bg-single

‘ผีไรเดอร์หมาแล้ว’ : พื้นที่และหน้าที่ ของ ‘ผี’ ในโลกทุนนิยม

05.05.2026

บทความพิเศษ | ชาคริต แก้วทันคำ

‘ผีไรเดอร์หมาแล้ว’

: พื้นที่และหน้าที่

ของ ‘ผี’ ในโลกทุนนิยม

‘ผีไรเดอร์หมาแล้ว’ ของพิมไม่มีการันต์ เป็น 1 ใน 13 เรื่องสั้น จาก 13 นักเขียนที่ตีพิมพ์รวมเล่มใน After Midnight ผี เธอ เขา และเรื่องราวของเราที่ยังไม่จบ

เลือกหยิบมาวิเคราะห์ในบทความนี้ เนื่องจากเรื่องสั้นดังกล่าวมีความน่าสนใจ โดยพิมไม่มีการันต์ได้สร้างตัวละคร ‘ผีไรเดอร์’ ที่สามารถกล่าวได้ว่าเป็นผีในยุคทุนนิยมสมัยใหม่มานำเสนอผ่านแนวล้อเลียนเสียดสีแบบขำขื่น

นอกจากเป็นการงานอาชีพที่รายได้ไม่แน่นอนแล้ว แรงงานประเภทนี้ยังต้องแบกรับผลกระทบทางเศรษฐกิจด้วย และเมื่อเขาทำภารกิจในชีวิตไม่สำเร็จ จึงต้องทำหน้าที่นั้นต่อไปหลังจากประสบอุบัติเหตุจนตัวตาย

ซึ่งผมมองว่า ‘ผีไรเดอร์’ เป็นชนชั้นแรงงานเสี่ยงผู้น่าสงสาร เพราะถึงเขาจะกลายเป็นผีหรือวิญญาณแล้ว ยังต้องขับเคลื่อนระบบทุนนิยมให้เดินหน้าต่อไป

ดังนั้น จึงไม่แปลกที่พิมไม่มีการันต์จะสร้าง ‘ผีไรเดอร์’ ขึ้นมาเป็นตัวละครหลักในเรื่องสั้นนี้ เมื่อโลกจินตนาการได้เปิดพื้นที่ให้มนุษย์ ผี และทุนนิยม ซึ่งเคยถูกแบ่งหรือแยกให้อยู่กันคนละโลก (จริงกับวิญญาณ) ได้มาเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันผ่านงานวรรณกรรม จนก่อให้เกิดเป็นเรื่องเล่าแฝงความหมายและรายละเอียดที่น่าตีความยิ่ง

แม่ของไรเดอร์อยู่สุพรรณ เธอฝันร้าย จึงเดินทางมาหาเขาถึงนครปฐม แต่ด้วยความจนบีบรัด วันนั้นเขาต้องรับงานส่งอาหารและฝากลูกสาวไว้กับแม่ แล้วไรเดอร์ก็ประสบอุบัติเหตุตายคาที่ทั้งที่ยังทำภารกิจไม่เสร็จ ทำให้ผีหรือวิญญาณไรเดอร์ต้องไปส่งออร์เดอร์ที่ค้างอยู่ให้ลูกค้าต่อ เพราะถ้าไม่ทำให้สำเร็จ เขาจะไม่ได้เงินค่ารอบไว้จ่ายค่าเทอมให้ลูก

ผมจึงตีความฝันร้ายของแม่ว่าเป็น ‘ฝันสลาย’ ของครอบครัวนี้ ทุนนิยมมันร้าย สุดท้ายมันจึงทำลาย ‘คนดี’ และ ‘ความตั้งอกตั้งใจ’ ในการมุ่งมั่นทำงานของไรเดอร์คนหนึ่งลง

ทั้งนี้ ถึงไรเดอร์จะกลายเป็นผีหรือวิญญาณแล้ว เขากลับ ‘ต่อรอง’ ยมทูตเพื่อหาทางออกให้กับชีวิตที่ไร้วิญญาณ เพราะคำว่า ‘เงิน’ คำเดียว

“ไม่มีทฤษฎีใดอธิบายสิ่งที่ผมทำในตอนนี้ได้ ถ้าเอาแบบเข้าข้างตัวเองคงเป็นเพราะกลัวครอบครัวอดตาย กลัวแม่มีภาระเพิ่ม กลัวลูกไม่มีชีวิตที่ดี โลกที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยเงินทำให้ผมต้องสู้ แม้ว่าจะเหลือแค่วิญญาณ” (น. 143)

