หลังจากเป็นข่าว ไม่ทันเสี้ยววินาทีก็เกิดไวรัลเป็นกระแสสังคมอย่างรวดเร็วและกว้างขวางบนอินเตอร์เน็ต เหมือนเชื้อไวรัสที่บอกต่อๆ กันผ่านโซเชียลมีเดีย ทั้งภาพ เรื่องราว ถึงขนาดมีคลิปวิดีโอสร้างโดยเอไอ
เป็นภาพคนไทยพากันขี่ไดโนเสาร์ ซึ่งสื่อแสดงให้เห็นว่าขี่ไปไหนก็ได้ ไม่ต้องใช้น้ำมันหรือเติมพลังงานใดๆ
ผู้คนในสังคมโลก หันมาให้ความสนใจแล้วแชร์ต่อๆ กัน จนดังเปรี้ยงปร้างชั่วเวลาไม่ทันข้ามวัน
เห็นว่า รัฐบาลก้นร้อนเหมือนนั่งอยู่ในกระทะทองแดง เพราะได้รับผลกระทบจากสื่อต่างๆ จึงรีบให้โฆษกรัฐบาลออกมาแถลงถึงสาเหตุที่ประธานสภาฯ ชิงปิดประชุมหนีญัตติแก้ไขปัญหาน้ำมัน-พลังงาน หลังแถลงข่าวเสร็จก็ชวนกันไปนั่งกินข้าวกันต่อในสภาอันทรงเกียรติ ซึ่งมีงบประมาณค่าอาหารในคราว ประชุมสภาอันเบิกจ่ายได้สูงสุดถึง 1,250 บาทต่อคนต่อวัน โดยรวมสำหรับค่าอาหาร ส.ส.ในวันที่มีการประชุมจะตกประมาณวันละ 500,000 บาท และอาจสูงถึง 700,000 บาท หากมีการประชุมสภาในวาระเร่งด่วนหรือยืดเยื้อออกไป
หลังมื้ออาหาร ที่ประธานสภาฯ ชิงปิดประชุมหนีญัตติแก้ไขปัญหาน้ำมัน-พลังงาน ที่ร่วมรับประทานกับ ส.ส.ทุกคนจนอิ่มหนำสำราญ ท่านประธานจึงเรียกพ่อครัวจดรายการวัตถุดิบเพื่อสั่งซื้อและให้เชฟประจำรัฐสภาปรุงให้รับประทานในคราวประชุมหน้า โดยบอกเมนูอาหารที่มีความประสงค์จะรับประทานให้ครบทั้ง 3 มื้อ
อาหารมื้อเช้า อเมริกันเบรกฟาสต์ ให้เป็นชุดอาหารเช้าพลังงานสูงที่เน้นโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต มี (ไข่ดาว ไข่คน ออมเล็ต) เนื้อสัตว์ (เบคอน แฮม ไส้กรอก) อาหารจำพวกแป้ง (ขนมปังปิ้ง แพนเค้ก วาฟเฟิล หรือแฮชบราวน์) เสิร์ฟกับชา กาแฟ เครื่องดื่มเพิ่มน้ำแร่ที่ใสบริสุทธิ์จากเทือกเขาแอลป์ กับน้ำผลไม้ ขอเลือกเป็นส้มสายน้ำผึ้งจากไร่ทางภาคเหนือนำมาคั้นสดๆ พร้อมเสิร์ฟ
อาหารมื้อกลางวัน ขอเป็นอาหารภาคกลางรสจัดกับอาหารภาคอีสานรสแซ่บเป็นอาหารคาว ส่วนของหวานตบท้ายด้วยขนมช่อม่วงชาววังจากร้านดังย่านตลาด อ.ต.ก. หรือร้านในห้างสยามพารากอนก็ได้
อาหารมื้อเย็น หม้อไฟกุ้งมังกรและของทะเลกุ้งหอยปูปลาสดๆ ปิ้งย่างน้ำจิ้มซีฟู้ด เครื่องดื่ม น้ำอัดลม กับน้ำเปล่าเย็นๆ
ถ้าจิบไวน์ด้วยคงไม่ได้ เดี๋ยวจะเกิดดราม่าในกระแสสังคมอีก
หลังประธานสภาฯ กับ ส.ส.เห็นสอดคล้องต้องกันกับเรื่องมื้ออาหารแล้ว ก็บอกวันประชุมที่กำหนดขึ้นในคราวหน้าที่ต้องจัดเตรียมมื้ออาหารให้ครบถ้วนทุกมื้อ ก่อนกลับออกจากสภาอันทรงเกียรติไป ส่วนพ่อครัวรีบโทร.สั่งวัตถุดิบที่ต้องเตรียมไว้ปรุงอาหารไปยังร้านต่างๆ ในทันทีจนครบถ้วน ยกเว้นวัตถุดิบบางรายการที่มีปัญหาจัดส่งให้ไม่ได้ สำหรับอาหารมื้อเช้า เช่น ส้มสายน้ำผึ้งจากทางภาคเหนือ
