bg-single

ฟ้าผ่ากลางมหาดไทย! ทลายแก๊งโกงสอบ ขรก. ซื้อขาย ‘เก้าอี้’ มโหฬาร 4 พัน ล.โยง ‘บิ๊ก’ สายแข็ง

25.06.2026

คอลัมน์ อาชญากรรม : อาชญา ข่าวสด

‘ข้าราชการ’ นับเป็นหนึ่งอาชีพในฝันของทุกผู้คน นอกจากจะเป็นที่นับหน้าถือตาในสังคมแล้ว ยังรวมถึงสวัสดิการ บำเหน็จ บำนาญต่างๆ ที่สร้างความมั่นคงให้ชีวิตของตนเองและครอบครัว

เมื่อถนนทุกสายมุ่งไปยังปลายทางเดียวกัน เปิดรับสอบบรรจุเพียงแค่หลักพันอัตรา แต่ผู้สมัครมีเป็นแสน การแข่งขันเลยยิ่งต้องสูง นอกจากต้องมีเส้นสายแล้ว ยังมีระบบใต้โต๊ะ ซึ่งเป็นที่รับรู้ของชาวบ้านร้านตลาดกันอย่างดี

จนแทบจะเรียกว่ากลายเป็นความชาชินยอมถูกกลืนเข้าไปในวังวน ด้วยไม่มีแรงมากพอจะไปงัดข้อกับระบบ

แต่การสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นเมื่อต้นปี 2568 กลับเป็นจุดเริ่มต้นประวัติศาสตร์หน้าใหม่

เมื่อมีผู้สมัครสอบหลายรายคาใจหลังสอบตกและหน่วยงานที่จัดสอบไม่อาจให้คำตอบที่มีเหตุมีผลให้กระจ่างชัด พากันร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.

จนนำไปสู่การกวาดล้าง ขบวนการซื้อขาย ‘เก้าอี้ราชการ’ ท้องถิ่นครั้งมโหฬาร

ย้อนรอยปฏิบัติการสะเทือนวงการสีกากีและข้าราชการไทย เมื่อเจ้าหน้าที่สำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ สำนักงาน ป.ป.ช. นำโดย นายเนติพล ชุมยวง ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนฯ ร่วมกับตำรวจ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำโดย พ.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ รอง ผกก.2 บก.ปปป.

นำหมายค้นของศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าปิดล้อมบ้านพักหลังหนึ่งในพื้นที่หมู่ 9 ต.บางเลน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังจากสืบสวนเฝ้าเวรยามดักซุ่มรอบพื้นที่นานกว่า 3 วัน จนพบความผิดปกติในตรอกซอยแคบๆ ซึ่งรถยนต์ไม่สามารถสัญจรผ่านได้

แต่กลับมีกลุ่มข้าราชการและบุคคลภายนอกทยอยเดินเท้าสะพายกระเป๋าเป้และถุงลึกลับเข้าออกอย่างมีเงื่อนงำ ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ไปจนถึงช่วงค่ำมืดเป็นประจำทุกวัน

วินาทีที่เจ้าหน้าที่ชุดจู่โจมบุกทะลวงเข้าสู่ตัวบ้าน ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือกลุ่มบุคคลนับ 10 ราย กำลังนั่งง่วนอยู่กับการปรับแต่งตัวเลขและพิมพ์เอกสารอย่างมีพิรุธ บางคนยังสวมใส่เสื้อผ้าสีกากี ชุดแต่งกายของข้าราชการ

จากการตรวจค้นห้องปฏิบัติการลับนี้อย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ถึงกับผงะเมื่อพบหลักฐานชิ้นสำคัญประกอบด้วย คอมพิวเตอร์มากถึง 18 ชุด อุปกรณ์บันทึกข้อมูลดิจิทัล (External Hard Drive) ที่อัดแน่นไปด้วยฐานข้อมูลกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบจากทั่วประเทศ

บัญชีรายชื่อผู้เข้าสอบที่ติดค้างการ ‘อัพเกรดคะแนน’

แต่ที่ช็อกที่สุดคือ สำเนากระดาษคำตอบของการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 ของผู้เข้าสอบประมาณ 3,000 ราย โดยพบว่ามีรายชื่อที่ถูกดัดแปลงแก้ไขคำตอบจนเสร็จสมบูรณ์ไปแล้วกว่า 2,000 ราย