นับเป็นข้อความที่อ่านแล้วจุกอกและทำให้รู้สึกเศร้า ความจนในชีวิตไรเดอร์นั้นมันน่ากลัวยิ่งนักในโลกทุนนิยม แม้เขาเหลือแค่วิญญาณก็ยังต้องสู้ เพราะโลกปัจจุบันขับเคลื่อนด้วย ‘เงิน’ จึงเกิดเป็นความสัมพันธ์เชิงอำนาจขึ้นมา เมื่อเขาต้องยอมรับกฎเกณฑ์บางอย่างที่ไม่เป็นธรรมในอาชีพโดยปริยาย

เช่น “ค่ารอบเพิ่มแลกกับดาวลดช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย ครั้งหนึ่งผมเคยประท้วงระบบด้วยการปฏิเสธงานพ่วง ระบบตอบแทนด้วยการจ่ายงานน้อยลงอย่างต่อเนื่อง สุดท้ายถูกระงับบัญชีชั่วคราว ความฉิบหายครั้งนั้นเตือนไม่ให้ท้าทายระบบอีก หันไปค่ายไหนสีไหนก็มีนโยบายแบบนี้ทั้งนั้น…” (น.138)

ชีวิตและวิญญาณของไรเดอร์ ไม่ว่าตอนยังหายใจอยู่หรือตายจากไปแล้วจึงไม่สามารถหลุดพ้นไปจากคำว่า ‘ทุนนิยม’ ได้ เพราะโลกนี้ถูกระบบดังกล่าวแทรกซึม หล่อหลอม ควบรวมวิถีชีวิตไว้แทบจะทั้งหมด

ดังนั้น ไรเดอร์จึงเป็นอีกอาชีพหนึ่งซึ่งมีหน้าที่หล่อเลี้ยงครอบครัวตัวเอง อีกยังต้องหล่อเลี้ยงนายทุนและคอยเติมเต็มสายพานของระบบทุนนิยมให้ดำเนินต่อไป

นักอ่านจะเห็นว่า ระบบทุนนิยมทำให้คนกลายเป็นผีได้อีกนัยความหมายหนึ่งด้วย แต่ทว่า ‘ผีไรเดอร์’ ในเรื่องสั้นนี้ไม่ได้น่ากลัวหรือคุกคามหลอกหลอนลูกค้าตอนส่งออร์เดอร์ที่ค้างอยู่แต่อย่างใด อีกทั้งพื้นที่ 3 แห่งที่ ‘ผีไรเดอร์’ ต้องไปปิดงาน ได้แก่ บ้าน คอนโดฯ และวัดนั้น ทำให้ผมตีความต่อไปได้อีกว่า พื้นที่ดังกล่าวนั้นถูกบริโภคนิยมและการบริการเข้าถึงแล้ว

ที่แรกที่ ‘ผีไรเดอร์’ ไปส่งออร์เดอร์เป็นบ้าน “รองศาสตราจารย์ดอกเตอร์คุณหญิง ไม่ใช่คุณลูกค้า” เท่ากับเป็นการขีดเส้นแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจน กระทั่งเธอเหยียดสำเนียงคนสุพรรณ ทีแรกนึกว่า “เป็นคนไทยหรือเปล่าพ่อหนุ่ม” และ “เหตุใดถึงพูดภาษาไทยให้ถูกต้องไม่ได้ล่ะ”

กลายเป็นว่าอาชีพไรเดอร์ที่นอกจากจะถูกเอารัดเอาเปรียบและขูดรีดแรงงานแล้ว ยังมีลูกค้าบางประเภทที่ ‘ด้อยค่า’ ความเป็นมนุษย์ด้วย

เรื่องนี้ยิ่งตอกย้ำความเป็นชนชั้นกลางหรือความร่ำรวยของลูกค้าที่ผลักไสให้ ‘ชนชั้นแรงงานเสี่ยง’ แบบไรเดอร์ถูกลดทอนคุณค่าและต้องจมดิ่งสู่ความยากจนมากขึ้นกว่าเดิม

