คุยกับ ‘นักกฎหมายมหาชน’ 2 รุ่น ‘เรื่องไม่ง่าย’ ของการเขียน ‘รธน.ใหม่’
หมายเหตุ เนื้อหาบางส่วนจากรายการ “เอ็กซ์-อ๊อก talk ทุกเรื่อง” ที่สนทนากับ “ดร.วิษณุ วรัญญู” นักวิชาการด้านกฎหมายมหาชนอาวุโสและอดีตรองประธานศาลปกครองสูงสุด ผู้เขียนหนังสือ “หลักกฎหมายรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยรัฐและรัฐธรรมนูญ” และ “ดร.อภินพ อติพิบูลย์สิน” อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เผยแพร่เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2569

วิษณุ วรัญญู
ขณะนี้ทำไมจึงมีความรู้สึกอึดอัด เพราะมันมีประชามติมาแล้วเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่อยากให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่จริงก่อนหน้านั้น มันก็มีความต้องการอยากให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มานานแล้ว แต่มันมาชัดเจนด้วยประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แล้วมันเกิดความรู้สึกว่ามันช่างยากเย็นเหลือเกิน (ในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่)
แน่นอน เบื้องต้นเราก็ต้องยอมรับธรรมชาติของคนร่างรัฐธรรมนูญ เขาย่อมไม่อยากให้ใครมาแก้งานของเขา ถูกไหมครับ อันนี้เป็นทุกที่ คนร่างรัฐธรรมนูญก็ต้องอยากให้รัฐธรรมนูญของตัวเองยั่งยืนอยู่ตลอดไป ชั่วฟ้าดินสลายได้ยิ่งดี
แต่มันมีคำพูดอันหนึ่งของ “(อเล็กซานเดอร์) แฮมิลตัน” ที่ร่างรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา เขาบอกว่าอนาคตของประเทศใดประเทศหนึ่ง มันไม่ใช่ของคนปัจจุบัน มันเป็นของคนข้างหน้า มันอยู่ในมือของคนข้างหน้า เราจะเอาสิ่งที่เราทำในปัจจุบันไปผูกพันคนข้างหน้าเขาไม่ได้ มันไม่เป็นธรรม
ในภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า มันเป็น “usufruct” (สิทธิเก็บกิน) ของคนปัจจุบันเท่านั้นเอง เราเกิดมาในโลกนี้ อยู่ในยุคนี้ เราได้ประโยชน์จากโลกในตอนนี้ (แต่) เราอยากกินไปถึงข้างหน้า
ข้างหน้า (ควร) ให้เป็นสิ่งที่คนในอนาคต ได้วางสิ่งที่เขาอยากจะเห็น อยากจะเป็น ด้วยตัวของเขาเอง
อันนี้เป็นธรรมชาติที่ว่าคนส่วนมากก็จะหวงผลงานของตัวเอง ไม่อยากให้แก้ไข แต่ถ้าคนที่ร่างรัฐธรรมนูญหรือร่างกฎหมายใดๆ ไว้ มองในลักษณะที่หวงแหนผลงานของตัวเองมากขนาดนี้ ในที่สุด มันจะปะทะกับความคิดของคนรุ่นใหม่ เพราะเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในข้างหน้า คนร่างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันคาดการณ์ไม่ได้หรอก ว่าข้างหน้ามันจะเป็นอย่างไร
เพราะฉะนั้น ถ้ามันแก้ (รัฐธรรมนูญ) ไม่ได้จริงๆ ถึงที่สุดมันจะเกิดวิกฤต มันต้องเปิดช่องทางให้มีการแก้ แล้วสังคมไทยปัจจุบันก็เดินมาถึงจุดที่ประชามติเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ก็ได้ (คะแนนเสียงที่สนับสนุนให้จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่) สูงพอสมควร ได้ 60 กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็ต้องถือว่าเป็นเสียงข้างมากที่อยากให้มีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
แต่การมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาแทนฉบับเก่า มันไม่ใช่ง่ายๆ มันมีประเด็นในทางกฎหมายที่ต้องพิจารณาเยอะแยะ
หนึ่ง จะเลิกฉบับเดิมอย่างไร? ไม่มีใครพูดถึง
สอง ฉบับใหม่จะทำด้วยวิธีการไหน? ด้วยกระบวนการใด? ด้วยองค์กรใด? มันยังไม่มีฉันทมติของสังคมไทยตอนนี้ ว่าการทำรัฐธรรมนูญข้างหน้าจะไปอย่างไร?
ฉะนั้น ก็เป็นเรื่องที่ผมไม่ค่อยแปลกใจหรอก ว่าตอนนี้มันเหมือนกับ “ล่องลอย” อยู่ว่าจะไปทางไหนกัน จะทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างไร? เพราะถามแต่ละคน ทุกคนก็จะบอกวิธีการที่ต่างกัน แล้วมันจะลงมานั่งคุยกันอย่างไร?
