bg-single

‘บางสิ่งที่สูญหาย’ กับการกลายเป็นผีในความสัมพันธ์

13.07.2026

บทความพิเศษ | ชาคริต แก้วทันคำ

‘บางสิ่งที่สูญหาย’

กับการกลายเป็นผีในความสัมพันธ์

“…ความสัมพันธ์แบบไหนกันที่ทำให้เรารู้สึกถึงความเบาบาง รอคอย และไม่มั่นคง ใครบางคนเดินเข้ามาเพียงเพื่อเป็นเศษซากความทรงจำ ทั้งไร้รสชาติ กลิ่น เสียง สัมผัส สิ่งเดียวที่เรารับรู้ คือสิ่งที่เธออยากให้เราได้รู้ หรือเอาเข้าจริง คำว่าเราในที่นี้ยังดูเป็นความล้นเกิน ทั้งหมดอาจเป็นผมฝ่ายเดียวที่ตระหนักถึงมัน…” (น.27)

นรเศรษฐ์ ทับทิมทอง ใช้ข้อความข้างต้นเปิดเรื่องสั้น ‘บางสิ่งที่สูญหาย’ ซึ่งเป็น 1 ใน 10 เรื่องสั้นจากเล่ม ‘จนกว่าบางสิ่งจะสูญสลาย’ ได้อย่างมีนัยความหมายถึงสภาวะก้ำกึ่งในความสัมพันธ์ที่ถูกความเงียบงันหลอกหลอน นับเป็นประสบการณ์ของผู้ถูกทอดทิ้งหรือโดนเทที่อธิบายความรู้สึกนี้ออกมาได้อย่างซื่อตรง ใคร่ครวญ และตั้งคำถามได้อย่างเท่าทัน

บทความนี้จะวิเคราะห์การกลายเป็นผีในความสัมพันธ์ (Ghosting) ที่เกิดขึ้นในโลกดิจิทัลว่ามี ‘ที่มา’ และ ‘ที่ไป’ ตามเรื่องสั้นดังกล่าวได้อย่างไร

โดยผมจะศึกษาตัวบทที่กล่าวถึงสภาวะก้ำกึ่งหรือร่องรอยของ ‘ผี’ โดยจะไม่ลงลึกถึงรายละเอียดการอ้างถึง ‘สรรค์พจี’ ที่นรเศรษฐ์ได้แรงบันดาลใจ หยิบเอาชื่อตัวละครมาใช้ในเรื่องสั้นนี้

สรรค์พจีเป็นชื่อตัวละครหนึ่งในนวนิยายเรื่อง ‘นักเข้าฝัน’ ของเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ ซึ่ง ‘ผม’ หรือผู้เล่าเรื่องชื่นชอบเป็นพิเศษ และเมื่อเห็นชื่อนี้ปรากฏในโลกเสมือน จึงส่งคำขอเป็นเพื่อนทันที

ในยุคที่โลกสามารถเชื่อมต่อกันด้วยอินเตอร์เน็ต ความสัมพันธ์ที่จะ ‘รับ’ หรือ ‘ลบ’ และจะ ‘คบ’ หรือ ‘เลิกคุย’ กับใครสักคนในชีวิตจึงเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายเพียงสัมผัสแค่ปลายนิ้ว ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน คู่รัก คนในที่ทำงาน ที่บ้าน หรือญาติพี่น้องครอบครัว

หากจะกล่าวว่านรเศรษฐ์ใช้ความบังเอิญของชื่อ ‘สรรค์พจี’ จากการอ่านนวนิยาย ‘นักเข้าฝัน’ ของพี่นักเขียนมาเป็นที่มาของต้นเรื่อง เพื่อให้เกิดความเชื่อมโยงกับโลกของ ‘ผม’ ระหว่างการอ่านเขียนซึ่งเป็นสิ่งคู่กัน

ก่อนจะขยายความว่า ‘โลก’ ของการเขียนในยุคปัจจุบันนั้นเปลี่ยนแปลงไป นักเขียนหรือนักอยากเขียนต่างต้องการพื้นที่แสดงหรือเผยแพร่ผลงานสู่สาธารณะ ซึ่งก่อนหน้านี้จะปะทะสังสรรค์กันผ่านหน้ากระดาษหรือหนังสือเล่ม

