คอลัมน์ การเมืองวัฒนธรรม
โดย เกษียร เตชะพีระ
- ส่องลึกอิหร่าน 1) สหรัฐเซ้งนโยบายต่ออิหร่านให้อิสราเอล
- ส่องลึกอิหร่าน: 2) เปรียบเทียบระบอบปฏิวัติรัสเซีย-จีน-อิหร่าน
- ส่องลึกอิหร่าน : 3) กองทัพประจำการอิหร่าน & กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม
- ส่องลึกอิหร่าน : 4) สถาบันการเมืองพหุนิยมและผู้นำสูงสุดของอิหร่าน
- ส่องลึกอิหร่าน: 5) ระบอบเทววิทยาอิสลามกับฝ่ายค้าน
- ส่องลึกอิหร่าน : 6) ภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคกับสวัสดิการประชานิยมในประเทศ
- ส่องลึกอิหร่าน: 7) อเมริกากับตะวันตกแซงก์ชั่นอิหร่าน
- อ่านบทความทั้งหมดของเกษียร เตชะพีระ คลิกที่นี่
บทสัมภาษณ์เออวานด์ อับราฮาเมียน (1940-ปัจจุบัน) ศาสตราจารย์กิตติคุณด้านประวัติศาสตร์อิหร่านแห่ง City University of New York แปลเรียบเรียงจาก Ervand Abrahamian, “Iran Under Fire”, New Left Review, 157, January-February 2026, 33-54 :
กอง บก.NLR : อิหร่านจะอยู่ในสถานการณ์อันตรายน้อยกว่าอย่างที่ประสบทุกวันนี้ไหมครับ ถ้าหากบรรลุการสร้างสมรรถนะนิวเคลียร์ได้สำเร็จ? จะว่าไปแล้ว ประเด็นปัญหาแท้จริงอยู่ตรงการผูกขาดอาวุธนิวเคลียร์ในภูมิภาค โดยมหาอำนาจหนึ่งเดียวซึ่งได้พิสูจน์ตัวให้เห็นแล้วว่าก้าวร้าวรุกรานกว่าใครอื่นในตะวันออกกลาง อันได้แก่อิสราเอลไม่ใช่หรือครับ? นั่นเป็นอะไรบางอย่างที่ประธานาธิบดีโอบามาเองไม่เคยเอ่ยถึงเอาเลย เขาบอกกับ AIPAC (The American Israel Public Affairs Committee : กลุ่มล็อบบี้เสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับอิสราเอลในรัฐบาลอเมริกันกับสภาคองเกรส ก่อตั้งปี 1954) ว่าเขายึดมั่นความคิดที่จะโจมตีอิหร่าน ถ้าหากอิหร่านไม่ยอมปฏิบัติตามคำเรียกร้องของอเมริกาเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ โดยไม่เคยเอ่ยถึงต้นตอบ่อเกิดของความขัดแย้งแต่แรกเริ่มเกี่ยวกับปัญหานิวเคลียร์เลย
เออวานด์ : ในทัศนะของผม นโยบายของรัฐบาลอิหร่านเรื่องนี้สอดรับกับความเป็นจริงมากทีเดียว อิสราเอลน่ะมีระเบิดนิวเคลียร์แล้วนะครับ นั่นเป็นข้อความจริง แต่ประเด็นปัญหามันอยู่ตรงที่การพัฒนาระเบิดนิวเคลียร์ของอิหร่านกลับถูกมองในอิสราเอลว่าเป็นภัยคุกคามใหญ่ ในสภาพที่โวหารบางส่วนในอิหร่านไปไกลถึงขั้นบอกว่าอิสราเอลไม่ควรดำรงอยู่อีกแล้ว
ความจริงรัฐบาลอิหร่านประกาศแต่ต้นทีเดียวว่าพวกเขาสนใจเทคโนโลยีนิวเคลียร์ ไม่ใช่ระเบิดนิวเคลียร์ พวกเขายืนกรานเรื่องนั้นอย่างคงเส้นคงวาทีเดียว เอาเข้าจริงหนหนึ่งหนเดียวที่พวกเขาเริ่มทำการวิจัยอาวุธนิวเคลียร์ คือเมื่อผู้คนในกรุงวอชิงตันพากันป่าวร้องโพนทะนาว่าซัดดัม ฮุสเซน แห่งอิรัก อาจกำลังสร้างระเบิดนิวเคลียร์ต่างหาก อิรักน่ะเคยใช้อาวุธเคมีโจมตีอิหร่านนะครับ (https://en.wikipedia.org/wiki/Iraqi_chemical_attacks_against_Iran) แต่ทันทีที่ซัดดัมตกจากอำนาจ และเป็นที่ชัดเจนว่าไม่มีโครงการนิวเคลียร์ในอิรัก อิหร่านก็หยุดวิจัยอาวุธนิวเคลียร์เลย
กอง บก.NLR : แต่อิหร่านจะเอาโครงการวิจัยนิวเคลียร์ไปทำไมล่ะครับถ้าไม่ใช่เพื่อสร้างระเบิดนิวเคลียร์? อิหร่านไม่เห็นจะต้องมีพลังงานปรมาณูเลย ก็มีน้ำมันอยู่แล้วนี่ครับ
