ฟ้าผ่ากลางมหาดไทย! ทลายแก๊งโกงสอบ ขรก. ซื้อขาย ‘เก้าอี้’ มโหฬาร 4 พัน ล.โยง ‘บิ๊ก’ สายแข็ง
คอลัมน์ อาชญากรรม : อาชญา ข่าวสด
‘ข้าราชการ’ นับเป็นหนึ่งอาชีพในฝันของทุกผู้คน นอกจากจะเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคมแล้ว ยังรวมถึงสวัสดิการ บำเหน็จ บำนาญต่างๆ ที่สร้างความมั่นคงให้ชีวิตของตนเองและครอบครัว
เมื่อถนนทุกสายมุ่งไปยังปลายทางเดียวกัน เปิดรับสอบบรรจุเพียงแค่หลักพันอัตรา แต่ผู้สมัครมีเป็นแสน การแข่งขันเลยยิ่งต้องสูง นอกจากต้องมีเส้นสายแล้ว ยังมีระบบใต้โต๊ะ ซึ่งเป็นที่รับรู้ของชาวบ้านร้านตลาดกันอย่างดี
จนแทบจะเรียกว่ากลายเป็นความชาชินยอมถูกกลืนเข้าไปในวังวน ด้วยไม่มีแรงมากพอจะไปงัดข้อกับระบบ
แต่การสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นเมื่อต้นปี 2568 กลับเป็นจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์หน้าใหม่
เมื่อมีผู้สมัครสอบหลายรายคาใจหลังสอบตกและหน่วยงานที่จัดสอบไม่อาจให้คำตอบที่มีเหตุมีผลให้กระจ่างชัด พากันร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.
จนนำไปสู่การกวาดล้าง ขบวนการซื้อขาย ‘เก้าอี้ราชการ’ ท้องถิ่นครั้งมโหฬาร
ย้อนรอยปฏิบัติการสะเทือนวงการสีกากีและข้าราชการไทย เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. นำโดย นายเนติพล ชุมยวง ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนฯ ร่วมกับตำรวจ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำโดย พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก.2 บก.ปปป.
นำหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าปิดล้อมบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 9 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังจากสืบสวนเฝ้าเวรยามดักซุ่มรอบพื้นที่นานกว่า 3 วัน จนพบความผิดปกติในตรอกซอยแคบๆ ซึ่งรถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้
แต่กลับมีกลุ่มข้าราชการและบุคคลภายนอกทยอยเดินเท้าสะพายกระเป๋าเป้และถุงลึกลับเข้าออกอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ไปจนถึงช่วงค่ำมืดเป็นประจำทุกวัน
วินาทีที่เจ้าหน้าที่ชุดจู่โจมบุกทะลวงเข้าสู่ตัวบ้าน ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือกลุ่มบุคคลนับ 10 ราย กำลังนั่งง่วนอยู่กับการปรับแต่งตัวเลขและพิมพ์เอกสารอย่างมีพิรุธ บางคนยังสวมใส่เสื้อผ้าสีกากี ชุดแต่งกายของข้าราชการ
จากการตรวจค้นห้องปฏิบัติการลับนี้อย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ถึงกับผงะเมื่อพบหลักฐานชิ้นสำคัญประกอบด้วย คอมพิวเตอร์มากถึง 18 ชุด อุปกรณ์บันทึกข้อมูลดิจิทัล (External Hard Drive) ที่อัดแน่นไปด้วยฐานข้อมูลกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบจากทั่วประเทศ
บัญชีรายชื่อผู้เข้าสอบที่ติดค้างการ ‘อัพเกรดคะแนน’
แต่ที่ช็อกที่สุดคือ สำเนากระดาษคำตอบของการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ของผู้เข้าสอบประมาณ 3,000 ราย โดยพบว่ามีรายชื่อที่ถูกดัดแปลงแก้ไขคำตอบจนเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วกว่า 2,000 ราย
พ.ต.ท.สุรเชษฐ์เปิดเผยเชิงลึกถึงกรรมวิธีแยบยลของขบวนการนี้ว่า กลุ่มคนร้ายได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทางเทคโนโลยี โดยเริ่มจากการจัดหา ‘ใบเฉลยคำตอบที่ถูกต้อง’ มาไว้ชุดหนึ่ง ควบคู่กับ ‘บัญชีรายชื่อลูกค้า’ ที่ยอมจ่ายเงินวิ่งเต้น
