bg-single

ดาว J1407b กับวงแหวนที่สร้างพระจันทร์ | เรื่องสั้น : ลัดดา สงกระสินธ์

22.05.2026

1.

ดาว J1407b (ซูเปอร์แซทเทิร์น)

ดาว J1407b มีวงแหวนขนาดมหึมาโคจรอยู่โดยรอบ ลอยผ่านพร้อมจานฝุ่น แปลกประหลาดแต่ดึงดูด ห่างไกลจากโลก 420 ปีแสง หากแต่ใกล้ชิดทางความหมายต่อฉันมาก ราวกับว่ามันโคจรอยู่รอบฉันและในตัวฉันด้วย

น้ำแข็ง เศษหิน อนุภาคขนาดเล็กและใหญ่ สถานะไม่เสถียร มีการแตก ชนและรวมตัวกันตลอดเวลา

และในช่องว่างของวงแหวนเหล่านั้น มีพระจันทร์กำลังก่อตัว

2.

ฉันสร้างพระจันทร์

ฉันหวีผม

มันยาวลงมาถึงกลางหลัง

การไว้ผมยาวอีกครั้ง นี่เอง

เปรียบเสมือนการสร้างพระจันทร์ของฉัน

ยาวนานหลายร้อยปีแสง

ที่ฉันตัดผมสั้น รองทรง

ห่างไกลจากตัวเอง

เอาเวลาไปทุ่มเทให้อะไรอื่น

ที่ไกลตัวเองออกไป

และมันไม่เกิดอะไรที่ดีขึ้นมาเลย

ลดทอน เล็กลง

ขาดห้วงเหมือนช่องว่างวงแหวน

ในที่สุดเรื่องราวส่วนมากหายไป

แต่อย่างน้อยบางส่วนของฉัน ก็ได้สร้างพระจันทร์

3.

จเรและซอมพอ

มีสองคนที่เข้ามาในความมากล้นของวงแหวนรอบตัวฉัน และมีอิทธิพลกับวงโคจรอยู่ระยะเวลาหนึ่ง แต่ก็มีแรงกระทำมากพอให้ฉันหนาว

วงแหวนรอบดาว J1407b ไม่ได้ต่อเนื่อง มันขาดเป็นช่วงเหมือนความทรงจำ

นักดาราศาสตร์ไม่ได้เห็นมันตรงๆ พวกเขาค้นพบว่าดาวแม่ชื่อ V1400 Centauri มีแสงติดๆ ดับๆ แปลกมาก จึงทำการวัดแสงและพบการถูกบดบังเป็นลวดลายซับซ้อน จึงสันนิษฐานว่ามีบางอย่างจำนวนมากกำลังโคจรอยู่

ความคลุมเครือมีอิทธิพลกับเราอย่างยิ่ง การมองไม่เห็นความจริง ได้แต่คาดเดาและวิเคราะห์ ทำให้ฉันรู้สึกเหน็ดเหนื่อยในจินตนาการ จิตวิญญาณสั่นเครือ

ช่วงหนึ่ง ฉันพยายามชวนให้ไนท์ออกจากบ้าน ชวนไปนั่งที่สวน ไปวิ่ง ไปเดินเล่น

ให้เขาไปมองน้ำที่สวนสาธารณะริมน้ำน่าน เขามักโอ้เอ้ อิดเอื้อน ผัดผ่อน

ฉันใช้เรี่ยวแรงทั้งหมด ทั้งอ้อนวอน ฉุดกระชาก จนในที่สุดเขาก็ยอมออกจากบ้าน

ออกมาแล้วเขาก็ยังไม่ยอมไปไหนไกล แวะร้านชำก่อนเสมอ ซื้อเครื่องดื่มชูกำลัง สูบบุหรี่

ฉันรอ เฝ้ามองบุหรี่ค่อยๆ หดสั้นลง คิดถึงตอนที่ครอบครัวใหญ่ของเราทำขนมในวันตรุษจีน

