน โดยมีแพทย์หลวงจากกรมพยาบาลมาตรวจรักษา จนกระทั่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จสวรรคต มีการจัดเตรียมพื้นที่สำหรับสร้างอาคารถาวรวัตถุและพระเมรุมาศซึ่งอยู่ติดกัน

เป็นเหตุให้การบริการรักษาพยาบาลต้องหยุดทำการ ในขณะที่ภารกิจอื่นยังคงดำเนินต่อไป โดยเฉพาะความคิด ในการสร้างที่ทำการและโรงพยาบาล สภาอุณาโลมแดงฯ เป็นการถาวร

จนเมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานที่ดินด้านทิศใต้ของถนนราชดำริ และถนนสนามม้า เป็นที่ตั้งของสภาอุณาโลมแดงฯ และโรงพยาบาล

อีกทั้งพระราชทานเงินส่วนพระองค์ และของพระราชโอรสและธิดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมทั้งเงินทุนดั้งเดิมของพระพุทธเจ้าหลวง และเงินรับบริจาคของสภาอุณาโลมแดงฯ เป็นเงินทุนก่อสร้างโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐานสากล

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในแผนที่ พ.ศ. 2457 (ซึ่งใช้เวลาสำรวจและจัดทำอยู่หลายปีจนปรากฏอาคารของโรงพยาบาลที่เริ่มก่อสร้างหลัง พ.ศ. 2454)

การก่อสร้างมาแล้วเสร็จ และเปิดบริการ ในปี พ.ศ.2457 ซึ่งได้รับพระราชทานนามว่า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

ส่วนสภาอุณาโลมแดงแห่งชาติ ได้เปลี่ยนเป็น สภากาชาดไทย ในปี พ.ศ.2464 เมื่อเข้าร่วมกับคณะกรรมการกาชาดสากล ที่เกิดจากความตั้งใจจะช่วยเหลือมนุษยชาติของนายจอง อังรี ดูนังต์ Jean Henry Dunant ร่วมกันก่อตั้งสมาคมบรรเทาทุกข์แห่งชาติสำหรับทหารที่ได้รับบาดเจ็บ

เพื่อร่วมฉลองวาระครบร้อยปีสภากาชาดสากล ในปี พ.ศ.2506 จึงมีการเสนอเปลี่ยนนาม ถนนสนามม้า เป็น ถนนอังรีดูนังต์ ด้วยที่ตั้งของสภากาชาดไทย และโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

พิธีศพ อาลี คาเมเนอี : วาทกรรมแห่งศาสนา และอำนาจการทูตผ่านมุมมองภาษาศาสตร์
เคปเวิร์ด ‘ซินเดอเรลล่า’ ฟุตบอลโลก ผู้ชนะหัวใจคนทั้งโลก
คำถามเชิงซ้อน : คำถามลวงให้เราตอบ
จากเวทีปราศรัยสู่หน้าฟีด : อ่านยุทธศาสตร์หาเสียงผู้ว่าฯ กทม. ผ่านโซเชียลมีเดีย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (14)
ทบ.ร้อน ชิง ‘ทบ.1’ ‘บิ๊กเต้-แม่ทัพไก่’ จับตา หมาก ‘แม่ทัพคอแดง’ มองข้ามช็อต ทัพใต้ ‘รองคิ้ว-รองด้วง’
จากแหวนทองคำ 2 พันปี สู่ใจคนเมืองเพชร ทวีโรจน์ กล่ำกล่อมจิตต์ อยากมี ‘มิวเซียมท้องถิ่น’
ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ถอยเพื่อก้าว เดินหน้าฝ่ามรสุม ‘จากนี้ไปจะเป็นนักการเมืองแล้ว’
E-DUANG | มติ เบี้ยเด็ก แรกเกิด 600 วัดใจ รัฐบาล “ภูมิใจไทย”
ส่องอนาคต ‘พรรคชัชชาติ’ เส้นทาง ‘การเมืองระดับชาติ’ ของผู้ว่าฯ กทม.?
ผู้ช่วย สส. อาจารย์เชน มองประเด็นค่าตอบแทนผู้ช่วย สส.มีเหรียญ2ด้าน อยากให้มองที่ข้อมูล ยกตัวอย่างโมเดลสิงคโปร์
เรื่องของ ‘เหี้ย’ ที่ไม่เหี้ย (1)