เมื่อเย็นย่ำค่ำคืนมากลืนกินความสว่างของกลางวันอันแสนร้อน อากาศก็เริ่มเย็นลงบ้าง พร้อมกับแสงสว่างจากไฟนีออนขาวจ้าของปั๊มน้ำมันและร้านรวงต่างๆ รวมทั้งร้านสะดวกซื้อที่เปิดขายสินค้าตลอดเวลา ทำให้ปั๊มน้ำมันขนาดใหญ่แห่งนี้เริ่มมีสีสันขึ้นมา
ขณะที่ใครหลายคนปะปนเดินทางแล้วแวะพักเข้าห้องน้ำ ซื้อของกิน รถหลายคันต่อแถวเติมเชื้อเพลิง เพื่อให้พร้อมเดินทางต่อยังจุดหมายของแต่ละคนที่มุ่งหน้าขึ้นเหนือเหมือนกัน แต่ปลายทางนั้นแตกต่างกันไป แต่บางคนเหมือนชีวิตและการเดินทางของเขาสิ้นสุดลงแล้ว “ลุงตุ่น” นั่งนิ่งขดงอตัวอยู่ข้างถังขยะหน้าศูนย์อาหารในปั๊มน้ำมัน หลังจากที่พยายามค้นหาเศษอาหารที่พอจะหลงเหลือให้หยิบกินประทังชีวิตได้บ้าง เพื่อต่อลมหายใจในแต่ละวัน มีคนใจบุญบางคนที่สงสารหยิบยื่นเงินให้เพื่อลุงตุ่นจะได้ซื้อข้าวกิน แต่ไม่มีร้านค้าร้านไหนเลยที่จะยอมขายให้แก ลุงตุ่นเดินไปร้านไหน แม่ค้าก็จะรีบร้องบอกทันทีว่า
“หมดแล้ว ข้าวหมดแล้ว…”
คงด้วยความรังเกียจในความสกปรกของ “ลุงตุ่น”
ทำให้หลายๆ คนมองแกเหมือนเป็นขยะชิ้นหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้ โดยที่ไม่มีใครรู้หรอกว่า ผู้ชายสกปรกผมเผ้ายาวรุงรังสวมใส่เสื้อกางเกงเก่าซีดขาดวิ่น รองเท้าก็ไม่มีใส่คนนี้ แท้แล้วเขาคือคนที่ครั้งหนึ่งใครหลายคนต่างยอมรับว่าเขาคือ “อัจฉริยะ”
มีเพียงคนในท้องถิ่นนี้เท่านั้นที่รู้ชีวิตที่ผ่านมาของแก ส่วนคนที่มาจากถิ่นอื่นเพื่อทำมาค้าขายบ้าง มารับราชการบ้าง และคนเดินทางที่หมุนเวียนเปลี่ยนหน้ากันมาแวะที่ปั๊มน้ำมันแห่งนี้คงจะมองเห็นลุงตุ่นเป็นแค่สิ่งมีชีวิตไร้ค่าหรืออาจเห็นเป็นแค่อากาศธาตุ
เป็นฝุ่นผงสกปรกชิ้นเล็กๆ ที่รอคนมาทำความสะอาดเท่านั้น
ผู้เรียนรู้โลกที่หลุดลอย
“ตุ่น กลับหอกันเหอะ” เพื่อนเอ่ยปากชวนตุ่นกลับหอพักหลังมหาวิทยาลัย หลังจากที่เขาและเพื่อนๆ คร่ำเคร่งกับการศึกษาค้นคว้า พยายามหาคำตอบในสิ่งที่ยังสงสัยใคร่ทำความกระจ่างกับสิ่งที่อาจารย์ได้สอนและมอบหมายให้ศึกษา แต่ก็ยังคงเป็นเหมือนทุกครั้งที่เพื่อนๆ ต้องทิ้งให้ตุ่นอยู่กับตำรับตำรากองใหญ่ในห้องสมุดจนกว่าห้องสมุดจะปิด จึงจะเป็นเวลากลับหอพัก ขณะที่เพื่อนๆ ซึ่งกลับไปก่อนหน้าต่างพากันออกหาของกิน บางคนไปนั่งดื่มในร้านลับเล็กๆ เป็นการผ่อนคลายจากความเหนื่อยล้าของสมองจากการเรียนวิชาหนักๆ มาทั้งวัน แต่นี่เป็นสิ่งที่ตุ่นไม่เคยทำ ชีวิตของเขามีแต่หนังสือ การเรียน และเวลาสั้นๆ กับการกินอาหารง่ายๆ ในแต่ละมื้อเพื่อให้มีเวลาส่วนใหญ่ได้อยู่กับการท่องสูตรท่องสมการต่างๆ ในวิชาฟิสิกส์ที่เขาเรียนเป็นวิชาเอก