“ทำไมถึงจัดส่งให้ไม่ได้ครับ” พ่อบ้านสภาตั้งคำถาม “ก็รัฐบาลไม่ช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤตด้านน้ำมัน-พลังงานไงครับ” เจ้าของไร่ส้มตอบ “มันเกี่ยวอะไรกับไร่ส้มล่ะ” พ่อบ้านสภาถามเหตุผล
“อ้าว ระบบพลังงานเครื่องปั๊มน้ำไม่ทำงาน ต้นส้มที่ไร่ไม่ได้รดน้ำมาหลายวันจนต้นเหี่ยวเฉาแล้ว กับระบบขนส่งที่รถขนส่งของเราไม่มีน้ำมันเติมเพื่อขับรถไปส่งส้มให้ไงครับ”
“งั้นเดี๋ยวผมติดต่อเจ้าอื่น ขอบคุณครับ”
พ่อบ้านสภาชักร้อนใจสำหรับมื้ออาหารที่ต้องหาซื้อวัตถุดิบเพื่อตระเตรียม จึงโทร.สั่งสวนส้มอื่นๆ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธเช่นเดียวกัน
ส่วนอาหารมื้อกลางวัน อาหารคาวพอตระเตรียมวัตถุดิบได้ แต่พอโทร.ไปสั่งซื้ออาหารหวาน ขนมช่อม่วงชาววังเจ้าอร่อยที่ย่านตลาด อ.ต.ก. กับร้านในสยามพารากอน ก็ได้รับการปฏิเสธเหมือนกัน
“ช่วยทำให้ตามที่สั่งได้มั้ยครับ” พ่อบ้านสภาพยายามชวนสนทนาอย่างสุภาพ เพื่อขอซื้อให้ได้ ขนมช่อม่วงเจ้าอร่อยมาเข้าปากประธานสภาฯ กับ ส.ส.
“ช่วงนี้ไม่ได้ทำค่ะ” แม่ค้าขนมปฏิเสธ
“เพราะอะไรครับ ทางร้านถึงหยุดขาย” พ่อบ้านสภายังถามหาเหตุผล
“ถ้าทำคงเดินไปส่งไม่ไหวค่ะ รถก็ไม่มีน้ำมันเติมไปส่งให้” แม่ค้าขนมพูดตามตรงกับปัญหาการขนส่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ เพราะวิกฤตน้ำมัน-พลังงานนั่นเอง
พ่อบ้านสภาชักหนักใจที่ไม่สามารถสั่งวัตถุดิบบางรายการเพื่อตระเตรียมไว้ให้เชฟปรุงให้ประธานสภาฯ กับ ส.ส.ทุกคนรับประทานกันในการประชุมคราวหน้า ที่กินกันหัวละพันกว่าบาท เลยต้องเป็นธุระหาวัตถุดิบดีๆ สักหน่อย โดยเฉพาะมื้อเย็น หม้อไฟกุ้งมังกรที่ต้องสั่งกุ้งมังกรไปที่แพปลาจังหวัดสงขลาเจ้าประจำ เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นสุดยอดอาหารทะเลทางภาคใต้ แต่ก็ได้รับการปฏิเสธในการจัดส่งอีก
“กุ้งมังกรช่วงนี้หายากหรือไงครับ” พ่อครัวสภาถามด้วยความสงสัย
“กุ้งมังกรพอมีในท้องทะเล แต่ไม่มีน้ำมันเชื้อเพลิงเติมเรือออกจับกุ้งครับ” เจ้าของแพปลาอธิบาย พลางถอนหายใจกับความเดือดร้อนในอาชีพที่ต้องทำมาหากิน แต่พอเกิดวิกฤตน้ำมัน-พลังงาน รัฐบาล กลับนิ่งดูดายไม่ช่วยเหลืออะไร
“พอมีแพอื่นแนะนำไหมครับ” พ่อบ้านสภาพยายามหาหนทางเพื่อสั่งซื้อกุ้งมังกร
“ถึงมี ก็ยังติดปัญหารถแช่แข็งไม่มีน้ำมันเติมเพื่อไปจัดส่งให้ครับ” เจ้าของแพปลาบอก แล้วพูดถึงข่าวที่ปั๊มน้ำมัน 4 ปั๊มใหญ่บนถนนสายหลักของจังหวัดสงขลาปิดปั๊ม เพราะน้ำมันดีเซลหมด ไม่มีจำหน่าย ตั้งแต่วันที่ 19 มีนาคม 2569 ถึงต้นเดือนเมษายน 2569 โน่นเลย
“เข้าใจแล้วครับ”