พ.ต.ท.สุรเชษฐ์เปิดเผยเชิงลึกถึงกรรมวิธีแยบยลของขบวนการนี้ว่า กลุ่มคนร้ายได้ใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ทางเทคโนโลยี โดยเริ่มจากการจัดหา ‘ใบเฉลยคำตอบที่ถูกต้อง’ มาไว้ชุดหนึ่ง ควบคู่กับ ‘บัญชีรายชื่อลูกค้า’ ที่ยอมจ่ายเงินวิ่งเต้น

จากนั้นข้าราชการที่ร่วมขบวนการจะใช้รหัสผ่านพิเศษกรอกรุกคืบเข้าไปในระบบอิเล็กทรอนิกส์ หากตรวจสอบพบว่ารายชื่อลูกค้าคนใดสอบตก ขบวนการนี้จะนำรหัสข้อสอบที่ถูกต้องมาเปรียบเทียบ ทำสัญลักษณ์จัดทำกระดาษคำตอบฉบับแก้ไขขึ้นมาใหม่ แล้วสั่งพิมพ์คัดสำเนาและกรอกคะแนนปลอมส่งกลับเข้าไปยังหน่วยงานที่จัดเก็บต้นฉบับเดิม

เพื่อเตรียมประกาศผลสอบอย่างเป็นทางการ ถือเป็นขบวนการทำลายระบบคุณธรรมราชการอย่างเป็นระบบที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เมื่อขุดลึกลงไปในรายละเอียดโครงสร้างทางการเงินของขบวนการแชร์เก้าอี้ราชการครั้งนี้

นายเนติพลเผยข้อเท็จจริงชวนสะพรึงว่า โครงการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) และกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ปี 2568 ซึ่งประกาศรับสมัครไปเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 มีการเปิดรับสมัครทั้งสิ้น 87 ตำแหน่ง รวม 1,669 อัตรา

ทว่า ในจำนวนเก้าอี้เหล่านี้ กลับถูกกลุ่มนายหน้าและข้าราชการนอกแถวนำมาตีราคาเป็นสินค้าใต้โต๊ะ ตั้งราคาเริ่มต้นสำหรับตำแหน่งทั่วไปในระดับปฏิบัติการอยู่ที่หัวละ 350,000 บาท

แต่ราคานี้จะดีดตัวพุ่งสูงขึ้นอย่างบ้าคลั่งถึง 700,000-800,000 บาท ในพื้นที่จังหวัดที่มีอัตราการแข่งขันสูง หรือเป็นทำเลทองในระบบโครงสร้างท้องถิ่น

จากการคำนวณฐานข้อมูลรายชื่อผู้เข้าสอบกว่า 3,000 รายที่ปรากฏในบัญชีแคตตาล็อกของบ้านพักที่นนทบุรี เมื่อนำมาเทียบเคียงกับสัดส่วนตำแหน่งงานและค่าเฉลี่ยเงินสินบนที่เรียกรับ เจ้าหน้าที่ประเมินว่าตัวเลขเม็ดเงินสกปรกที่หมุนเวียนสะพัดในขบวนการนี้มีมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 4,500 ล้านบาท

ด้าน พ.ต.อ.ทีนัฐกรณ์ วัฒนแสงประเสริฐ รอง ผบก.ปปป. กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นปัญหาเรื้อรังที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรมมานานหลายสิบปี

แต่ความเสียหายระดับสี่พันล้านบาทในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าขบวนการได้พัฒนารูปแบบจนกลายเป็น ‘อุตสาหกรรมโกงสอบ’ เต็มรูปแบบ

โดยใช้กลุ่มคนกลางทำหน้าที่คล้ายนายหน้าเดินสายหาลูกค้าที่กระหายอยากเป็นข้าราชการ แต่ไร้ความสามารถ

เบื้องหลังกลไกนี้ พฤติการณ์สงสัยมุ่งเป้าไปที่ ‘ผอ.พิชิต’ หรือนายพิชิต ทั้งพรม ผู้อำนวยการกองยุทธศาสตร์และงบประมาณ เทศบาลเมืองวิเชียรบุรี จังหวัดเพชรบูรณ์ ซึ่งพยานหลักฐานระบุชัดว่าเป็นผู้จัดเก็บซุกซ่อนกระดาษคำตอบของกลางทั้งหมดไว้ที่บ้านพักหลังเกิดเหตุ และเป็นตัวกลางเชื่อมโยงระหว่างผลคะแนนดิบและกระดาษคำตอบที่รอการชุบตัว