แต่เมื่อสื่อสิ่งพิมพ์ นิตยสาร วารสารล้มหายตายจากและลดลง รูปแบบการนำเสนอผลงานจึงมาปรากฏบนหน้าจอหรือในโลกออนไลน์แทน และการจะรู้จัก ให้กำลังใจกันก็สามารถทำได้ด้วยการเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก เพื่อกดไลก์ กดแชร์ หรือแสดงความเห็นแลกเปลี่ยนสนทนา

เมื่อ ‘ผม’ ส่งคำขอเป็นเพื่อน ‘สรรค์พจี’ (ที่น่าจะเป็นผู้หญิง) และต้องรอคอยอย่างกระวนกระวายสองหรือสามสัปดาห์กว่าเธอจะกดรับ และพอโพสต์บทกวี ผมมักตั้งตารอติดตามยอดไลก์จากเธอ ก่อนความสัมพันธ์ที่ไม่เคย ‘เห็นหน้า’ จะพัฒนาไปเป็นการทักทายสั้นๆ หรือหยอกล้อในช่องคอมเมนต์ และเหมือนว่าช่องว่างบางชนิดนี้ที่ได้ช่วยเติมเต็มความสัมพันธ์และอาจกลายเป็นเรื่องโรแมนติกเล็กๆ ได้ในอนาคต

อย่างไรก็ตาม อาการ ‘ห่วง’ หรือต้องการยอดไลก์ของผมจากสรรค์พจี ยังสามารถตีความได้ว่าเป็นภาวะขาดความมั่นใจของ “นักเขียนโนเนมอย่างผมที่ใช้เฟซบุ๊กเป็นพื้นที่ซ้อมมืออยู่สม่ำเสมอ” (น.28) ซึ่งสาเหตุนี้ยังนำไปสู่ภาวะจิตตกหมกมุ่นด้วย เพราะผมได้สร้าง ‘ตัวตน’ นักเขียนขึ้นมาในเฟซบุ๊ก เพื่อคาดหวังการยอมรับและการตอบกลับทางสังคม

ในขณะที่ ‘ผม’ เฝ้ารอก็ยังติดตามสเตตัสของเธอและพบว่า ‘โลกของเธอเป็นโทนสีมืดดำ แม้ในบางมุมจะมีดอกไม้งอกงามออกมาก็ตาม […] นั่นยิ่งทำให้ผมเห็นเธอเป็นวิญญาณดวงหนึ่ง ล่องลอย น่าค้นหา พร้อมๆ กับน่าหวาดหวั่น…” (น.30)

ข้อความข้างต้น ผมมองว่า ‘ผม’ จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม แต่ความสัมพันธ์นี้ก็มีกลิ่นแปลกประหลาดคล้ายเบาะแสให้นักอ่านเห็นถึงความทรงจำ การตอบสนอง และการยืนยันสถานะของอีกฝ่าย ซึ่งจริงๆ ผมได้เกริ่นไว้ต้นบทความว่าจะไม่ลงลึกในรายละเอียดในนวนิยายเรื่อง ‘นักเข้าฝัน’ แต่กลายเป็นว่าความเชื่อมโยงของจิตวิญญาณกวีหนุ่มนาม ‘สรรค์พจี’ ในเรื่องดังกล่าว ถูกนำมาอธิบายถึงสรรค์พจีหรือเธอในโลกเสมือนด้วย

ดังนั้น (ผี) สรรค์พจี ทั้งจากในนวนิยายของเรวัตร์ พันธุ์พิพัฒน์ และเพื่อนสรรค์พจีในเฟซบุ๊ก ล้วนแต่ทิ้งร่องรอยความสัมพันธ์เชิงอำนาจแบบก้ำกึ่งและภาพตัวแทนของการถูกทิ้งไว้กลางทางด้วย

กล่าวคือ ในขณะที่ ‘ผม’ พยายามตีความหมายจากนัยสำคัญที่พี่นักเขียนต้องการสื่อสารหลังจากอ่านนวนิยายจบลง ได้เกิดความสงสัยว่าผีสรรค์พจีกับหนุ่มชื่อปราณนี้คือชีวิตและจิตวิญญาณเดียวกันหรือไม่ และเมื่ออ่านนวนิยายจบแล้ว “ความหวนไห้ถึงหญิงสาวชื่อสรรค์พจีมิได้ลดน้อยถอยลง กลับเพิ่มน้ำหนักความใคร่ครวญให้ทบทวียิ่งขึ้น (หรือเป็นผมที่หล่นจมลงไปในหนังสือจนยากจะแยกแยะจริงลวง)” (น.34-35) ได้อย่างสอดคล้อง เมื่อทาบทับ ‘สถานะ’ ของสองสรรค์พจีว่าเป็นเสมือนวิญญาณที่ล่องลอย น่าค้นหา