เออวานด์ : อิหร่านคิดเห็นมาแต่ไหนแต่ไรแล้วละครับว่าเพื่อจะเป็นประเทศมหาอำนาจกับเขาบ้าง คุณจำต้องมีเทคโนโลยีนิวเคลียร์ แน่นอนครับว่าอิหร่านมีน้ำมันเอย แก๊สเอย แสงอาทิตย์เอย และพลังลมเอยอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานที่มีประสิทธิภาพกว่านิวเคลียร์ด้วยซ้ำ ผมคิดว่าพวกเขาหลงผิดที่จะเอานิวเคลียร์ แต่จากมุมมองของพวกเขาเองนั้น ชาติที่เคารพตัวเองในโลกสมัยใหม่จำต้องมีความรู้เรื่องนิวเคลียร์ พระเจ้าชาห์ที่เป็นผู้เริ่มโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านก็เคยคิดแบบนั้นเหมือนกัน มันเป็นเรื่องของเกียรติภูมิแห่งชาติครับ และแน่นอนว่าสิทธิในการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมนั้นก็ถูกระบุไว้ในสนธิสัญญาห้ามแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ด้วย (ดูรายละเอียดที่ จณัญญา ภิญญาวัธน์, “สนธิสัญญาห้ามแพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ค.ศ.1968 และมาตรการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง : กรณีศึกษาประเทศอิหร่าน”, 2549, https://digiverse.chula.ac.th/Info/item/dc:23061)
ยุทธศาสตร์ของอิหร่านก็คือเกลี้ยกล่อมให้ชาวอเมริกันปักใจเชื่อว่าอิหร่านไม่สนใจจะเป็นภัยคุกคามต่ออิสราเอล ด้วยการอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบของ IAEA (ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ) เข้าตรวจได้อย่างทั่วถึง นี่ละครับคือเหตุผลที่ทำไมการริเริ่มของประธานาธิบดีโอบามาถึงได้สำคัญ และก็คือสาเหตุที่เขาโดนทางการเทลอาวีฟ
วิพากษ์วิจารณ์อย่างสาดเสียเทเสียด้วย
ก่อนหน้าประธานาธิบดีโอบามานั้น นโบายของสหรัฐคือ อิหร่านไม่ควรมีโครงการนิวเคลียร์ใดๆ เลย ไม่แม้แต่เพื่อการวิจัยทางการแพทย์ด้วยซ้ำ ปรากฏว่าโอบามาเปลี่ยนจุดยืนนั้นเสียอย่างเงียบเชียบ เขาไม่ต้องการให้มันเป็นที่รับรู้ของสาธารณชน เขาบอกว่าได้ อิหร่านมีโครงการนิวเคลียร์ก็ได้ตราบที่เราสามารถพิสูจน์ทราบว่ามันไม่ได้มีไว้ผลิตอาวุธ และพวกอิหร่านก็ทำตามนั้น
ว่าไปแล้ว มันจะฉลาดกว่า ถ้าพวกอิสราเอลบอกประธานาธิบดีทรัมป์ให้รักษาข้อตกลงของประธานาธิบดีโอบามาไว้ต่อไป มาบัดนี้เรื่องเลยกลับกลายเป็นคลุมเครือกว่าเดิมโข พวกอเมริกันอ้างว่าได้พังทลายโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านวอดวายลงไปในสงครามเมื่อเดือนมิถุนายน 2025 (https://www.euronews.com/2025/06/22/tehran-says-war-has-started-after-us-strikes-nuclear-sites-follow-live) แต่จริงๆ แล้วไม่มีใครรู้หรอกครับว่ามีแร่ยูเรเนียมที่เสริมสมรรถนะแล้วอยู่มากน้อยเพียงใด หรือว่ามันหายไปไหน พวกอิหร่านอาจไม่มีระบบยิงส่งสู่เป้าหมาย แต่ระเบิดกัมมันตรังสีน่ะก็อาจส่งสู่เป้าหมายได้ด้วยวิธีอื่นๆ เหมือนกันนะครับ
กอง บก.NLR : ขอกลับไปปัญหาเรื่องแซงก์ชั่นอีกทีนะครับ คืออยากถามว่าการบีบบังคับทางเศรษฐกิจจากภายนอกนี่ ส่งผลอะไรบ้างต่อฐานมวลชนที่สนับสนุนสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน?