เขาหมกตัวอยู่ในห้องพักกับกองหนังสือที่ยืมจากห้องสมุด บางเล่มก็ซื้อหามาเพิ่มเติมเมื่อหาจากห้องสมุดไม่ได้ ขณะเพื่อนๆ นอนหลับพักผ่อนไปแล้ว ตุ่นก็ยังคงท่องตำรับตำราอย่างไม่มีคำว่าล้าอ่อน
เขาอ่านตำราท่องจำสิ่งต่างๆ ที่ต้องเรียนรู้เพื่อนำไปคิดทำความเข้าใจต่ออย่างกับว่าเขากำลังท่องบ่นบทสวดมนต์อันศักดิ์สิทธิ์กระนั้น
“จักรวาลนี้มีความลับมากมาย” ตุ่นบอกกับเพื่อนๆ และพยายามที่จะค้นหาโดยอาศัยสูตรคำนวณ ตัวเลขมากมายที่วิ่งผ่านหัวของตุ่นทุกวินาที นาที ชั่วโมง ทุกวัน ไม่เคยหยุด เขาไม่เคยสนทนากับเพื่อนในเรื่องอื่นๆ ที่สนุกสนานผ่อนคลายอย่างใครเขา มีแต่เรื่องวิชาการหนักๆ ที่เขาเฝ้าหาคำตอบเท่านั้นที่หลุดออกมาจากปากของตุ่น ทำให้เพื่อนๆ ตั้งฉายาให้ว่า “ตุ่น ยอดอัจฉริยะ” ผู้มีแนวคิดและทฤษฎีมากมายในสมอง
ด้วยความที่ฟิสิกส์เป็นวิชาที่ท้าทายเพราะมันคือการพยายามอธิบาย “กฎเกณฑ์ของจักรวาล” ตั้งแต่สิ่งที่เล็กกว่าอะตอมไปจนถึงดวงดาวที่แสนไกลโดยใช้ภาษาของคณิตศาสตร์ ความยากนอกจากจะต้องท่องจำสูตรแล้ว ที่สำคัญคือการเปลี่ยนปรากฏการณ์ในชีวิตจริงให้กลายเป็นตัวเลขและสมการ รวมถึงการใช้เหตุผลเชิงตรรกะที่เข้มงวด
ฟิสิกส์เป็นวิชาที่ฝึกคนให้มองโลกแบบไม่ยอมรับอะไรง่ายๆ แต่จะต้องมองให้ลึกถึงโครงสร้างและความสัมพันธ์อย่างเป็นระบบ คนที่เรียนจะต้องรับมือกับความไม่รู้อย่างใจเย็น ตัวเลขมากมายจึงหมุนวนอยู่ในหัวของตุ่นนักศึกษาฟิสิกส์ผู้เอาจริงเอาจังอย่างหนักหน่วง เขาได้แต่อ่านๆๆ ท่องๆๆๆ คิด…ค้น…คว้า…เพื่อแก้โจทย์วิทยานิพนธ์ระดับโลกของเขา
การต่อสู้อย่างหนักหน่วงของตุ่น ไม่มีใครรู้เลยว่า บัดนี้ทั้งตัวหนังสือและตัวเลขในหัวของตุ่นเกิดการบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง ตัวหนังสือกลายเป็นเสียงกระซิบบอกข้อมูลต่างๆ ตลอดเวลา
ทฤษฎีมากมายที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนไหลหลั่งพรั่งพรูเข้ามาในหัวของตุ่น…
ไม่มีสมการใดแก้ไขความหิวโหย
ตุ่นเพ่งมองถังขยะสีเขียวข้างร้านสะดวกซื้ออย่างใช้ความคิด เพราะภายในถังขยะนั้นมีองค์ประกอบของสารแก้ความโหยหิวได้ หรืออาจจะไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากขวดเปล่า กล่องเปล่า ถุงขนมที่ใครกินหมดแล้วขยำทิ้งลงในถังขยะ
“ต้องมีอะไรมากกว่านั้น เวลาผ่านมาหลายชั่วโมงแล้ว ความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีต้องบังเกิดในถังนั้น” ตุ่นบอกตัวเองขณะเพ่งมองให้ทะลุเข้าสู่ภายในถังขยะ และทันทีที่รถยนต์หรูคันหนึ่งแล่นออกจากหน้าร้านสะดวกซื้อ ตุ่นรีบเดินตรงไปยังถังขยะใบนั้นอย่างรวดเร็ว
“จริงด้วย เกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วจริงๆ” ตุ่นยิ้มกับตัวเองเมื่อสิ่งที่คิดไว้นั้นถูกต้องเป็นจริง