ทั้งนี้ ผมยังตีความการไม่อาจแยกแยะจริงลวงของ ‘ผม’ จากสรรค์พจี ทั้งในนวนิยายและโลกเสมือนว่าเป็นสภาวะก้ำกึ่ง เป็นตัวตนที่จับต้องไม่ได้ อีกยังเป็นความรู้สึกต่อสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า แต่ทว่าอยู่คนละโลก (ของเรื่องแต่งและโลกเสมือน) จึงเป็นความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะสั่นคลอนการดำรงอยู่อย่างคลุมเครือของ (ผี) สรรค์พจีทั้งสองว่า “เขาเป็นดวงวิญญาณ หรือเป็นมโนสำนึก” (น.34) กันแน่ และ “เดือนที่สามผ่านพ้น สรรค์พจียังหายไปจากโลกของผม ให้ถูกต้องต้องพูดว่าเธอหายไปจากโลกที่เธอต้องการให้ใครต่อใครรับรู้เช่นกัน” (น.35) นั่นเอง

Ghosting (ผีหลอกในความสัมพันธ์) หรือการเงียบหายไปของใครคนหนึ่ง โดยตัดขาดหรือปิดฉากยุติความสัมพันธ์ทุกช่องทาง ไม่ได้บอกเลิกหรืออำลา ชี้แจงแสดงเหตุผล อยู่ๆ ก็เพิกเฉย ไร้การติดต่อ ปล่อยให้อีกฝ่ายที่ถูกทอดทิ้งหรือโดนเทงุนงงสงสัยอยู่ฝ่ายเดียว จนอยากค้นหาคำตอบว่าเกิดอะไรหรือเพราะเหตุใดขึ้น เมื่อมันได้ทิ้งความสับสนเจ็บปวดหรือรอยแผลไว้ให้

กล่าวได้ว่า ‘ผม’ ถูกสรรค์พจีหลอกและกลายเป็นบุคคลที่ไร้ตัวตนในความสัมพันธ์นี้ไปแล้ว หลังจากเธอหายไปในโลกออนไลน์

อย่างไรก็ตาม แม้จะรู้ว่า ‘เธอหายไป’ แต่ความรู้สึกของ ‘ผม’ กลับไม่ได้มูฟออนหรือปล่อยวางอย่างง่ายดาย เพราะ “ทว่าจู่ๆ ความคิดถึงเธอก็ผุดขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย” (น.35-36) เท่ากับว่าการดำรงอยู่ของสรรค์พจีในพื้นที่ออนไลน์นั้นมันก้ำกึ่งระหว่างความกลัว (ที่เธอหายไปแล้ว) กับความผูกพันที่สอดคล้องของ ‘ผม’ ผ่านจินตนาการ ‘ผี’ ในความสัมพันธ์ (Ghosting)

เมื่อผมเปิดดูบทกวีสั้นๆ ที่สรรค์พจีโพสต์ครั้งสุดท้ายและต้องเอะใจกับความหมายแฝง ทำให้ “ผมตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหาย ความผูกพันกันกว่าสามปีระหว่างเราเหมือนไม่มีค่าใด” (น.36) จึงเป็นทั้งความสงสัยใคร่รู้และการตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์หลอกๆ ในโลกออนไลน์ ที่ ‘ผม’ ถูกสรรค์พจีทอดทิ้งไปโดยไร้คำอธิบาย การอ่านโพสต์สุดท้ายจากบทกวีสั้นๆ ตรงหน้าแต่ไม่อาจเข้าถึง ซึ่งสอดคล้องกับตัวบทที่ว่า “เธอต้องการสิ่งใด (แน่นอน คำถามของผมไม่เคยได้รับคำตอบ)” (น.36) จึงเท่ากับความเงียบจากสรรค์พจีได้ทิ้งประสบการณ์ความเจ็บปวดค้างคาไว้ ซึ่งต่อมาเธอได้กลายเป็นผีในความสัมพันธ์ที่ยังคงหลอกหลอนอยู่ในความทรงจำของ ‘ผม’ และทิ้งร่องรอย (บทกวี) วนเวียนเอาไว้ในโลกออนไลน์ให้ดูต่างหน้า เรียกว่าเป็นการปรากฏผ่านการไม่ปรากฏ