เราจะจุดธูปทีละดอกเมื่อนึ่งขนม จับเวลาการเผาไหม้ของธูปนั้น

ฉันย่ำเท้าไปมา เดินมองดอกบานไม่รู้โรย บางครั้งก็นั่งบนเบาะรถมอเตอร์ไซค์

มองแสงที่จับอยู่ตามขอบใบต้นสักริมถนน เส้นที่วิ่งขึ้นไปวังกระพี้

แล้วฉันก็ได้ยินชายสองคนเดินออกมา ไนท์กับชายร่างใหญ่

ไนท์อัดบุหรี่เข้าปอดแล้วพ่นควัน ใบหน้ายิ้มละไมขณะตอบว่า

“ผมก็ไม่รู้ว่าผมรู้ได้ยังไง แต่ผมรู้” ท่าทางไนท์ภูมิอกภูมิใจกับคำพูดนั้น เหมือนเช่นทุกครั้งที่เขาได้พูดออกมาและมีคนรับฟัง และขณะนี้ คนฟังตาโตตื่นเต้น

ฉันเริ่มคิดถึงคำว่า ผู้ล่าและเหยื่อ รู้สึกตะขิดตะขวงใจว่าจะมีอะไรพิลึกพิลั่นเริ่มต้นอีกแล้ว แต่ไม่รู้ว่าใครยืนอยู่ฝ่ายไหน แม้แต่ตัวฉันเอง

ชายร่างยักษ์ยังคงทำหน้าประหลาดใจ แล้วในที่สุดเขาตบไหล่ไนท์เบาๆ อย่างชื่นชม

“ผมประทับใจจริงๆ เดี๋ยวผมไปรับแฟนมาก่อน เจอกันที่บ้านคุณนะ” ชายร่างยักษ์ชี้ไปทางบ้านของเรา ฉันรู้สึกสับสนงุนงง แต่ก็ค่อยๆ เข้าใจ

ฉันซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ไนท์ขับกลับบ้าน วันนี้งดไปเที่ยวเล่น เพราะเราต้องต้อนรับเพื่อนใหม่

ผู้ชายร่างยักษ์นั้นชื่อจเร รับแฟนสาวมา เธอชื่อซอมพอ ผิวขาว พูดเก่งมาก

จเรเป็นคนระบุว่าเย็นวันนั้นเราจะกินอะไร แล้วเขาสั่งให้ไนท์เป็นคนออกไปซื้อ

เขาสั่งอย่างเป็นธรรมชาติ เหมือนกดปุ่มอัตโนมัติ และไนท์ก็พร้อมทำตามทันที

เมื่อมองย้อนกลับไป ฉันสงสัยว่า จันทร์ดวงปัจจุบันที่ก่อกำเนิดขึ้นจากเศษซากของหินและฝุ่น ของเรื่องราวที่แตกร้าวเหล่านี้ มันเข้มแข็งจนกลายเป็นพระจันทร์ได้อย่างไรกันหนอ

ถัดจากวันแรก ก็มีวันต่อมา

จเรเดินขึ้นบนชั้นลอยบ้านของเรา เขามองตำแหน่งตู้หนังสือกับโต๊ะ มองคอมพิวเตอร์ แล้วก็ชี้ว่าเราต้องย้ายข้าวของอย่างไรให้ดีกว่าเดิม

ไนท์ยอมตาม ตอนเย็นเราจะกินอาหารด้วยกันที่นี่เกือบทุกวัน

หลังจากกินอาหารเสร็จ จเรเคยพาเราไปนั่งส่องพระที่บ้านของเขา สาธยายเนื้อพระและความขลัง เขาเล่าว่าเขาแขวนพระตอนที่โดนยิง

วันที่ไนท์ทักจเรโดยชี้ไปที่แผ่นหลัง จุดที่เคยมีรอยลูกปืนปะทะ และมันถูกปกปิดอยู่ใต้เสื้อ