ที่ที่สองคือคอนโดฯ แล้วผีหรือวิญญาณไรเดอร์จะสามารถไปส่งออร์เดอร์จนถึงที่หมายได้หรือไม่ เพราะปกติ “จะส่งข้อความและโทร. ให้ลูกค้าลงมารับอาหารด้วยตนเองที่ล็อบบี กฎของการส่งอาหารของแอปคือห้ามขึ้นอาคาร แต่ลูกค้ารักสบายทั้งหลายจะบัญชาให้ไรเดอร์ขึ้นไปส่งถึงที่” (น. 149)

ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ก่อน ‘ผีไรเดอร์’ จะขึ้นไปส่งออร์เดอร์ เขาได้พบกับเจ้าที่ที่ปรากฏกายขยายใหญ่ขวางทางเข้า พอสนทนาประสาผีกันแล้วและรู้ว่าเขาเป็นไรเดอร์ แถมยังเป็นคนสุพรรณ “ข้าก็คนซู่พันเหมือนเอ็งนั่นแหละ หมาๆ เข้าหมา นี่บัตรผ่าน” (น. 150)

ทำให้ผมตีความว่า การที่ ‘ผีไรเดอร์’ ได้รับอนุญาตจากผีเจ้าที่ให้ไปส่งของบนคอนโดฯ ได้ หากพิมไม่มีการันต์ไม่ได้ระบุว่า ‘เป็นคนซู่พัน’ เหมือนกันแล้ว ผีเจ้าที่ก็เป็นผีที่ถูกสร้างขึ้นหรือเป็นอีกตัวละครที่มีบทบาทหน้าที่ให้ต้องไหลไปตามกระแสของระบบทุนนิยมที่ไม่อาจต้านทาน ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นความแปลกแยก

และเมื่อ ‘ผีไรเดอร์’ ไปเคาะประตูห้อง ลูกค้าทั้งสองแรกเห็นก็กรี๊ดลั่น ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีหวาดกลัวเป็นหัวเราะ เพราะ “พลันเปิดประตูผาง หญิงสาวในชุดแม่ชีฝรั่งสไตล์กอทิกยืนสีหน้าเฉยเมย ทั่วหน้ามีรอยเย็บราวกับประกอบหนังหน้าขึ้นใหม่ รอบตาดำคล้ำเป็นวง ปากแดงอาบด้วยเลือด ข้างหลังเป็นชายหนุ่มที่แต่งตัวสไตล์ใกล้เคียงกัน” (น. 151) และ “เตงชวนพี่เขามาร่วมทีมผีกับเราดีมะ โคตรจะเหมือนผี คืนนี้ชนะแน่นอน” (น. 152)

นักอ่านจะเห็นว่า ‘ผีไรเดอร์’ ไม่ได้น่ากลัวตอนส่งของ แม้สภาพเลือดไหลที่หัว คอบิดเบี้ยวหลังประสบอุบัติเหตุก็ตาม อีกทั้งเขาไม่ได้มาเพื่อหลอกหลอนด้วย แต่เป็นระบบทุนนิยมต่างหากที่หลอกและหลอน ‘ผี’ ให้ต้องปรับตัว จึงเกิดการแยกไม่ออกระหว่างรูปลักษณ์ของ ‘ผีจริง’ กับ ‘ผีที่แต่งตัวเลียนแบบ’

อีกทั้งภายนอกของลูกค้าทั้งสองอาจดูน่ากลัวเพราะแต่งตัวเหมือนผี แถมยังเป็นผีต่างประเทศ จึงสามารถเปรียบเทียบได้ว่า เรื่องแนวคิดวัตถุนิยม บริโภคนิยม ทุนนิยมและการบริการ ‘เรา’ ล้วนได้รับอิทธิพลหรือวัฒนธรรมมาจากต่างประเทศ

แต่ทว่าลูกค้าทั้งสองยังมีความโอบอ้อมอารี ไม่ได้สร้างความวิตกอึดอัดให้กับ ‘ผีไรเดอร์’ เหมือนกับลูกค้าคนแรก

ที่ที่สามคือวัด ‘ผีไรเดอร์’ ต้องไปส่งออร์เดอร์ให้กับพระในยามวิกาล เท่ากับว่าทุนนิยมการบริการไม่เลือกสถานที่และเวลานั่นเอง