ข้อมูลการสอบสวนบ่งชี้ว่าเม็ดเงินมหาศาลขนาดนี้ ลำพังเพียงระดับผู้อำนวยการกองในเทศบาล ย่อมไม่สามารถกระจายหรือถือครองไว้ได้ผู้เดียว แน่นอนว่าเส้นทางการเงินสายนี้กำลังถูกแกะรอยอย่างเข้มข้น

เพื่อดูว่าเงินก้อนโตถูกโอนย้ายไปขยำอยู่ที่กระเป๋าของข้าราชการระดับ ‘บิ๊ก’ รายใดในกระทรวงมหาดไทย

ข่าวการบุกทลายห้องแล็บโกงสอบส่งแรงสั่นสะเทือนระลอกใหญ่เข้าสู่ศูนย์กลางอำนาจรัฐทันที

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับทราบรายงานด้วยสีหน้าเคร่งเครียดก่อนเข้าประชุม ครม. ในวันที่ 23 มิถุนายน

ท่านนายกฯ คำรามลั่นทำเนียบรัฐบาลว่า “ฟาดเต็มที่ กระทรวงมหาดไทยโกงเรื่องพวกนี้ไม่ได้!”

ทันทีทันควันหลังคำประกาศของผู้นำรัฐบาล นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงนามในคำสั่งกระทรวงมหาดไทย สั่งเด้งฟ้าผ่า นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ให้พ้นจากตำแหน่งเข้ามาประจำกระทรวงมหาดไทยเป็นการชั่วคราวทันที

เพื่อเปิดทางให้เกิดการตรวจสอบอย่างโปร่งใส ไม่ให้เกิดการใช้อำนาจแทรกแซงพยานหลักฐาน

นายกฯ อนุทินยังเดินเกมรุกฆาตเรียกประชุมด่วนภาคีปราบโกง 5 หน่วยงาน ในวันที่ 24 มิถุนายน มาร่วมกำหนดทิศทาง สั่งการเฉียบขาดให้ล้มผลการสอบแข่งขันครั้งนี้ในทุกตำแหน่งที่พบพฤติกรรมทุจริตอย่างไม่ประนีประนอม

แต่ว่ารัฐบาลจะยังคงให้ความเป็นธรรมแก่ผู้เข้าสอบนับแสนคนที่สอบผ่านด้วยสติปัญญาและความสุจริต โดยปลัดมหาดไทยได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงมี นายสันติธร ยิ้มละมัย รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน ขีดเส้นตาย 7 วันอันตรายสรุปผลรายงานตรงต่อนายกรัฐมนตรี

แรงกระแทกยังทวีความรุนแรงขึ้นในวันเดียวกัน กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นร่อนหนังสือด่วนที่สุด ที่ มท 0809.5/ว 34 ส่งตรงถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่นจังหวัด (ก.จ.จ., ก.ท.จ., ก.อบต. จังหวัด และประธาน ก. เมืองพัทยา)

สั่งการสายฟ้าแลบให้ทุกจังหวัดแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ‘ชะลอการบรรจุและแต่งตั้งผู้สอบแข่งขันได้’ ที่มีกำหนดการเดิมให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ออกไปโดยไม่มีกำหนด

พร้อมทั้งให้แจ้งผู้สอบแข่งขันชะลอการเดินทางมารายงานตัวทันที ถือเป็นการเบรกระบบกลางอากาศเพื่อคัดกรองเนื้อร้าย

ท่ามกลางปฏิบัติการกวาดล้างอย่างเอาเป็นเอาตาย

คลิปเสียงลับ 6 นาทีของ ‘ส้ม’ และ ‘กิจ’ ก็หลุดรอดผ่านมาถึงมือสื่อมวลชน แฉพฤติการณ์ตัดยอดเงินหัวคิวและอ้างชื่อผู้บริหารมหาวิทยาลัย รัฐมนตรี และพรรคการเมืองหนึ่ง

สปอตไลต์ดวงใหญ่เริ่มฉายส่องไปยังหน่วยงานและสถาบันการศึกษาที่เป็นคู่สัญญาทันที หลังนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย เปิดเผยว่า กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ทำสัญญาจ้าง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เป็นผู้รับผิดชอบจัดสอบและประมวลผลคะแนน

ส่งผลให้ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกฯ และ รมว.กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ต้องรีบสั่งการให้ปลัดกระทรวงเข้าจี้ผู้บริหาร มศว ออกแถลงการณ์ชี้แจง ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้ประกาศตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงภายในสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยาเป็นการด่วน เพื่อกู้คืนศักดิ์ศรี

