ต่างประเทศ
เมื่อวันที่ 12-13 กันยายน ที่ผ่านมา การประชุมสุดยอดบริกส์ครั้งที่ 18 ถูกจัดขึ้นที่กรุงนิวเดลี โดยมีอินเดียเป็นเจ้าภาพ ซึ่งไทยก็ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย
กลุ่มบริกส์เริ่มก่อตั้งในปี 2006 โดยบราซิล รัสเซีย อินเดีย และจีน ภายใต้ชื่อ BRIC ก่อนที่แอฟริกาใต้จะเข้าร่วมใน 4 ปีต่อมา ส่งผลให้กลุ่มเปลี่ยนชื่อเป็น BRICS ซึ่งเป็นชื่อที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน และตั้งแต่นั้นกรอบความร่วมมือดังกล่าวได้ขยายสมาชิกเพิ่มเติม ได้แก่ อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และอินโดนีเซีย
ส่งผลให้ประเทศสมาชิก BRICS มีประชากรรวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรโลก และมีสัดส่วนประมาณ 40% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ทั่วโลก
กลุ่มบริกส์ได้พยายามผลักดันให้ประเทศกำลังพัฒนามีบทบาทและอิทธิพลมากขึ้นในสถาบันระหว่างประเทศ ที่แต่เดิมอยู่ภายใต้อิทธิพลของชาติตะวันตกเป็นหลัก
โดยเรียกร้องให้มีการปฏิรูปองค์กรต่างๆ รวมถึงธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และองค์การการค้าโลก (WTO)
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ของอินเดียย้ำว่า บริกส์ไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงองค์กรที่จัดขึ้นเพื่อต่อต้านชาติตะวันตก ทว่า ประเทศซีกโลกใต้ควรมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดแนวทางการกำกับดูแลกิจการระดับโลก
และกล่าวว่า บริกส์ได้ก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาแห่งการเติบโตเต็มที่ ขอเรียกร้องให้กลุ่มประเทศซีกโลกใต้ก้าวขึ้นมาเป็นผู้กำหนดกติกา แทนที่จะเป็นเพียงผู้ยอมรับกฎเกณฑ์ที่ถูกกำหนดขึ้น
การประชุมที่เกิดขึ้นได้นำมาสู่การประกาศแถลงการณ์ร่วม ปฏิญญานิวเดลี ระหว่างชาติสมาชิก 11 ประเทศ เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความยับยั้งชั่งใจในสถานการณ์ตะวันออกกลาง พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์สงครามการค้าโลก
โดยบรรดาผู้นำแสดงความกังวลต่อการยกระดับความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และเรียกร้องให้ทุกฝ่ายใช้ความยับยั้งชั่งใจอย่างสูงสุด พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ หลีกเลี่ยงการดำเนินการใดๆ ที่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ทั้งนี้ แถลงการณ์ไม่ได้ระบุชื่อสหรัฐ อิสราเอล อิหร่าน หรือชาติอ่าวอาหรับ อย่างชัดเจน
ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ระบุในปฏิญญาว่า สงครามดังกล่าวไม่สอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมกันของประชาคมระหว่างประเทศ เรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหาด้วยแนวทางทางการเมือง รวมถึงบรรลุข้อตกลงหยุดยิงอย่างถาวรและครอบคลุม
นอกจากนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวยังแสดงความกังวลต่อการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนและสถานประกอบการนิวเคลียร์เพื่อสันติที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองตามมาตรการพิทักษ์ของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) อีกด้วย
สงครามในยูเครนยังคงเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความตึงเครียดภายในกลุ่มบริกส์ เนื่องจากรัสเซียเป็นหนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งกลุ่ม โดยเรียกร้องให้มีการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างประเทศด้วยการเจรจา หารือและทางการทูต พร้อมกันนี้บรรดาผู้นำบริกส์ได้วิพากษ์วิจารณ์มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว และระบุว่า ขอเรียกร้องให้ยกเลิกมาตรการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายดังกล่าว ซึ่งบ่อนทำลายกฎหมายระหว่างประเทศ ตลอดจนหลักการและวัตถุประสงค์ของกฎบัตรสหประชาชาติ
ดมิทรี เปสคอฟ โฆษกทำเนียบเครมลิน เปิดเผยด้วยว่า สีและโมดีได้เสนอตัวช่วยผลักดันการเจรจาสันติภาพเกี่ยวกับยูเครน โดยปูตินก็ได้ยินดีต่อความพร้อมดังกล่าว
ปฏิญญาระบุถึงประเด็นปาเลสไตน์ด้วยว่า ขอแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างหนักแน่นต่อการบังคับโยกย้ายชาวปาเลสไตน์ และความพยายามใดๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงภูมิศาสตร์ หรือโครงสร้างประชากรของดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกยึดครอง พร้อมเรียกร้องให้ยุติสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา ที่ถูกระบุว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ให้มีการเปิดทางเข้าถึงความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมโดยปราศจากอุปสรรค สนับสนุนสำนักงานบรรเทาทุกข์และจัดหางานแห่งสหประชาชาติสำหรับผู้ลี้ภัยปาเลสไตน์ (UNRWA) และสนับสนุนการให้ปาเลสไตน์เข้าเป็นสมาชิกองค์การสหประชาชาติอย่างเต็มรูปแบบ
กลุ่มบริกส์ยังย้ำจุดยืนสนับสนุนแนวทางสองรัฐ และการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่มีอธิปไตยบนพื้นฐานพรมแดนปี 1967 โดยมีเยรูซาเล็มตะวันออกที่ถูกยึดครองเป็นเมืองหลวง อีกทั้งปฏิญญาแสดงความกังวลต่อการกำหนดมาตรการภาษี และคัดค้านการคว่ำบาตรที่กำหนดขึ้นโดยไม่ได้รับอนุญาตจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC)
ในการประชุมปีหน้า จีนจะเป็นเจ้าภาพการประชุมบริกส์ ซึ่งเป็นที่น่าจะจับตาว่าจีนจะจัดการประชุมออกมาเป็นเช่นไร
