bg-single

ต้อยติ่งไทยและเทศ

02.05.2026

สมุนไพรเพื่อสุขภาพ | โครงการสมุนไพรเพื่อการพึ่งพาตนเอง

มูลนิธิสุขภาพไทย

ใครที่อยู่เกิน 60 ปีขึ้นไป หรือเรียกว่า “เจนเบบี้บูม” (Baby boom generation) ย่อมรู้จักพืชชนิดนี้เป็นอย่างดี เพราะเมล็ดต้อยติ่งคือของเล่นวัยเด็กอย่างดี บางคนถ่มน้ำลายลงบนเมล็ด บางคนเก็บมาใส่ถ้วยน้ำจะทำให้เมล็ดระเบิดแตกออกมาเป็นที่สนุกสนานของเด็กๆ ในยุคนั้น

เมื่อถึงสังคมไทยยุคนี้ คนในสังคมส่วนใหญ่เมื่อพูดถึง “ต้อยติ่ง” จะนึกภาพไม้ดอกสีม่วงที่ขึ้นอยู่ริมทางหรือในที่รกๆ นั้น ในความเป็นจริงแล้ว ต้นไม้ที่เราเห็นเกือบทั้งหมดคือ “ต้อยติ่งฝรั่ง” ซึ่งเป็นพืชต่างถิ่น ในขณะที่ “ต้อยติ่งไทย” แท้ๆ นั้นกำลังค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำ

วันนี้ขอมาให้ความสำคัญทำความรู้จักต้อยติ่งให้ชัดเจน เริ่มจากชื่อวิทยาศาสตร์และลักษณะทางพฤกษศาสตร์มีความสำคัญมาก จึงต้องจำแนกพืชทั้งสองชนิดให้เข้าใจตรงกัน แม้ต้อยติ่งไทยและต้อยติ่งฝรั่งจะอยู่ในวงศ์เดียวกัน คือ วงศ์เหงือกปลาหมอ (Acanthaceae) แต่ก็เป็นพืชที่อยู่กันคนละสกุล มีความแตกต่างกัน ดังนี้

ต้อยติ่งไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Hygrophila erecta (Burm.f.) Hochr. เป็นพืชล้มลุก ลำต้นตั้งตรง สูงประมาณ 30-60 เซนติเมตร ลำต้นเป็นเหลี่ยม มีขนตามข้อ ใบมีลักษณะรีหรือรูปใบหอก กว้างกว่าต้อยติ่งฝรั่ง ดอกมีสีม่วงอ่อนหรือม่วงอมฟ้า ออกตามซอกใบ กลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอดเล็กๆ ผลเป็นฝักยาว เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล ภายในมีเมล็ดขนาดเล็ก

ต้อยติ่งฝรั่ง ที่พบในประเทศไทยยังแยกออกเป็น 2 ชนิด คือ ชนิดใบกว้าง มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ruellia tuberosa L. เป็นไม้พุ่มเตี้ย รากมีลักษณะสะสมอาหารเป็นหัวคล้ายหัวแคร์รอตขนาดเล็ก (Tuberous root) ใบเรียวยาว สีเขียวเข้ม ผิวใบมัน ดอกรูปแตรสีม่วงเข้ม (บางพันธุ์มีสีชมพูหรือขาว) ดอกมีขนาดใหญ่และดกกว่าต้อยติ่งไทย ผลเป็นฝักทรงกระบอก ยาวประมาณ 2-3 เซนติเมตร เมื่อโดนความชื้นจะดีดตัวเพื่อกระจายเมล็ด มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมอยู่ในแถบอเมริกากลางและอเมริกาใต้ (เช่น เม็กซิโก ปานามา เวเนซุเอลา) รวมถึงหมู่เกาะในทะเลแคริบเบียน

การเข้ามาในประเทศไทยนั้นไม่มีบันทึกวันที่แน่นอน แต่สันนิษฐานว่าถูกนำเข้ามาในฐานะ “ไม้ประดับ” เนื่องจากมีดอกที่สวยงาม ปลูกง่าย และทนทานต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี ด้วยกลไกการแพร่พันธุ์ด้วยเมล็ดที่ “ดีด” ไปได้ไกลและการมีหัวสะสมอาหารใต้ดินที่ทนต่อการถูกเหยียบย่ำหรือตัดถาง ทำให้ปรับตัวและกลายเป็นพืชรุกรานพื้นถิ่น (Invasive species) ที่กระจายตัวไปทั่วประเทศไทย จนคนรุ่นหลังเข้าใจว่าเป็นพืชพื้นเมืองของไทยไปโดยปริยาย

ต้อยติ่งฝรั่งชนิดใบแคบ ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ruellia simplex C.Wright เป็นไม้พุ่มล้มลุกหลายปี สูงประมาณ 30-100 ซ.ม. ลำต้นตั้งตรงมีเหลี่ยมมักมีสีแดงคล้ำ ใบเดี่ยวเรียงตรงข้ามสลับตั้งฉาก รูปแถบยาว สีเขียวเข้มถึงม่วงแดง ดอกรูปกรวยแตรสีม่วงเข้ม ชมพู หรือขาว กลีบดอกย่น 5 กลีบ ผลเป็นฝักยาวสีเข้ม เมื่อถูกความชื้นจะแตกออกเช่นกัน

