bg-single

วิกฤตพลังงาน วิกฤตระบบทุนนิยม

04.04.2026

คอลัมน์ ตุลวิภาคพจนกิจ
โดย ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ



โดยไม่คาดคิด ประเทศไทยตกอยู่ในวิกฤตพลังงาน “น้ำมันขาดแคลน” อย่างแรง

รัฐบาลและหน่วยงานรับผิดชอบด้านพลังงานไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน เพราะไม่คิดว่าจะเกิดปัญหาขาดแคลนน้ำมัน เนื่องจากไม่มีวี่แววและความขัดแย้งในประเทศที่ผลิตและขายน้ำมัน ทุกคนขุดเจาะและส่งออกน้ำมันตามปกติทุกวัน ปริมาณน้ำมันที่โลกผลิตออกมานั้นมากมายเกินความต้องการ

หลังจากรัสเซียบุกยูเครนในปี 2022 ทำให้เกิดวิกฤตพลังงานจากการที่ประเทศตะวันตกบอยคอตน้ำมันจากรัสเซีย แต่ก็ไม่ร้ายแรงอะไร ต่อมาก็คลี่คลาย

จากนั้นมาจึงไม่มีประเทศไหนตระเตรียมรับมือปัญหาวิกฤตน้ำมันขาดแคลนอีกต่อไป เพราะเชื่อว่าน้ำมันเป็นปัจจัยในการผลิตที่สำคัญยิ่งของทุกประเทศ วิกฤตจึงไม่มีทางเกิดอย่างจริงจังได้เพราะจะกระเทือนปากท้องประเทศทั้งโลก

นี่คือกรอบแนวคิดที่เห็นได้ว่าเป็นจุดอ่อนของประเทศเสพน้ำมันอย่างยิ่ง ว่าแทบทั้งหมดไม่มีการเตรียมรับมือกับการขาดแคลนน้ำมันเลย

นอกจากไม่เตรียมรับมือปัญหาขาดแคลนแล้ว ยังไม่ยอมแม้กระทั่งจะลดการใช้น้ำมันจากระดับปกติอีกด้วย

อันโยงใยไปยังอีกปัญหาที่ร้ายแรงแต่มาเงียบๆ นั่นคือปัญหาโลกร้อน ซึ่งก็กำลังเริ่มวิกฤตทีละนิดแต่มาแน่ และก็แรงพอๆ กับฮอร์มุซ


ความจริงเริ่มมีกระแสรณรงค์ให้ลดหรือเลิกใช้น้ำมันฟอสซิลโดยกลุ่มรักษ์ธรรมชาติและลดโลกร้อนในหลายปีมานี้

เป็นกลุ่มนักพัฒนาเอกชนและอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ร่วมกับนักวิชาการทำการศึกษาค้นคว้าจนได้ข้อมูลว่าขณะนี้อุณหภูมิโลกเพิ่มขึ้น ไม่หยุดจนทำให้โลกร้อนเกินขีดปกติ

ทำให้เกิดภัยธรรมชาติร้ายแรงเช่น ไฟป่าขนาดใหญ่ที่เผาวอดไปทั้งเมือง เกิดน้ำป่าท่วมกะทันหันเมืองที่ไม่เคยท่วมก็จมอยู่ใต้น้ำอย่างป้องกันอะไรไม่ได้เลย ประเทศเล็กๆ ในหมู่เกาะแปซิฟิกจะจมใต้บาดาลในอนาคตไม่ไกล

ภาพของโลกแบบนรกโลกันตร์ที่บรรยายในไตรภูมิกถานั้นมีโอกาสเป็นจริงในโลกมนุษย์ หากเราไม่ลดเลิกเสพน้ำมันอย่างที่เป็นอยู่ขณะนี้

ภัยพิบัติร้ายแรงเหล่านี้กำลังกลายเป็นปรากฏการณ์ทั่วไปที่ทุกประเทศอาจประสบเมื่อไรก็ได้ เป็นอนาคตที่ไม่น่ายินดี ทำให้พลเมืองตระหนักรู้ทั่วโลกเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ทุกประเทศเริ่มตระเตรียมป้องกันภัยพิบัตินี้โดยเร็ว