แต่นั่นก็เป็นเพียงเศษอาหารที่เหลือติดก้นกล่องโฟมเพียงเล็กน้อย แต่อย่างไรมันก็คืออาหารที่จะมาเติมเต็มความว่างในท้องได้ เมื่อได้กล่องอาหาร เศษขนม ขวดน้ำพลาสติกที่มีน้ำดื่มหลงเหลืออยู่นิดหน่อย ตุ่น หรือ “ลุงตุ่น” หรือ “ไอ้ตุ่น” ของคนที่รังเกียจแกจะใช้เรียกขานคนไร้ค่าคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตวนเวียน กิน เดิน นั่ง นอนอยู่ในปั๊มน้ำมันแห่งนี้ ก็เดินมานั่งลงที่เดิม ค่อยๆ หยิบเศษอาหารนั้นมาเคี้ยวกินอย่างช้าๆ เหมือนจะถ่วงเวลาให้การกินอาหารครั้งนี้เนิ่นนานขึ้น ทั้งที่ปริมาณน้อยนิดนั้นก็ไม่น่าจะทำให้อิ่มได้มากขึ้นเลย
“ขณะนี้มวลของอาหารกำลังเปลี่ยนรูปร่างให้เป็นชิ้นเล็กลงด้วยการบดเคี้ยว มวลวัตถุยังคงอยู่แต่กำลังเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นพลังงานชีวิตของข้าแล้ว” ตุ่นคุยกับตัวเองด้วยภาษาของนักวิชาการ คนที่เดินผ่านมาได้ยินก็สงสัยในคำพูดประหลาดของคนที่เก็บขยะมานั่งกิน
เมื่ออาหารมื้อพิเศษของเขาเสร็จเรียบร้อย ตุ่นค้นหากระดาษใบเสร็จของทุกคนที่เดินออกจากร้านสะดวกซื้อทิ้งลงในถังสีขาวตรงประตูหน้าร้าน ใบเสร็จแผ่นเล็กๆ ที่ไม่มีค่าสำหรับใครเลย เป็นกระดาษที่มีประโยชน์มากสำหรับตุ่น ที่ถ้าใครได้มองเห็นว่ากระดาษเหล่านั้นตุ่นได้นำมาใช้เขียนสูตรการคำนวณต่างๆ มากมายด้วยเศษถ่านบ้าง หรือปากกาเก่าๆ ที่บังเอิญเก็บได้บ้าง
คนที่เห็นก็อาจจะมองผ่านว่า นั่นคือการเขียนเพ้อไปของคนสติแตกคนหนึ่ง โดยหารู้ไม่ว่าในเศษกระดาษใบเสร็จแผ่นเล็กๆ ที่ตุ่นเรียงลำดับไว้อย่างดีนั้นเป็นสูตรของการจัดระเบียบความวุ่นวายของจักรวาลและแนวทางของการที่จะนำมนุษย์จากโลกอันคับแคบนี้เดินทางไกลสู่การใช้ชีวิตอีกรูปแบบหนึ่งในจักรวาลอันกว้างไพศาลนี้
เมื่อบอกตัวเองว่า “อิ่ม” แล้ว ตุ่นก็ลุกเดินไปที่ห้องน้ำซึ่งน่าจะเป็นจุดที่เย็นสบายที่สุดแล้ว เพราะมีทั้งน้ำให้ตุ่นได้ลูบหน้าลูบตาและสำคัญคือ “ลูบท้อง” แห้งๆ ให้ได้รู้สึกว่ามีอะไรลงท้องไปบ้างแล้วเวลาที่หิว
ตุ่นนั่งลงตรงมุมที่ไม่เกะกะขวางทางใคร แล้วค่อยๆ หยิบเศษกระดาษใบเสร็จที่เขียนอะไรต่อมิอะไรที่ล้นทะลักมาจากความคิดของเขาไว้มากมาย สูตรต่างๆ ที่ตุ่นเขียนนั้นยากที่จะมีใครเข้าใจ ตุ่นจึงแยกสูตรต่างๆ ออกเก็บไว้ก่อน แล้วนำแผ่นที่เขียนด้วยภาษาง่ายๆ ออกมาเรียงจัดลำดับ เหมือนว่าจงใจที่จะส่งต่อความคิดนี้ให้ใครบางคน
The Clean Restroom Magnet
Universal Design
Ecosystem (One Stop Service)
Community Mall
Atmosphere & Landmark
เมื่อจัดเรียงลำดับ แยกกลุ่มเอกสารใบเล็กๆ ที่เขียนไว้ครบทุกใบเเล้ว ตุ่นยิ่มอย่างคนที่ภาคภูมิใจในการที่ทำอะไรสำเร็จลงได้
แต่เป็นรอยยิ้มที่ผู้คนที่เดินผ่านไปมาในปั๊มมองเห็นเป็นเพียงการยิ้มกับลมกับฟ้าของคนสติไม่ดีคนหนึ่ง เพราะตุ่นคือคนบ้าในสายตาของทุกคน
