E-DUANG
ถนนทุกสายกำลังทอดไปยัง 5 กกต.อย่างหนักแน่น จริงจัง มากยิ่งขึ้นในสถานการณ์”โกงสว.”
เกิดการแตกแยกและแยกตัวอย่างต่อเนื่อง
รูปธรรมที่ร้อนแรงอย่างยิ่งไม่เพียงแต่การสำแดงตัวของ 2 กกต.เสียงข้างน้อย
หากที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างสูง คือ บทบาท DSI
จากกรณีของ เอกราช ช่างเหลา “กลับคำ”ให้การ ทำให้เกิดการไหวเคลื่อนจาก”ภายใน”กรมสอบสวนคดีพิเศษ(DSI)อย่างมีกัมมันตะ
โดยเฉพาะข่าวที่ว่า กกต.ปฏิเสธ”หลักฐาน”สำคัญอันส่งมาให้จาก DSI
ตีเข้าขนดหาง กกต. โดยตรง
ความละเอียดอ่อนอย่างยิ่งอยู่ตรงที่ DSI อยู่ในกำกับของกระทรวงยุติธรรม และรัฐมนตรีมาจากพรรคภูมิใจไทย
นี่คือรูปธรรมแห่งการแข็งเมืองจาก”ภายใน”
ไม่ว่ากระบวนการอันเนื่องแต่ เอกราช ช่างเหลา ไม่ว่ากระแสข่าวและการเคลื่อนภายใน DSI ดำเนินไปอย่างสลับซับซ้อน
เกี่ยวพันกับพรรคการเมืองไม่น้อยกว่า 4 พรรคการเมือง
บางพรรคการเมืองก็อยู่ในองคาพยพของ”รัฐบาล” บางพรรค การเมืองก็ได้ชื่อว่าเป็น”ฝ่ายค้าน”
ส่วนจะค้านอย่าง”คอย” ค้านอย่าง”ต่อรอง”ก็ต้องดูต่อไป
อย่างน้อยบทบาทของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง แห่งพรรคประชาชาติก็เป็นคำถาม
เช่นเดียวกับการกลับคำของ เอกราช ช่างเหลา
เนื่องจาก เอกราช ช่างเหลา ก็เคยอยู่พรรคภูมิใจไทยและวันนี้อยู่พรรคกล้าธรรม
ยิ่งกว่านั้น ในห้วงที่ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ก็เคยถูก”สว.สีน้ำเงิน”ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญจัดการมาแล้วพร้อมกับรองนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย
ความซับซ้อนเช่นนี้เหมือนอย่างยิ่งในยุค”พลังประชารัฐ”
ถามว่าทำไม สมบัติ บุญงามอนงค์ จึงมากด้วยความมั่นใจว่าในที่สุดพรรคเพื่อไทยจักต้องสำแดงจุดยืนที่เด่นชัดในทางการเมือง
เด่นชัดในที่นี้ก็คือ รับไม่ได้กับกรณี”โกงสว.”
แม้ว่าในวันนี้พรรคเพื่อไทยต้องถูกพันธนาการไว้ด้วยสถานะแห่งการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล
แต่ในที่สุด พรรคเพื่อไทยก็เหมือนพรรคพลังธรรม เมื่อเผชิญเข้ากับกรณี ส.ป.ก.4-01 ในรัฐบาล นายชวน หลีกภัย แห่งพรรคประชาธิปัตย์
เพียงแต่การเมืองหลังเดือนสิงหาคม 2566 มากด้วยความซับซ้อนในความสัมพันธ์
กระนั้น โอกาสก็อาจเหมือนกับพรรคพลังประชารัฐได้
นั่นก็คือ ข่าวที่ สมบัติ บุญงามอนงค์ ได้รับจากเพื่อนคนหนึ่งในพรรคเพื่อไทยที่ว่าจะมีคนของพรรคพลังประชารัฐซึ่งกุมเส้นเลือดใหญ่ ยกมือ แสดงความไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น
คนๆนี้เคยอยู่พรรคเพื่อไทยและวันนี้อยู่พรรคกล้าธรรม
จึงไม่เพียงแต่การแยกและแตกตัวจาก”ภายใน”จะจำกัดอยู่ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกัน
หากแต่ภายใน”ระบอบสีน้ำเงิน”ก็เริ่มเคลื่อนไหว
เห็นได้จากกรณีของ บวรศักดิ์ อุวรรณโณ เห็นได้จากกรณีของ จรัญ ภักดีธนากุล เห็นได้จากกรณี อาทิตย์ อุไรรัตน์
ในที่สุดก็จะเกิดสถานการณ์”น้ำเงินแท้ น้ำเงินกว่า”ปรากฏ