จากนั้นข้าราชการที่ร่วมขบวนการจะใช้รหัสผ่านพิเศษกรอกรุกคืบเข้าไปในระบบอิเล็กทรอนิกส์ หากตรวจสอบพบว่ารายชื่อลูกค้าคนใดสอบตก ขบวนการนี้จะนำรหัสข้อสอบที่ถูกต้องมาเปรียบเทียบ ทำสัญลักษณ์จัดทำกระดาษคำตอบฉบับแก้ไขขึ้นมาใหม่ แล้วสั่งพิมพ์คัดสำเนาและกรอกคะแนนปลอมส่งกลับเข้าไปยังหน่วยงานที่จัดเก็บต้นฉบับเดิม
เพื่อเตรียมประกาศผลสอบอย่างเป็นทางการ ถือเป็นขบวนการทำลายระบบคุณธรรมราชการอย่างเป็นระบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา
เมื่อขุดลึกลงไปในรายละเอียดโครงสร้างทางการเงินของขบวนการแชร์เก้าอี้ราชการครั้งนี้
นายเนติพลเผยข้อเท็จจริงชวนสะพรึงว่า โครงการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ปี 2568 ซึ่งประกาศรับสมัครไปเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 มีการเปิดรับสมัครทั้งสิ้น 87 ตำแหน่ง รวม 1,669 อัตรา
ทว่า ในจำนวนเก้าอี้เหล่านี้ กลับถูกกลุ่มนายหน้าและข้าราชการนอกแถวนำมาตีราคาเป็นสินค้าใต้โต๊ะ ตั้งราคาเริ่มต้นสำหรับตำแหน่งทั่วไปในระดับปฏิบัติการอยู่ที่หัวละ 350,000 บาท
แต่ราคานี้จะดีดตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่งถึง 700,000-800,000 บาท ในพื้นที่จังหวัดที่มีอัตราการแข่งขันสูง หรือเป็นทำเลทองในระบบโครงสร้างท้องถิ่น
จากการคำนวณฐานข้อมูลรายชื่อผู้เข้าสอบกว่า 3,000 รายที่ปรากฏในบัญชีแคตตาล็อกของบ้านพักที่นนทบุรี เมื่อนำมาเทียบเคียงกับสัดส่วนตำแหน่งงานและค่าเฉลี่ยเงินสินบนที่เรียกรับ เจ้าหน้าที่ประเมินว่าตัวเลขเม็ดเงินสกปรกที่หมุนเวียนสะพัดในขบวนการนี้มีมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 4,500 ล้านบาท
ด้าน พ.ต.อ.ทีนัฐกรณ์ วัฒนแสงประเสริฐ รอง ผบก.ปปป. กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นปัญหาเรื้อรังที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรมมานานหลายสิบปี
แต่ความเสียหายระดับสี่พันล้านบาทในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าขบวนการได้พัฒนารูปแบบจนกลายเป็น ‘อุตสาหกรรมโกงสอบ’ เต็มรูปแบบ
โดยใช้กลุ่มคนกลางทำหน้าที่คล้ายนายหน้าเดินสายหาลูกค้าที่กระหายอยากเป็นข้าราชการ แต่ไร้ความสามารถ
เบื้องหลังกลไกนี้ พฤติการณ์สงสัยมุ่งเป้าไปที่ ‘ผอ.พิชิต’ หรือนายพิชิต ทั้งพรม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งพยานหลักฐานระบุชัดว่าเป็นผู้จัดเก็บซุกซ่อนกระดาษคำตอบของกลางทั้งหมดไว้ที่บ้านพักหลังเกิดเหตุ และเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างผลคะแนนดิบและกระดาษคำตอบที่รอการชุบตัว
ข้อมูลการสอบสวนบ่งชี้ว่าเม็ดเงินมหาศาลขนาดนี้ ลำพังเพียงระดับผู้อำนวยการกองในเทศบาล ย่อมไม่สามารถกระจายหรือถือครองไว้ได้ผู้เดียว แน่นอนว่าเส้นทางการเงินสายนี้กำลังถูกแกะรอยอย่างเข้มข้น
เพื่อดูว่าเงินก้อนโตถูกโอนย้ายไปขยำอยู่ที่กระเป๋าของข้าราชการระดับ ‘บิ๊ก’ รายใดในกระทรวงมหาดไทย
ข่าวการบุกทลายห้องแล็บโกงสอบส่งแรงสั่นสะเทือนระลอกใหญ่เข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจรัฐทันที
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับทราบรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนเข้าประชุม ครม. ในวันที่ 23 มิถุนายน
ท่านนายกฯ คำรามลั่นทำเนียบรัฐบาลว่า “ฟาดเต็มที่ กระทรวงมหาดไทยโกงเรื่องพวกนี้ไม่ได้!”