สุดท้าย การปรับเปลี่ยนตัวเองของ ‘ผีไรเดอร์’ นอกจากจะทำหน้าที่จนตัวตาย เขายังทำงานเพื่อความอยู่รอดของครอบครัวและนายทุนด้วย

นอกจากนี้ นักอ่านจะเห็นอีกตัวละครสำคัญคือ ‘ยมทูต’ ที่อนุญาตให้ ‘ผีไรเดอร์’ “รีบไปส่งอาหารซะ ข้าจะไปรับวิญญาณตนอื่นก่อน เอ้านี่เครื่องติดต่อสื่อสารวิญญาณให้รับที่ไหนก็ส่งโลเคชันมา” (น. 142) หรือ “เจ้าตายก่อนที่จะทำภารกิจสำเร็จ ข้าเองก็ถูกบริษัทโลกหลังความตายบังคับให้ทำยอดตามเวลาเหมือนกัน ถ้าไม่สำเร็จก็ไม่ได้ค่ารอบ ข้าเข้าใจเจ้า” (น. 162)

ความเข้าใจของ ‘ยมทูต’ สะท้อนให้นักอ่านเห็นว่าโลกชีวิตและวิญญาณไม่อาจหลุดพ้นจากทุนนิยมได้เลย อีกทั้งทุนนิยมยังเปิดเผยให้เราเห็นด้านที่น่าหดหู่ด้วย มันจึงเกิดการต่อรองหรือประนีประนอมระหว่างการทำหน้าที่ที่คล้ายกันขึ้น ตามที่ปรากฏในเรื่องสั้นนี้อย่างแทบจะแยก (โลก) จากกันไม่ออก จึงเป็นการอยู่ร่วมกันของระบบทุนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

และผมมองว่า ในยุคปัจจุบันนี้ ทุนนิยมน่ากลัวมากกว่า ‘ผี’ เสียอีก เมื่อมันสามารถหลอกและหลอนทั้งวิญญาณของไรเดอร์และยมทูตได้ แม้ว่าพวกเขาจะตายไปหรืออยู่ในโลกหลังความตายแล้วก็ตาม

เอกสารอ้างอิง

พิมไม่มีการันต์ (นามแฝง). (2569). “ผีไรเดอร์หมาแล้ว”. ใน After Midnight ผี เธอ เขา และเรื่องราวของเราที่ยังไม่จบ. กรุงเทพฯ : Espresso & Cigarette, 137-163.

สิขรินทร์ สนิทชน. (2566). วิถี (อ) ชีวิตกับโลกทุนนิยมในนวนิยายชุด Ghost Marketing. เข้าถึงได้จาก https://so06.tci-thaijo.org/index.php/jcmag/article/view/261424/175854



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

‘เต้ย’เลิกแฟนฝรั่ง จบกันด้วยดี เดินหน้าต่อ ถูกวิจารณ์เสียหาย…ปกป้องสิทธิ์
เจาะคดีสยองกรุงไทเป CCTV มัดหนุ่มไต้หวัน แค้นสาวไทยบอกเลิก! ฆ่ายัดเป๋าหมกตู้แช่แข็ง
เปิดฟางเส้นสุดท้ายเด้งอธิบดี DSI จังหวะเหมาะย้ายล้างบางเรียบวุธ ‘เปลี่ยนขั้ว-ย้ายค่าย-รหัส 36’ รอด!!!
เหยี่ยวถลาลม | สุจริต-โปร่งใส-เที่ยงธรรม
ปิยบุตร ชี้ประเทศต้องปฏิรูปขนานใหญ่ มอง “ระบอบสีน้ำเงิน” : การช่วงชิงความหมายของสองพลัง
ดีลลับผู้กองในศึกขวาปะทะขวา
กรีนแลนด์ในความคิดของทรัมป์และประวัติศาสตร์สหรัฐ
‘การทูตโปโลน้ำ’ ระหว่างทรัมป์กับสี จิ้นผิง เป็นอย่างไร
คำอ่อยๆ : Internet ของคุณหมดแล้ว เพื่อใช้ความเร็วได้ต่อเนื่องโปรดสมัคร… | กวีกระวาด : โดยสารฯ กึ่ม
บ้านหลังใหม่ของพ่อใหญ่ทึม | เรื่องสั้น : โกมล กุดโอภาส
ทัศน์อันตรธาน | กวีกระวาด : เวิ้งหมาบ้า
แกงหน่อไม้