ไนท์ถามจเรว่า “คุณยังเจ็บตรงนี้ใช่ไหม” ซึ่งทำให้จเรสะดุ้ง

แล้วสองหนุ่มก็กลายเป็นเพื่อนกัน

บางครั้งจเรกับซอมพอจะพาเราไปตีลูกแบดมินตันที่สนามโรงเรียนประถมใกล้บ้าน

ฉันไม่ได้มีความสุข

ฉันรู้สึกแปลก

แปลกกับเรื่องราวทุกเรื่องในตอนนั้น

และแปลกใจตัวเอง

ฉันเหมือนด้านล่างของแม่น้ำ

ไหลวนแต่ไม่ไหลทวน

แล้วก็ไม่ไหลไปพร้อมกับมวลน้ำด้านบน มันต่อต้าน

แต่ในที่สุด ต้านอะไรไม่ไหวทั้งนั้น

ทุกวันนี้ฉันจำรายละเอียดของชายหญิงคู่นั้นไม่ได้อีกแล้ว จำได้เพียงเรื่องราวที่ถูกหั่นเป็นชิ้นเป็นช่วง เหมือนแสงที่ถูกบัง เหมือนตอนที่นักดาราศาสตร์วิเคราะห์แสงที่หายไปแล้วจึงเทียบเคียงการมีอยู่ของวงโคจรดาว

ฉันเฝ้าวิเคราะห์ช่วงชีวิตที่หายไป แล้วจึงวิเคราะห์การเหลืออยู่ของตัวเอง

4.

ห้ามเข้า หมาดุ

วันหนึ่งจเรสั่งให้ซอมพอกับฉันไปเอายาเส้น

เขาบรรยายเส้นทาง และสอนให้เราท่องจำประโยคสั้นๆ ไว้พูดตอนเจอเจ้าของบ้าน

“มาเอายาเส้น ของจเรเซียนพระ” ไหนพูดตามซิ

ฉันพูดตาม จำมันไว้ราวกับจำเส้นทางหนีไฟ

จเรสั่งให้เราเลี้ยวเข้าไปในทุ่งข้าวโพด ผ่านไร่อ้อย แล้วผ่านโค้งลงไปจนสุดทาง เมื่อเจอแนวต้นสักและรั้วลวดหนามก็ให้พ้นไปอีก จนเมื่อเจอบ้านที่เขียนว่า “หมาดุ ห้ามเข้า” ก็ให้เข้าไปได้เลย เพราะป้ายนั้นมีอยู่ก็จริง แต่บ้านนั้นไม่ได้มีหมา

“ถ้าคุณกล้าเข้าไป เขาก็รู้แหละว่าคนกันเอง” จเรบอกเราไม่ให้กลัว

แต่ยิ่งจเรพูดแบบนั้นฉันก็ยิ่งกลัวมาก ขณะที่ซอมพอดูไม่กลัวอะไรเลย ซอมพอตาวาวรับทุกคำสั่งของจเร

ซอมพอดูสดใสและกระตือรือร้น เธอพยายามให้จเรพอใจ เธอทำงานเป็นบรรณารักษ์อยู่ที่ห้องสมุดประชาชนในกรุงเทพฯ เธอกับจเรเพิ่งเจอกันได้ไม่นานและเป็นความสัมพันธ์ในลักษณะซับซ้อน เธอลางานมาที่นี่ไม่กี่วัน

5.

ยืนข้างต้นชบา

เมื่อเราผ่านรั้วเข้าไป ชายคนหนึ่งเดินออกมาทันที

ฉันจำที่จเรสั่งได้ดี “เข้าไปแล้วห้ามเดินไปไกลกว่าต้นชบา”

จเรบอกว่าข้างประตูรั้วมีต้นชบาอยู่ เขาไม่รู้ว่ามันออกดอกไหม แต่ถ้ามันออกดอกจะเป็นสีส้ม