นำไปสู่การเกิดการประชุม COP ย่อมาจาก Conference of the Parties (ภาษาฝรั่งเศส : Conf?rence des Parties) หรือในชื่อเต็มอย่างเป็นทางการคือ Conference of the Parties to the UN Framework Convention on Climate Change (UNFCCC) แปลว่า “การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ”

COP คือองค์กรกำกับดูแลสูงสุดของอนุสัญญาระหว่างประเทศ ประกอบด้วยตัวแทนจากประเทศสมาชิกและผู้สังเกตการณ์ที่ได้รับการรับรองปรากฏการณ์ทั่วไปที่เกิดได้ในทุกแห่งในโลก นำไปสู่การประชุมลดโลกร้อน COP ที่ดำเนินการประชุมมาแล้ว 29 ครั้ง

แต่ผลการประชุมยังนำไปสู่การปฏิบัติที่ไม่ได้ผลตามต้องการ ด้วยเหตุผลง่ายๆ ว่า น้ำมันเป็นปัจจัยสำคัญในการผลิต แทบไม่มีการผลิตสินค้าหรือสิ่งของเครื่องใช้ที่ให้ความสุขความสบายแก่คนที่ไม่ต้องอาศัยพลังน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในการผลิตและสร้าง

กล่าวอย่างสั้นๆ ก็คือ ถ้าอยากจะลดโลกร้อนก็ต้องยอมอยู่อย่างลำบาก ใครจะยอม โดยเฉพาะนายทุนผู้ทำการผลิตและได้รับผลกำไรมากกว่าเพื่อน

เช่นนี้เองที่ไม่มีใครคิดหรอกว่าจะมีวันที่คนจะไม่สามารถหาน้ำมันมาใช้ในบ้านและโรงงาน ที่ทำงาน บนถนน และเครื่องบินในอากาศได้


กระทั่งวันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ประกาศว่า เขาได้ส่งกองกำลังอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงยิ่งเข้าทำลายล้างอิหร่านโดยมุ่งเด็ดหัวผู้นำสูงสุดของประเทศและผู้นำระดับสูงทั้งหมด

กองทหารอเมริกันทำได้จริง สังหารอะยาตอลเลาะห์ คามาเนอี ผู้นำสูงสุด ได้ในขณะประชุมกับฝ่ายนำอีกสี่สิบคน ตายหมดเหมือนหนัง Mission Impossible ของฮอลลีวูด
แต่สิ่งที่เป็นผลตามมากลับไม่เป็นไปตามความต้องการของทรัมป์และคณะ

นั่นคือ การล่มสลายและพังทลายลงของระบอบการปกครองอิหร่าน เหมือนอย่างที่สหรัฐเคยทำการเปลี่ยนตัวผู้นำและรัฐบาลมาแล้วในอดีตหลายประเทศ

ล่าสุดคือ กรณีของเวเนซุเอลา ที่จู่โจมเข้าจับกุมประธานาธิบดีมาดูโรและภรรยา แล้วนำกลับไปขึ้นศาลในสหรัฐ จากนั้นเปลี่ยนให้รองประธานาธิบดีขึ้นปกครองแทนโดยมีเงื่อนไขว่า จะยอมทำตามคำสั่งและความต้องการของรัฐบาลอเมริกันโดยดุษณี

ทรัมป์ยังเชื่อว่า เขาจะทำกับอิหร่านเหมือนกับเวเนซุเอลาได้ แต่ความจริงหลังจากปฏิบัติการ “ยุทธการมหาพิโรธ” (Operation Epic Fury) แล้ว หมดกระสุนจรวดระเบิดและเงินจำนวนมหาศาลแล้ว ระบอบและรัฐบาลอิหร่านที่ปรากฏหน้าตาใหม่ๆ ก็ยังคงอยู่ ทำการปกครองและออกข่าวตอบโต้สหรัฐ ต่อมาอีกอย่างไม่ลดราวาศอกแม้แต่น้อย

ยิ่งกว่านั้นยังอวดศักดาอีก ด้วยการยิงระเบิดและจรวดเข้าโจมตีบรรดารัฐในอ่าวเปอร์เซีย ที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐเสียอีก

สร้างความเสียหายและทำให้อาณาจักรสายการบินและธุรกิจที่กำลังเติบใหญ่และสร้าง รายได้มหึมาต้องพินาศย่อยยับไปในพริบตา