เออวานด์ : การแซงก์ชั่นได้พังทลายคนชั้นกลางกินเงินเดือนลงไปครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงห้าปีหลังมานี้ ผู้คนที่ทำงานในหน่วยงานบริหารภาครัฐซึ่งปกติจะสนับสนุนระบอบปกครองอย่างกว้างๆ ได้ถูกบั่นทอนลงในทางเศรษฐกิจ ส่วนชนชั้นผู้ยากไร้ทั้งหลายก็ถูกลดทอนลงจนแทบจะอดอยากปากแห้ง การแซงก์ชั่นน่าจะทำให้ผลกระทบของโควิด-19 ระบาดเลวร้ายลงไปอีก ซึ่งช่วยเผยปัญหาต่างๆ ออกมา มันหมายความว่าอิหร่านไม่อาจได้ความช่วยเหลือทางการแพทย์จากยุโรป และวัคซีนบางส่วนของอิหร่านก็ไม่น่าจะดีเท่าของตะวันตก แต่เท่าถึงทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีการนัดหยุดงานภาครัฐในหมู่ข้าราชการเพื่อประท้วงระบอบปกครองเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในการปฏิวัติอิหร่านเมื่อปี 1978-79 นะครับ มันจะเกิดขึ้นหรือไม่ ผมก็ไม่แน่ใจ แต่เชื่อว่าต้องมีความเดือดแค้นทางเศรษฐกิจมากเลยทีเดียว
ระบอบปกครองสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านยังมีฐานรากจริงในสังคมอยู่ครับ แม้ว่าตอนนี้ฐานมวลชนของมันจะหดเล็กลงแล้ว โดยแก่นแท้แล้ว นี่เป็นระบอบปกครองของชนชั้นนายทุนน้อยหรือคนชั้นกลางระดับล่างและเชื้อมูลชนชั้นที่ว่านั้นก็ยังแข็งแรงอยู่ รวมทั้งในภาคชนบทด้วย ถึงแม้ระบอบปกครองจะไม่เป็นที่นิยมของประชาชนโดยทั่วไปแค่ไหนเพียงใด แต่มันยังคงได้แรงสนับสนุนของชั้นชนที่สำคัญนั้นอยู่ซึ่งมีตัวแทนอย่างแข็งแกร่งอยู่ในกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC – Islamic Revolutionary Guard Corps) พวกนักอุดมการณ์ทางศาสนาจำนวนมากที่พร้อมจะเข่นฆ่าเพื่อปกป้องระบอบปกครองไว้ก็มาจากครอบครัวคนชั้นกลางระดับล่างนี่เอง ฉะนั้น ตราบเท่าที่ฐานทางสังคมดังกล่าวยังดำรงอยู่ ผมคิดว่าระบอบปกครองก็ค่อนข้างจะมั่นคง มันจะไม่ผงะถอยจากการนองเลือดหรอกครับ มันจะสู้ยิบตาเพื่ออยู่รอด
สภาพตอนนี้กลายเป็นว่า สถานการณ์ฉิบหายวายป่วงทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดที่ไต่ระดับสูงขึ้นทางภูมิรัฐศาสตร์ ได้สอดผสานเข้ากับทีทรรศน์ของระบอบที่แข็งกร้าวขึ้น การปัดทิ้งปิดทางเลือกของการปฏิรูปในระบอบรัฐสภาใด ๆ และทีทรรศน์แบบรัฐป้อมค่ายที่ถูกปิดล้อม ในลักษณาการอันยากยิ่งจะคลี่คลายสยายปมออกมาได้
มันมีคำพังเพยภาษาเปอร์เซียอยู่นะครับว่า “เป็นคนหนึ่งในพวกเรา หรือไม่ใช่คนหนึ่งในพวกเรา” ไอ้คำว่า “พวกเรา” นั้นนับวันแคบลงๆ ทุกที อันเป็นผลมาจากการหั่นซอยฐานผู้สนับสนุนทิ้งต่อกันสามสิบปี จนที่สุดคนที่ไว้ใจได้ก็มีแต่คนในของระบอบเองเท่านั้น มันเป็นกรณีจนตรอกแบบคลาสสิกเลยทีเดียวครับ
(อ่านต่อสัปดาห์หน้า)