เนื้อหา (รัฐธรรมนูญ) ยังไม่มีใครพูดถึงเลย ว่าต้องการอนาคตของประเทศเป็นอย่างไร? ต้องการ (ให้) การเมืองของไทยเป็นอย่างไร? ต้องการการเมืองที่มีรัฐบาลเข้มแข็ง หรือต้องการการเมืองที่มีการถ่วงดุลกันไปมาแบบนี้ ไม่มีเสียงข้างมาก มีลักษณะที่จะต้องเจรจาต่อรองกัน ยังไม่มีใครพูดถึงเป้าหมายนี้เลย
เพราะพวก (เนื้อหา) เหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดโครงสร้างสถาบันการเมืองที่จะมีในรัฐธรรมนูญ ว่าควรจะกำหนดอย่างไร ทีนี้ ในเมื่อยังไม่มีการคุยกันในเรื่องเป้าหมายทิศทางที่จะไป บางคนยังจะไปเชียงใหม่ บางคนจะไปภูเก็ต บางคนยังจะไปสิงคโปร์ แล้วมันจะมาเจอกันตรงไหน?

อภินพ อติพิบูลย์สิน
รัฐธรรมนูญโดยธรรมชาติมันทำให้คนอึดอัด มันเป็น “ห่วงโซ่พันธนาการ” แต่จริงๆ เขาเอาไว้ “พันธนาการผู้มีอำนาจ” ไม่ให้ทำอะไรตามอำเภอใจ มันก็มีหน้าที่ของมัน
ทีนี้ พอเรารู้สึกว่า (รัฐธรรมนูญ) มันแก้ไขไม่ได้ มันก็กลายเป็นสิ่งที่ทางวิชาการจะเรียกว่า “มือของคนตาย” ที่ยื่นมาจากอดีต เข้ามาคว้าจับตัวเราว่า อย่าไปไหน อย่าไปไหน
อันนี้คือข้อถกเถียงสมัยที่ “ทอมัส เจฟเฟอร์สัน” ย้อนกลับไปฝั่ง (ที่จัดทำรัฐธรรมนูญ) อเมริกาเหมือนกัน ก็จะบอกว่า จริงๆ รัฐธรรมนูญควรจะเปลี่ยนแปลงหรือจัดทำใหม่ทุกๆ 19 ปีแล้วกัน คือคนหนึ่งรุ่นควรจะมีรัฐธรรมนูญของเขา เพื่อจะได้กำหนดชะตาชีวิตของเขาเองว่าควรจะเป็นอย่างไร
แรกเริ่มเดิมทีสมัย “ปฐมรัฐธรรมนูญ” ของสหรัฐ เขาก็คิดแบบนั้นว่านี่จะเป็นการทดลองครั้งแรก ดูซิว่า มนุษย์จะสามารถใช้สติปัญญาของตนเองออกแบบวิธีที่เขาจะอยู่ (ด้วย) กัน หรือชะตากรรมของตัวเองได้หรือไม่
พอเรารู้สึกว่า (รัฐธรรมนูญ) มันแก้ยากเสียเหลือเกิน ปัญหาก็เลยเกิดขึ้นว่า เขาเอา (รัฐธรรมนูญ) ไว้ล็อกผู้มีอำนาจ แต่ในขณะเดียวกัน พอมันไปล็อกทั้งหมด ถ้าดูมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน (การแก้ไข) มันดูขั้นตอนยากเย็นเสียเหลือเกิน เราก็จะเกิดความรู้สึกว่า เราอยากมีชีวิตเป็นของเราเอง แต่มันติดอยู่กับเอกสารที่ตอนนี้ก็จะ (มีอายุ) 10 ปีแล้ว แทบจะแก้อะไรไม่ได้
ตอนผมบรรยายตั้งแต่เมื่อ 2 ปีก่อน ผมบอกนักศึกษาว่า จริงๆ เราอาจจะยังไม่ถึงเวลาทำรัฐธรรมนูญใหม่ เพราะเราขาดฉันทมติ แล้วพอมันไม่มีเป้าหมายชัดก็อาจจะมี “อุบัติเหตุ” เกิดขึ้นได้เสมอระหว่างทำรัฐธรรมนูญ เพราะอาจจะมีคนที่ใช้อารมณ์ของมวลชนในเวลานั้น หรือใช้วิธีการสื่อสารต่างๆ ทำให้เกิดแนวทางที่มันอาจจะไม่ใช่ฉันทมติที่แท้จริงได้
ผมเลยเสนอมาตั้งแต่ต้นว่า เราควรจะแก้ (รัฐธรรมนูญ) เป็นรายเรื่อง ในเรื่องที่เกิดฉันทมติไปก่อน อันนี้คือเบื้องต้น
ผมยังเสนอว่า (ต้อง) แก้ (รัฐธรรมนูญ) แต่เป็น “แก้ใหญ่” ในเรื่องที่สำคัญก่อน ในเรื่องที่ทุกคนเห็นว่าเป็นปัญหา เช่น เรื่ององค์กรอิสระ หรือเรื่อง ส.ว.