ถึงแม้พ่อบ้านสภาบอกว่าเข้าใจ แต่สีหน้าของเขารู้สึกผิดหวัง และรู้สึกเริ่มเครียดที่สั่งซื้อวัตถุดิบสำหรับปรุงมื้ออาหารให้ประธานสภาฯ กับ ส.ส.รับประทานได้ไม่ครบชนิด เขารู้ดีว่า นั่นเป็นคำสั่งประกาศิต ที่อาจทำให้เขาถูกไล่ออก ตัดเงินเดือน หรือถูกตำหนิอย่างรุนแรง จนเริ่มนึกถึงความรู้สึกของประชาชนคนไทยกับคำถามว่า “ทำไม”
เรื่องนี้คงได้รับความเดือดร้อน ถ้าไม่รีบแจ้งประธานสภาฯ กับ ส.ส.ให้ทราบ พ่อบ้านสภาจึงรีบโทรศัพท์มือถือหาที่ปรึกษาของประธานสภาฯ กับ ส.ส.ให้ทราบข่าว เขากดหมายเลขโทรศัพท์ที่เมมไว้ในเครื่องอย่างไม่รอช้า ที่ปลายสายรับสายส่งเสียงเข้ม
ที่ปรึกษาฯ : มีอะไรโทร.มาเวลานี้
พ่อบ้านสภา : จะแจ้งท่านช่วยแจ้งประธานสภาฯ กับ ส.ส.ทุกคนสำหรับอาหารมื้อเช้า มื้อกลางวัน มื้อเย็นบางรายการครับ
ที่ปรึกษาฯ : รีบๆ ว่ามา
พ่อบ้านสภา : น้ำส้มสายน้ำผึ้งคั้นมื้อเช้า เปลี่ยนเป็น น้ำเต้าหู้ ปลาท่องโก๋ครับ มื้อกลางวัน ขนม ช่อม่วงชาววัง เปลี่ยนเป็น ขนมชั้น ครับ ส่วนมื้อเย็น หม้อไฟกุ้งมังกร เปลี่ยนเป็น ต้มยำกุ้งแม่น้ำ ครับ
ที่ปรึกษาฯ : เปลี่ยนทุกมื้อ หลายอย่างเลย
พ่อบ้านสภา : ครับ ยังไงช่วยแจ้งท่านๆ ให้ทราบด้วย
แล้วอธิบายถึงสาเหตุของวิกฤตน้ำมัน-พลังงานที่ทางรัฐบาลในฐานะประธานสภาฯ กับ ส.ส.ยังไม่ได้ประชุมปรึกษาหารือเพื่อแก้ไขปัญหา “ปากท้อง” ให้ชาวบ้านเลย
พอที่ปรึกษาฯ วางสายรับทราบก็โทร.หาประธานสภาฯ กับ ส.ส.คนสำคัญ เพื่อให้ทราบข่าวที่พ่อบ้านสภาแจ้งไว้ เพราะถ้าถึงวันประชุมคราวหน้า เชฟจะไม่มีวัตถุดิบหลายอย่างที่ราคาแพงๆ ใช้ปรุงให้ท่านผู้มีเกียรติของสภาแห่งนี้รับประทานกัน กับเหตุผลที่พ่อบ้านสภาฝากไว้ให้ขบคิด
คําว่า “ปากท้องชาวบ้าน” ทำให้ประธานสภาฯ กับ ส.ส.คนสำคัญนึกถึงผลกระทบที่จะมาถึง “ปากท้องของตัวเอง” ขึ้นมาในทันทีทันใด ผลกระทบถึงวิกฤตน้ำมัน-พลังงานที่จะทำให้ผู้ทรงเกียรติของสภาแห่งนี้อดกินของอร่อยแพงๆ ในการประชุมคราวหน้า
ประธานสภาฯ จึงรีบเข้ากลุ่มไลน์เพื่อแจ้งกับ ส.ส.ทุกคนให้เข้าร่วมประชุมเกี่ยวกับญัตติแก้ไขปัญหาน้ำมัน-พลังงานในทันที จากที่ชิงปิดประชุมหนีไปในคราวก่อน
ในขณะที่ยังทำเป็นไม่สนใจกับเพจต่างๆ ที่วิจารณ์ถึงงบประมาณค่าอาหารของประธานสภาฯ กับ ส.ส.ที่ออกความเห็นว่า งบประมาณสูงเกินไป โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ มีการเสนอให้ยกเลิกค่าอาหารที่เบิกจ่าย แต่แค่เอื้อนเอ่ยก็โดนเบรกเข้าจนได้
ถึงประธานสภาฯ กับ ส.ส.จะประชุมปรึกษาหารือเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำมัน-พลังงาน เพื่อ “ปากท้องประชาชน” ได้ แต่ขณะเดียวกัน ยังคงสนองนโยบายเพื่อ “ปากท้องตัวเอง” อยู่เช่นเดิม
เรื่องงบประมาณอาหารของประธานสภาฯ กับ ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ คงต้องว่ากันต่อไป แค่เพียงหวังว่า คงไม่เป็นไปอย่างขี้ปากชาวบ้านว่า
“อย่าให้ห่างชั้นกับอาหารในจานของประชาชนจนเกินไป”