ฉันมองหาต้นชบาก่อนอะไรอื่น ไม่เห็นดอกอะไรสีส้มเลย แต่ใบหยักสีเขียวเข้มซับซ้อนเหล่านั้นตรึงเท้าเอาไว้ไม่ให้ฉันก้าวล้ำไปอีกแม้แต่นิดเดียว

“มาหาใครน้อง” ผู้ชายคนนั้นเดินลงมา ไม่ได้สวมเสื้อ

ฉันรู้เลยว่าไหล่ของตัวเองเกร็งนิ่ง

“มาเอายาสูบให้จเร” ซอมพอรีบตอบ

“อะไรนะ” ชายคนนั้นทวน หรี่ตามองซอมพอ

ฉันเดินแซงหน้าซอมพอขึ้นไปสองก้าวแล้วพูดว่า

“มาเอายาเส้น ของจเรเซียนพระ” ฉันเสียงดังเหมือนพูดผ่านไมโครโฟน และตัดวรรค

จนประโยคธรรมดากลายเป็นรหัส

ชายคนนั้นมองหน้าฉันนิ่ง

“มาเอาอะไรให้ใครนะ อีหนู”

“มาเอายาเส้น ของจเรเซียนพระ”

เขาเดินกลับเข้าไปในบ้าน หยิบยาเส้นออกมาห่อหนึ่ง

“เอาอีหนู มาเอาไปให้จเร” เขามองหน้าฉันแล้วยื่นมือส่งแพ็กยาเส้นให้จากบนบันได

“จเรให้เราอยู่แค่ตรงนี้ ไม่ให้เข้าไปนี่” ฉันกระซิบซอมพอ

“แต่ถ้าไม่ได้ยาเส้นไป จเรอาจโกรธนะ”

เราต่างลังเล ซอมพอเริ่มกลัว แต่ก็ห่วงจเร

ฉันกลัวตั้งนานแล้ว และห่วงเราสองคน

ชายคนนั้นเรียกอีกครั้ง เสียงนุ่มลง

ฉันชี้ไปที่ป้ายด้านหลัง

“ไม่กล้าเข้าไปค่ะ หมาดุ”

ชายคนนั้นหัวเราะจนพุงกระเพื่อม ฉันก็เลยหัวเราะด้วย แล้วเขาก็เรียกซอมพอแทน

“มาอีหนู” เขามองหน้าซอมพอ “นี่คนใหม่ของไอ้จเรหรอ”

“คนใหม่ แต่ก็จะอยู่จนเป็นคนเก่าแหละ” ซอมพอต่อปากต่อคำ

ชายคนนั้นหัวเราะดังลั่นอีก

“พูดจาน่ารักดี ถึงว่าจเรชอบ มา เอาไปอีหนู”

แต่ซอมพอไม่เข้าไป

“โยนมาก็ได้ค่ะ” ฉันตะโกนบอก

ซอมพอหันไปสตาร์ตรถทันที

ผู้ชายคนนั้นโยนห่อยาเส้นมาให้ ฉันก้าวเท้าออกไปรับ แต่กะน้ำหนักของผิด มันหล่นลงที่พื้น ฉันก้มลงเก็บขึ้นมาอุ้มไว้ แล้วขึ้นซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ ซอมพอขับออกไป

ยาเส้นแพ็กนั้นมันหนัก มันแปลก

6.

การกำเนิดของพระจันทร์

ฉันเป็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้สิ่งแวดล้อมของตัวเอง อย่างไรก็ตาม ฉันยังคงอยู่เสมอมา และยังพยายามสร้างพระจันทร์ในท่ามกลางช่องว่างของวงแหวนที่โคจรอย่างทรงพลังเหล่านั้น