จากนั้นอิหร่านก็ระดมโจมตีด้วยขีปนาวุธเข้าใส่อิสราเอล ซึ่งพูดกันหนาหูว่า เป็นผู้ชักใยเบื้องหลังปฏิบัติการทางทหารของอเมริกันครั้งนี้ ทั้งหมดนี้หมายความว่า การโจมตีด้วยความโกรธาของอเมริกานั้นไม่ได้ทำลายล้างกำลังและความสามารถทางการทหาร ทั้งอากาศ และเรือ รวมทั้งขีปนาวุธทั้งหลายของอิหร่านลงไปตามการประกาศโฆษณาของทรัมป์และเสนาบดีว่าการสงครามนายพีธ เฮกเสธ ที่ออกมายืนยันว่ากองกำลังและสมรรถภาพทางทหารอิหร่านนั้นหมดสภาพไปเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งตรงข้ามกับข่าวการออกมายิงตอบโต้ของอิหร่าน แม้ปริมาณไม่มากเท่ากับที่อเมริกาและอิสราเอลถล่มใส่ก็ตาม แต่คนเริ่มสังเกตว่าอิหร่านยิ่งเข้าเป้ามากขึ้นทุกวัน
หมายความว่า กำลังที่เหลือจากการทำลาย ยังปฏิบัติการทางทหารได้อย่างเต็มความสามารถที่มี

อาวุธที่ใช้หลักคือ โครนและขีปนาวุธที่ไม่ซับซ้อนเท่าอันที่ถูกทำลายไปซึ่งคาดว่ามีใช้ได้อีกหลายพัน

นักวิเคราะห์ข่าวจึงสรุปว่า กำลังทางทหารอิหร่านยังไม่ถูกทำลายหมดและอาวุธไม่น้อยยังเก็บซ่อนไว้ บ้างเดาว่าอาจเก็บในใต้ดินจึงรอดจากการถล่มของอเมริกาและอิสราเอลไป

แล้วก็มาถึงจุดเปลี่ยนทางการรบแบบอสมมาตร ที่สำคัญ เมื่ออิหร่านใช้มาตรการสุดท้ายในการตอบโต้การโจมตีของอเมริกาด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติให้ประเทศทั่วโลกรวมทั้งไทยด้วยอย่างยาวนาน


เล่ามาอย่างยืดยาวเพื่อจะบอกว่า วิกฤตน้ำมันขาดแคลนในไทยและทั่วโลกจึงอุบัติขึ้นจากความโกรธาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และจอมวางแผนลับ เนทันยาฮูแห่งอิสราเอลนั่นเอง มันไม่ใช่ปัญหาภายในของระบบการผลิตทุนนิยม

ว่าไปแล้ว ต้องกล่าวว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซนี้จะไม่ได้ผลอย่างที่เห็นขณะนี้เลย หากระบบทุนไม่ช่วยขยายให้ระบบการผลิตและบริโภคเติบใหญ่และครอบคลุมไปทั่วปริมณฑลและในชีวิตประจำวันของคนทั้งโลกอย่างกว้างและลงลึกแบบที่เราประสบอยู่ขณะนี้

ผลสะเทือนของวิกฤตน้ำมันครั้งนี้ยังทำให้ผมเห็นข้อเท็จจริงหลายอย่างที่นึกไม่ถึงมาก่อน

ประการแรก คิดไม่ถึงว่าน้ำมันและก๊าซธรรชาติมีอิทธิพลต่อชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันของเราอย่างแน่นเหนียวยิ่ง

ไม่ใช่เพียงเพราะคนเราบริโภคมากขึ้นกลายเป็นอย่างที่คนวิพากษ์ว่าเป็น “ทาสของวัตถุ” ไปเสียแล้ว

หากแต่ผมคิดว่าสภาพความเป็นอยู่ของเราในศตวรรษที่ 21 นี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับศตวรรษที่ 20 ก่อนหน้านี้

ไม่ใช่เพียงในแง่ของปริมาณและคุณภาพที่เทคโนโลยีล้ำยุคช่วยสร้างให้ผลิตภัณฑ์และสินค้าทั้งหลายมีราคาถูกลงและสะดวกในการซื้อหามาใช้อีกด้วย
หากที่สำคัญ ผมมองว่าสินค้ายุคดิจิทัลเหล่านี้ยังมีบุคลิกที่แตกต่างจากสินค้าก่อนหน้านี้อย่างมีความหมายสำคัญ