ทันทีทันควันหลังคำประกาศของผู้นำรัฐบาล นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย สั่งเด้งฟ้าผ่า นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ให้พ้นจากตำแหน่งเข้ามาประจำกระทรวงมหาดไทยเป็นการชั่วคราวทันที
เพื่อเปิดทางให้เกิดการตรวจสอบอย่างโปร่งใส ไม่ให้เกิดการใช้อำนาจแทรกแซงพยานหลักฐาน
นายกฯ อนุทินยังเดินเกมรุกฆาตเรียกประชุมด่วนภาคีปราบโกง 5 หน่วยงาน ในวันที่ 24 มิถุนายน มาร่วมกำหนดทิศทาง สั่งการเฉียบขาดให้ล้มผลการสอบแข่งขันครั้งนี้ในทุกตำแหน่งที่พบพฤติกรรมทุจริตอย่างไม่ประนีประนอม
แต่ว่ารัฐบาลจะยังคงให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เข้าสอบนับแสนคนที่สอบผ่านด้วยสติปัญญาและความสุจริต โดยปลัดมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงมี นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ขีดเส้นตาย 7 วันอันตรายสรุปผลรายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรี
แรงกระแทกยังทวีความรุนแรงขึ้นในวันเดียวกัน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นร่อนหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0809.5/ว 34 ส่งตรงถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัด (ก.จ.จ., ก.ท.จ., ก.อบต. จังหวัด และประธาน ก. เมืองพัทยา)
สั่งการสายฟ้าแลบให้ทุกจังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ‘ชะลอการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้’ ที่มีกำหนดการเดิมให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ออกไปโดยไม่มีกำหนด
พร้อมทั้งให้แจ้งผู้สอบแข่งขันชะลอการเดินทางมารายงานตัวทันที ถือเป็นการเบรกระบบกลางอากาศเพื่อคัดกรองเนื้อร้าย
ท่ามกลางปฏิบัติการกวาดล้างอย่างเอาเป็นเอาตาย
คลิปเสียงลับ 6 นาทีของ ‘ส้ม’ และ ‘กิจ’ ก็หลุดรอดผ่านมาถึงมือสื่อมวลชน แฉพฤติการณ์ตัดยอดเงินหัวคิวและอ้างชื่อผู้บริหารมหาวิทยาลัย รัฐมนตรี และพรรคการเมืองหนึ่ง
สปอตไลต์ดวงใหญ่เริ่มฉายส่องไปยังหน่วยงานและสถาบันการศึกษาที่เป็นคู่สัญญาทันที หลังนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ทำสัญญาจ้าง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นผู้รับผิดชอบจัดสอบและประมวลผลคะแนน
ส่งผลให้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ต้องรีบสั่งการให้ปลัดกระทรวงเข้าจี้ผู้บริหาร มศว ออกแถลงการณ์ชี้แจง ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้ประกาศตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยาเป็นการด่วน เพื่อกู้คืนศักดิ์ศรี
รวมถึงนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีต มท.3 ช่วงคาบเกี่ยวกับเวลาในการสอบฉาวล็อกนี้ รีบออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องและชี้แจงความบริสุทธิ์อย่างพัลวัน
พร้อมชี้เป้าไปก่อนเข้ารับตำแหน่ง 4 วัน คือวันที่ 26 มิถุนายน 2568 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดี สถ. ในขณะนั้น (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง) คือผู้ประกาศให้ มศว เป็นผู้ชนะการเสนอราคาโครงการจัดสอบ
สอดคล้องกับฝ่ายค้านที่มองว่านี่เป็นเพียงละครฉากใหญ่
‘ลิซ่า’ ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาชี้ให้สังคมเห็นว่า การสั่งเด้งอธิบดี สถ. คนปัจจุบัน เป็นเพียงการตัดตอนขบวนการที่ ‘ปลายน้ำ’ หรือส่งแพะมาบูชายัญเพื่อดับกระแสสังคม
จี้รัฐบาลต้องกล้าขยับไปตรวจสอบที่ ‘ต้นน้ำ’ ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อสำคัญในขั้นตอนการลงนามจัดซื้อจัดจ้างระบบสอบ
ทั้งยังโยนระเบิดลูกใหญ่กลางสภาด้วยการเอ่ยชื่อ นายนฤชา คือผู้ลงนามหลักในเอกสารจัดการสอบครั้งนั้น
รวมถึงยังแสดงความคาใจต่อข้อเท็จจริงอันน่าเคลือบแคลงว่า นายนฤชา คือเจ้าของแชตหลุดปริศนาข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ที่เคยเป็นข่าวฉาวโฉ่
แต่ปัจจุบันกลับยังคงนั่งเก้าอี้ข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยไว้อย่างเหนียวแน่น
สังคมจึงต้องตั้งคำถามด้วยความอยากรู้อยากเข้าใจว่า เขาเป็นใครมาจากไหน และมี ‘สายแข็ง’ ระดับใดหนุนหลังอยู่ ทำไมถึงไม่กระทบเลย ไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น
มหากาพย์โกงสอบเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่นครั้งนี้ คนไทยทั้งประเทศกำลังตั้งตารอคำตอบอยู่ก็คือ มาตรฐานความยุติธรรมภายใต้รัฐบาลชุดนี้จะหยุดอยู่เพียงแค่การเชือดข้าราชการปลายน้ำ หรือจะมีความกล้าหาญทางจริยธรรมมากพอที่จะทลายตอขบวนการ กระชากหน้ากากจอมบงการในมุมมืด ออกสู่แสงสว่างมาลงทัณฑ์ตามกฎหมาย
หรือสุดท้าย…
คดีนี้ก็จะถูกเป่าให้เงียบหายไปใต้พรมแห่งอำนาจ เหมือนที่แล้วๆ มา?