ดาวดวงนั้นชื่อ J1407b ยิ่งทำความรู้จัก ฉันก็ยิ่งรู้สึกใกล้ชิด

หากเอาดาวดวงนี้มาแทนที่เสาร์ วงแหวนจะกินพื้นที่เกือบถึงโลกเลยทีเดียว

ตัวของดวงดาวซ่อนอยู่ท่ามกลางวงแหวน เป็นสิ่งเล็กกว่าสิ่งแวดล้อมของตัวเอง

ฉันรู้ว่าทุกสิ่งมันไม่ถาวร ทั้งตัวฉันรวมทั้งวงแหวนภายนอกนั้นด้วย

วันหนึ่งวงแหวนจะหายไป ทิ้งไว้เพียงสิ่งที่ก่อตัวขึ้นจากมัน

นั่นคือสิ่งที่ฉันรู้ และเป็นประเด็นที่ทำให้ฉันยังไม่ยอมหมดกำลังใจ

ฉันนิ่งอยู่ในความสับสนอลหม่าน และรู้ว่าความเจ็บปวดไม่ใช่สิ่งสุดท้าย มันจะจบสิ้นลงอย่างแน่นอน เพียงแต่ไม่ใช่ตอนนี้ วงโคจรของดาวเป็นเพียงช่วงวัยหนึ่ง ไม่ใช่ตลอดชีวิตของมัน

หลังจากนั้นไม่นานเราก็ต้องย้ายออกจากจังหวัดนั้น

ก่อนจากกัน จเรชวนให้เราไปแทงสนุ้ก เขากับไนท์พนันชิงดำกันทุกเกม

ไนท์เสียแล้วเสียอีก แต่ความบ้าบิ่นทำให้เขาไม่ยอมแพ้ ซึ่งจเรชื่นชมมาก

หลังจากย้ายออกมา เราก็ขาดการติดต่อจากคนทั้งคู่ไป

ไนท์เสียดาย ส่วนฉันสบายใจมาก แต่ไม่ได้พูดออกมา

7.

ลิปสติกสี SAKURA PINK

ฉันหวีผม

เงาในกระจกสะท้อนเพียงฉัน

ไม่มีเพื่อนที่ชื่อจเรกับซอมพอ

และไม่มีจเรอีกแล้ว

วงแหวนบางวงหายไป เหลือเพียงพระจันทร์

ฉันทาลิปสติกสี SAKURA PINK

ทุกอย่างที่เป็นตัวของตัวเอง ทุกอย่างที่เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง

ทุกอย่างที่ผู้หญิงคนนี้อยากทำ นี่คือพระจันทร์ที่ฉันสร้าง

พระจันทร์ที่ฉันเป็นได้ สิ่งแสดงรอบแกนตัวตน

มันควรจะเป็นแบบนี้ได้ตั้งนานแล้ว

ฉันควรได้ไว้ผมยาวและทาลิปสติกอย่างที่อยากทำ

ฉันเปิดประตูบ้าน เลือกรองเท้าให้เหมาะกับชุดที่สวม

รองเท้าส้นสูง แตะหูคีบ รองเท้าผ้าใบ รองเท้าโฟม

ฉันเลือกรองเท้าช้า ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ต้องรอใคร ไม่ต้องชวนใคร

ฉันคิดถึงวันหนึ่ง ตอนที่ซ้อนท้ายรถที่ไนท์ขับผ่านร้านรองเท้า แล้วฉันก็ร้องไห้

แค่อยากอยู่ในร้าน เลือกสักคู่ที่มีกากเพชรระยิบระยับมาลองสวม ถ้าพอดีและสวยฉันจะซื้อ เพื่อนผู้หญิงสักคนจะช่วยให้ความเห็น แต่ตอนนั้นฉันไม่มีใคร

ฉันถือกุญแจรถไว้ในมือ วันนี้ไม่มีใครสั่งให้ฉันออกไปทำเรื่องน่ากลัวและอันตราย

ไม่มีใครบงการในเรื่องเหนือการควบคุมและเป็นสีเทา

สิ่งที่โคจรรอบฉันในตอนนี้ เป็นส่วนหนึ่งของฉัน

ไม่มีใครมีอิทธิพลเหนือ ไม่มีการครอบงำ

8.