การใช้ประโยชน์ทางการแพทย์พื้นบ้าน แม้จะเป็นพืชคนละสกุล แต่ทั้ง “ต้อยติ่งไทย” และ “ต้อยติ่งฝรั่ง” (รวมถึงญาติในสกุลเดียวกัน) ก็มีข้อมูลหรือประวัติการใช้เป็นยาสมุนไพรอย่างยาวนาน

สำหรับต้อยติ่งไทย การแพทย์พื้นบ้านไทยใช้รากต้มดื่มเพื่อขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะพิการ และใช้แก้โรคไต ใบใช้พอกแผลเพื่อลดการอักเสบ หรือพอกแก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย ทั้งต้นใช้ดับพิษไข้ แก้ไอ และขับเสมหะ

ส่วนต้อยติ่งฝรั่งแบบใบกว้าง ทางการแพทย์พื้นบ้านไทยนิยมใช้ “ราก” นำมาฝนกับน้ำหรือต้มดื่ม เพื่อเป็นยาขับพิษในเลือด (ล้างพิษ) แก้พิษอักเสบ และใช้เป็นยาถ่ายพยาธิ นอกจากนี้ “เมล็ด” ยังใช้พอกฝีเพื่อดูดหนอง ในแถบทะเลแคริบเบียนและอเมริกากลางใช้เป็นยาขับปัสสาวะ ยาลดไข้ และยาแก้ไอ ในบางพื้นที่มีการใช้ใบเพื่อรักษาความดันโลหิตสูงและเบาหวาน การแพทย์อายุรเวทใช้รักษาโรคนิ่วในไต โรคติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ และใช้เป็นยาบำรุงกำหนัด (Aphrodisiac) ต้อยติ่งน้ำ (Hygrophila phlomoides Nees) เป็นอีกชนิดที่มักถูกเรียกว่าเป็นต้อยติ่งไทย ใช้ประโยชน์คล้ายกันคือ ทั้งต้นนำมาพอกแก้ปวดบวมและรักษาแผลสด

งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในปัจจุบันมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับต้อยติ่งฝรั่งชนิด Ruellia tuberosa อย่างกว้างขวางมากกว่าต้อยติ่งไทย โดยมีประเด็นที่น่าสนใจ เช่น ฤทธิ์ต้านเบาหวานมีงานวิจัยระบุว่าสารสกัดจากใบและรากของต้อยติ่งฝรั่งมีสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) และไตรเตอร์ปีนอยด์ (Triterpenoids) ซึ่งช่วยยับยั้งเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการย่อยน้ำตาล ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลงในหนูทดลอง

ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ พบสารแอนโทไซยานิน (Anthocyanins) มีประสิทธิภาพสูงในการดักจับอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ฤทธิ์ต้านการอักเสบและแก้ปวด มีการทดสอบสารสกัดจากเอทานอลในต้อยติ่งฝรั่ง พบว่าสามารถลดการบวมและการอักเสบได้ดีเทียบเคียงกับยาแผนปัจจุบันบางชนิด และคุณสมบัติการกำจัดโลหะหนัก มีงานวิจัยด้านสิ่งแวดล้อมพบว่าต้อยติ่งฝรั่งมีความสามารถในการดูดซับโลหะหนักในดิน (Phytoremediation) ได้ดีในระดับหนึ่ง

ต้อยติ่งไทยและต้อยติ่งฝรั่งมีความคล้ายคลึงกันในกลไกการแพร่พันธุ์ด้วยฝักที่แตกตัวได้ แต่มีบทบาทหรือศักยภาพต่างกันในเชิงนิเวศวิทยาและการใช้ประโยชน์ ต้อยติ่งไทยเป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ก่อนจะสูญหายไปจากพื้นที่ธรรมชาติ ส่วนต้อยติ่งฝรั่งแม้จะเป็นพืชต่างถิ่นที่รุกราน แต่ก็มีศักยภาพทางยาที่น่าสนใจสามารถพัฒนาต่อยอดในอนาคตได้เช่นกัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

มท.- PEA แถลงผลการบุกทลายเหมือง Bitcoin เถื่อนใน 5 จังหวัด ยึดเครื่องขุดกว่า 300 เครื่อง
เจ้าฟ้าและสามัญชน | สองนักเรียนไทยเริ่มหวั่นไหวกับสาวรัสเซีย
ปิดฉากคดี 7 ตำรวจจราจร ตื้บมาสด้าแดงแหกด่านผิดคน ‘พ.ร.บ.อุ้มหาย’ บทเรียน จนท.รัฐ
ธงทอง จันทรางศุ | เมื่อต้องเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ในวัย 71 ปี
ไชโย … ฮอร์มุซเปิดแล้ว ! | สุรชาติ บำรุงสุข
หลายภาคส่วนระดมกำลัง ร่วมสำรวจฐานการเรียนรู้บูณาการการสร้างและส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาท – บำรุงรักษ์ป่าเขาขยาย ชัยนาท
เสียง
บางสิ่งเข้ามา | เรื่องสั้น : นรเศรษฐ์ ทับทิมทอง
เวลา | กวีกระวาด : ธาร ธรรมโฆษณ์
ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา : ยั่วยุและเพิ่มกำลังรบ
เมื่อหนุ่มสาวลุกฮือ : จาก ‘แมลงสาบ’ อินเดีย ถึง ‘ล้มละลาย’ ที่อินโดฯ
ดีลสหรัฐ-อิหร่าน หน้าสุดท้ายของสงคราม กับรอยยับที่ไม่คลาย