ดังนั้น การที่ ‘ผม’ ถูก (ผี) สรรค์พจีทิ้งไว้กลางทางให้ผจญอยู่กับความเงียบงันอันไร้คำตอบ ความเงียบนี้จึงหมายถึงพลังอำนาจของผีที่สามารถกดทับ ‘ผม’ ไว้ อีกทั้งบทกวีสั้นๆ ในโพสต์สุดท้ายยังเป็นการพูดและตัดสินใจฝ่ายเดียวของสรรค์พจีที่บังคับให้ ‘ผม’ ยอมรับความจริงโดยไม่อาจโต้แย้งใดๆ ได้อย่างเจ็บแสบ

เพราะในโลกยุคปัจจุบันนั้นสะท้อนความไร้วุฒิภาวะของมนุษย์ เมื่ออยู่ดีๆ ใครบางคนก็หาย ตัดจบเหมือนตายเป็นผี ส่งผลกระทบต่อจิตใจอีกฝ่าย ทำให้เราต้องรู้เท่าทันความรู้สึกและอย่าลดทอนคุณค่าในตัวตนของตัวเอง

“ผมคิด ความสัมพันธ์แบบไหนกันที่ทำให้เรารู้สึกถึงความเบาบาง รอคอย และไม่มั่นคง ใครบางคนเดินเข้ามาเพียงเพื่อเป็นเศษซากความทรงจำ ทั้งไร้รสชาติ กลิ่น เสียง สัมผัส สิ่งเดียวที่เรารับรู้ คือสิ่งที่เธออยากให้เราได้รู้ หรือเอาเข้าจริง คำว่าเราในที่นี้ยังดูเป็นความล้นเกิน ทั้งหมดอาจเป็นผมฝ่ายเดียวที่ตระหนักถึงมัน” (น.36-37)

เอกสารอ้างอิง

ตนุภัทร โลหะพงศธร และณัฐมน สุนทรมีเสถียร. (2564). ‘ghosting’ อยู่ดีๆ ก็หายไป เหมือนตายเป็นผี วิธีเอาตัวรอดของคนที่หลอกคุยเผื่อเลือก. เข้าถึงได้จาก https://becommon.co/life/heart-ghosting/.

นรเศรษฐ์ ทับทิมทอง. (2568). “บางสิ่งที่สูญหาย”. ใน จนกว่าบางสิ่งจะสูญสลาย. กรุงเทพฯ” กู๊ดเฮดฯ, 27-37.

วิสุทธิ์ เวชราภรณ์. (2568). กลายเป็น “ผี” ในความสัมพันธ์ [Ghosting] : “ผี” ในสภาวะก้ำกึ่ง ความเงียบงัน และการหลอกหลอนในโลกดิจิทัล. เข้าถึงได้จาก https://www.sac.or.th/portal/th/article/detail/770.



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ย้อนรอย ครูเบญ ถึง ครูนิ่ม ซ้ำซาก วิกฤตระบบสอบครู
SONG SUNG BLUE | ‘มิตรรักนักเพลง’
ซีพี กับภาระอันหนักอึ้ง
Songs in the Key of Life : ใต้เงาจันทร์
‘บางสิ่งที่สูญหาย’ กับการกลายเป็นผีในความสัมพันธ์
รู้จัก อับบาส อะรอกชี จากทหาร IRGC สู่รัฐมนตรีผู้หยุดสงคราม
อนาคตการทำงาน คือ ‘ความเป็นคน’
เปิดโผ ตท.28 ดัน ‘แม่ทัพไก่’ ขึ้น 5 เสือจ่อ ผบ.ทบ. จัดทัพ ‘ฉก.คอแดง’ -แม่ทัพ 1ใหม่ ทบ.วัดพลัง ตท.26-ตท.28 ตท.27 เข็น ‘บิ๊กใหญ่’ ชิง ทบ.1
‘สงครามยูเครน ควรยุติได้แล้ว’ นาโต้คือกับดักที่ต้องถูกทำลาย
520 วัน บันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (13)
‘พันธุ์อาจ ชัยรัตน์’ โยน ‘บิ๊กไอเดีย’ ‘ยุบ-รวม’ กระทรวง ‘อว.-ดีอี’
เจ้าของ ‘แหวนตราประทับทองคำ’ อายุ 2,100 ปี พบใหม่ที่ดอนยายทอง เพชรบุรี ควรเป็นชนชาติใด?