การวินิจฉัยโรคครั้งสุดท้าย F31.2

มีรหัสอีกชิ้นหนึ่งที่มองผิวเผินใกล้เคียงกับชื่อดาว J1407b

คือคำว่า F31.2

สมุดเล่มหนึ่งที่ฉันยังเก็บไว้ในกล่อง ไม่ได้ทิ้งไป หลังผ่านเวลามาตั้งหลายปีแล้ว

ไม่ใช่รหัสของดวงดาว แต่เป็นรหัสทางการแพทย์

เป็นวงหนึ่งของวงแหวนที่หลอกหลอนฉัน และทำลายคนสองคนลงพร้อมกัน

เพราะเราควบคุมการโคจรของโรคนั้นและการโคจรของตัวเราเองไม่ได้

ปกสมุดเล่มนั้นไม่ได้ระบุชื่อของไนท์ แต่ระบุตัวตนเป็นรหัส

ตัวเลข พ.ศ. ขีดกลาง แล้วก็เลขหลักพันตามหลัง

ไนท์กลายเป็นรหัสจำนวน

ในหน้าข้อมูลส่วนตัว หัวข้อดูแลผู้ป่วย

ลำดับที่ 1 ชื่อของฉันเอง

ผู้ดูแลผู้ป่วย

ลำดับที่ 1 ฉัน

ลำดับที่ 2 ……………………………..

ลำดับที่ 3 ……………………………..

หัวข้อการวินิจฉัยโรคครั้งสุดท้าย เขียนว่า F31.2

ระบุด้วยลายมือตัวเล็กเรียว ปากกาลูกลื่นสีน้ำเงิน

F31.2 โคจรรอบไนท์ตลอดชีวิต และยังคงมีอิทธิพลต่อฉันอยู่

ฉันเคยพยายามต่อสู้ไม่ให้มันครอบงำ

และพยายามลืม เมื่อมันเคยครอบงำชีวิตฉันได้

และทำลายเราลง

ในภาวะที่สงบพอและเข้มแข็งพอ

ระหว่างช่องว่างของวงแหวนที่เงียบเชียบ

ฉันยังคงพยายามสร้างพระจันทร์

ท่ามกลางเศษซากฝุ่น หิน และน้ำแข็งที่เย็นชา



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

แกะรอย ‘อนุทิน’ บุกแดนมังกร จีบ 4 กลุ่มทุนจีนระดับบิ๊ก ดึงลงทุนไทย 7 หมื่นล้าน
ยืนหยัดกลางพายุ : สุนทรียศาสตร์แห่งการไม่ยอมจำนน จาก Memento ถึง The Odyssey
เกมเมียนมาที่กรุงเทพฯ อย่างไรและทำไม?
ยุทธศาสตร์ ‘เม่น’ กับ ตำราพิชัยสงคราม ‘ซุนวู’
จีนกับเกมกำหนดระเบียบโลก AI
เพลงหวานที่ปักกิ่ง ยาขมที่กรุงเทพฯ ! | สุรชาติ บำรุงสุข
ธงทอง จันทรางศุ | อัพสกิล รีสกิล
ไม่ยุติธรรมก็ไม่สงบ | เหยี่ยวถลาลม
ย้อนเส้นทางรักวันแรก ‘ณเดชน์-ญาญ่า’ สู่วันฉลองวิวาห์- โชคดีต่างเป็นคู่ชีวิตกันและกัน
เจ้าฟ้าและสามัญชน | จดหมายรัก
นอนมาตามลือ ‘สำราญ’ ผงาด ผบ.ตร.คนที่ 16 ฝ่าด่านอาวุโส ยุทธศาสตร์ 7 ปี สัญญาณแรงจาก ‘บ้านใหญ่สีน้ำเงิน’
สรุปกรณี ‘ครูทราย’ สูญเสียสามี คลิปเขย่าดุลพินิจแพทย์ หมอไม่ตรวจ-หัวใจวายดับ ผู้คนกังขาระบบคัดกรอง