รวมถึงนายเดชอิศม์ ขาวทอง อดีต มท.3 ช่วงคาบเกี่ยวกับเวลาในการสอบฉาวล็อกนี้ รีบออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องและชี้แจงความบริสุทธิ์อย่างพัลวัน

พร้อมชี้เป้าไปก่อนเข้ารับตำแหน่ง 4 วัน คือวันที่ 26 มิถุนายน 2568 นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดี สถ. ในขณะนั้น (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครอง) คือผู้ประกาศให้ มศว เป็นผู้ชนะการเสนอราคาโครงการจัดสอบ

สอดคล้องกับฝ่ายค้านที่มองว่านี่เป็นเพียงละครฉากใหญ่

‘ลิซ่า’ ภคมน หนุนอนันต์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาชี้ให้สังคมเห็นว่า การสั่งเด้งอธิบดี สถ. คนปัจจุบัน เป็นเพียงการตัดตอนขบวนการที่ ‘ปลายน้ำ’ หรือส่งแพะมาบูชายัญเพื่อดับกระแสสังคม

จี้รัฐบาลต้องกล้าขยับไปตรวจสอบที่ ‘ต้นน้ำ’ ซึ่งเป็นช่วงรอยต่อสำคัญในขั้นตอนการลงนามจัดซื้อจัดจ้างระบบสอบ

ทั้งยังโยนระเบิดลูกใหญ่กลางสภาด้วยการเอ่ยชื่อ นายนฤชา คือผู้ลงนามหลักในเอกสารจัดการสอบครั้งนั้น

รวมถึงยังแสดงความคาใจต่อข้อเท็จจริงอันน่าเคลือบแคลงว่า นายนฤชา คือเจ้าของแชตหลุดปริศนาข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ที่เคยเป็นข่าวฉาวโฉ่

แต่ปัจจุบันกลับยังคงนั่งเก้าอี้ข้าราชการระดับสูงในกระทรวงมหาดไทยไว้อย่างเหนียวแน่น

สังคมจึงต้องตั้งคำถามด้วยความอยากรู้อยากเข้าใจว่า เขาเป็นใครมาจากไหน และมี ‘สายแข็ง’ ระดับใดหนุนหลังอยู่ ทำไมถึงไม่กระทบเลย ไม่ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

มหากาพย์โกงสอบเข้าเป็นข้าราชการท้องถิ่นครั้งนี้ คนไทยทั้งประเทศกำลังตั้งตารอคำตอบอยู่ก็คือ มาตรฐานความยุติธรรมภายใต้รัฐบาลชุดนี้จะหยุดอยู่เพียงแค่การเชือดข้าราชการปลายน้ำ หรือจะมีความกล้าหาญทางจริยธรรมมากพอที่จะทลายตอขบวนการ กระชากหน้ากากจอมบงการในมุมมืด ออกสู่แสงสว่างมาลงทัณฑ์ตามกฎหมาย

หรือสุดท้าย…

คดีนี้ก็จะถูกเป่าให้เงียบหายไปใต้พรมแห่งอำนาจ เหมือนที่แล้วๆ มา?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เปิดใจ ‘มัลลิกา’ จากนารีนอกสายตา ในสนามชิงผู้ว่าฯ กทม.
ฟ้าผ่ากลางมหาดไทย! ทลายแก๊งโกงสอบ ขรก. ซื้อขาย ‘เก้าอี้’ มโหฬาร 4 พัน ล.โยง ‘บิ๊ก’ สายแข็ง
เหยี่ยวถลาลม | มูลค่าของเกียรติยศ
“ศุภมาส” นำ พ.ร.บ. Lemon Law ประเดิมกฎหมายแรกยุค “อนุทิน 2” ของชำรุดต้องเปลี่ยนได้ ไม่ต้องพิสูจน์เอง
E-DUANG | ภาพสะท้อน การพลิกเปลี่ยน ของ โจ ชัยวัฒน์ “โค้งสุดท้าย”
วิชา ‘วรรณกรรมแห่งความสิ้นหวัง’ ชั้นเรียนยอดนิยมใน ‘ไอวีลีก’
100 ปีตำนานพุทธเจดีย์สยาม ถึงเวลาที่ต้องทบทวน (4)
เชลยศึกสงครามลาว (36)
‘ตู้เย็น’ ในเรื่องสั้นไทยร่วมสมัย
รากฐาน ความคิด ยุค กุหลาบ สายประดิษฐ์ รากฐาน สังคม
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (181)
พระสารสาสน์พลขันธ์ : จากนักญี่ปุ่นนิยมสู่อาชญากรสงคราม (19)