แต่ตัวตุ่นเองเขามีความสุขกับชีวิตแบบนี้ที่ดูเหมือนไร้ค่าแต่ทรงพลัง เขามั่นใจในพลังความคิดของเขา
สูตรต่างๆ ที่เขาเขียนขึ้นเป็นตัวเลขที่นักวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่อาจจะนำมาศึกษาทำความเข้าใจและพัฒนาต่อยอดได้ ถ้านักวิทยาศาสตร์ผู้นั้นตามความคิดของคนบ้าอย่าง “ลุงตุ่น” ได้
แต่ว่าตอนนี้เขาม้วนเศษกระดาษเหล่านั้นแล้วรัดด้วยยางรัดอย่างแน่นหนา ทิ้งสิ่งที่คิดและเขียนทั้งหมดนั้นไว้ในปากรูปปั้นตุ๊กตาหน้าร้านกาแฟ
คืนนี้ “ตุ่น” นอนมองฟ้าที่ไร้ดาว ดาวที่เขาได้ศึกษาทำความเข้าใจไว้แล้วอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่แสงสว่างของไฟฟ้าในปั๊มน้ำมันที่เปิดรอรับบริการลูกค้าตลอดทั้งวันทั้งคืนกลบกลืนเเสงสว่างของดวงดาวไปหมดสิ้น
ตุ่นต้องหลบมานอนในซอกมุมหนึ่งของศูนย์อาหารซึ่งปิดบริการส่วนนี้ไปเพราะดึกแล้ว ยังเหลือเพียงส่วนของปั๊มที่ให้บริการเติมน้ำมัน และร้านสะดวกซื้อที่ยังคงเปิดอยู่
คืนนี้รถยนต์จำนวนมากเข้ามาเติมน้ำมันไม่ขาดสาย เป็นเช่นนี้มาแล้วตั้งแต่ตอนเย็น เด็กปั๊มทำงานกันแทบไม่ได้หยุดพัก
บางคนเหนื่อยและหงุดหงิดก็มาปล่อยอารมณ์เอากับ “ตุ่น” ที่กลายเป็นสิ่งของชิ้นหนึ่งมาอยู่ผิดที่ผิดทางเกะกะขวางทางผู้คน ตะเพิดไล่แกให้ออกไปพ้นๆ บริเวณปั๊ม เพราะกลัวลูกค้าที่วันนี้มีเข้ามาใช้บริการกันมากเป็นพิเศษจะรังเกียจและรำคาญคนสกปรกอย่างแก
การเดินทางที่ไม่สิ้นสุด
ค่อนแจ้งแล้ว ลุงตุ่นตื่นขึ้นเมื่อร่างกายของแกได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ ปั๊มน้ำมันเงียบสนิท แต่แสงสว่างยังคงเหมือนเดิม “ห้องทดลองนี้กว้างใหญ่เหลือเกิน…” เขารำพึงกับตัวเอง เด็กปั๊มบางคนนั่งฟุบหลับ บางคนเดินไปที่ร้านสะดวกซื้อ ไม่มีลูกค้าแล้ว ลุงตุ่นหยิบกระดาษขึ้นมาแผ่นหนึ่ง เขียนข้อความสั้นๆ ลงไป “Site Selection Analysis : Station ID 942” วาดรูปตุ๊กตาลงไปด้วยตัวหนึ่ง แล้วแอบเอาไปวางไว้ที่โต๊ะแคชเชียร์ของปั๊ม
ก่อนฟ้าสาง ตุ่น, ลุงตุ่น, ไอ้ตุ่นของใครหลายๆ คน ออกเดินทางอย่างเงียบๆ จากปั๊มน้ำมันที่แกอาศัยเป็นที่อยู่ที่กินมานาน
“ถึงเวลาแล้วที่มนุษย์ทั้งหลายจะต้องเดินทางไกลอย่างแท้จริง พวกแกมีรถเป็นพาหนะ แต่คนอย่างข้าขอไปด้วยสองขาสองเท้า แต่เราจะไปพบกัน ณ จุดเดียวกัน ขอให้แกและข้าโชคดี…” ตุ่นรำพึงเหมือนอวยพรให้กับการเดินทาง
ทิ้งสูตรต่างๆ ไว้ที่ปั๊ม แทนการ “ลาออก”
เขาลาออกจากการเป็นคนของโลกตรงนี้ เพื่อไปอยู่ในโลกของแกที่จะสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ โลกที่แสนสุขไร้การขับเคลื่อนด้วยตัวเลขแห่งความโลภ ไปสู่ดินแดนที่ว่างเปล่าแต่อิ่มเอม…