นั่นคือ มันถูกสร้างไม่ให้แปลกแยกจากคน ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมจากร่างกาย กระทั่งอารมณ์ความรู้สึกของคนหากมันพยายามทำให้เป็นคนยิ่งกว่าคนที่ใช้มันเสียอีก
ปัญญาประดิษฐ์จึงเป็นพัฒนาการขั้นสูงของการผลิตสินค้าในระบบทุนนิยมที่ทำให้สินค้าเป็นมนุษย์ที่มีทั้งกายภาพและจิตวิญญาณ

ทั้งหมดมาจากการพลิกผันเปลี่ยนแปลงของระบบทุนนิยม ที่เป็นกลไกใหญ่ในการรองรับระบบการผลิตและการค้าการแจกจ่ายสินค้าให้แก่คนทั้งโลก

จากระบบที่ดำเนินไปในวงจรหรือวัฏจักรที่มีศูนย์กลางแล้วกระจายออกไปยังรอบกลาง แล้วออกไปยังรอบนอก จนถึงสุดขอบของวัฏจักรระบบทุนนิยมนี้

แนวคิดและทฤษฎีที่อธิบายในแบบวัฏจักรนี้ได้แก่ทฤษฎีระบบโลกของอิมานูเอล วอลเลอร์สตีน มาสู่ระบบทุนนิยมที่กระจายอำนาจจากศูนย์กลางมากขึ้น กระทั่งทำให้สินค้าเป็นเสมือนลมหายใจของผู้บริโภค ไม่ใช่สนองตอบความต้องการพื้นฐานในปัจจัยสี่เพื่อการดำรงชีวิตแบบเก่าอีกต่อไป หากสินค้ากำลังกลายเป็นองคาพยพแห่งมนุษย์ไปแล้ว
เช่นนี้เองที่การยุติหรือลดเลิกการบริโภคมันจึงแทบเป็นไปไม่ได้ นอกจากต้องทำร้ายตัวตนของเราเองด้วย

ผู้เดียวที่ยุติทำลายระบบสินค้าอัศจรรย์นี้ได้ มีเพียงผู้เดียวเท่านั้น

คือพระศิวะหรือพระอิศวร ผู้เป็นหนึ่งในสามของเทพสูงสุดที่สามารถทำลายล้างโลกและความชั่วร้ายได้

ด้วยอานิสงส์และผลิตภาพของอเมริกา จึงบันดาลผ่านฮอลลีวูดและทำเนียบขาวส่งให้พระศิวะลงมาอวตารในร่างของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
เพื่อสร้างวิกฤตระบบทุนนิยม



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

“ลิณธิภรณ์” ดันท้องฟ้าจำลองกรุงเทพ สู่ศูนย์การเรียนรู้ตลอดชีวิตต้นแบบ ชูอัตลักษณ์ดาราศาสตร์ เชื่อมคนทุกวัย
มือที่สามที่ไม่มีมือ
วิชาชีพสถาปนิก ในวิกฤตความชอบธรรม (1)
เชลยศึกสงครามลาว (53)
พระเครื่อง ของขลัง ผ้ายันต์ กับสงครามมหาเอเชียบูรพา (1)
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (198)
E-DUANG | เส้นทาง ของ แถลงการณ์ คำพูด เส้นทาง ความจริง และ การไล่ล่า
“อนุทิน” โต้กระแสน้ำท่วมงบหมด ยันใช้งบกลางเยียวยา เผยอัดฉีดเพิ่มอีก 1 หมื่นล้าน จ่ายไวแบบ First Come First Serve
สส.ปารเมศ ชี้“ข้าวสารแซนด์บ็อกซ์” ต้องรื้อที่ต้นตอ! ขอชวนภูมิใจไทย ร่วมแก้ พ.ร.บ. สถานบริการ 2509
สุดารัตน์ จี้ต้องเข็นเศรษฐกิจไทยออกจาก “หล่ม” ที่ติดมายาวนานให้ได้ หลังไทยเจ้าภาพจัดประชุม IMF และ World Bank
ปฎิมา นักเขียน ชีวิต กับ ความใฝ่ฝัน นักเขียน ‘อาชีพ’
ดินแดง ราชปรารภ อารมณ์ ‘ร่วม’ ของ ‘มวลชน’ เบื้องหน้า การตาย ของเพื่อน