bg-single

สหรัฐ : 250 ปีที่ผ่าน จนถึงโลกวันนี้ (1)

07.11.2026

โดย ธเนศวร์ เจริญเมือง


การขยายตัวของทุนนิยม ลัทธิล่าอาณานิคม ลัทธิจักรวรรดินิยม จนกระทั่งเกิดสงครามโลกขึ้นถึง 2 ครั้ง และโลกาภิวัตน์ก็มีบทบาทสูงยิ่งในการทำให้โลกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันยิ่งกว่าครั้งใดๆ ในอดีต

แต่อีกด้านหนึ่ง ทุนนิยมก็ประสบปัญหาหลายอย่างในตัวของระบบเอง

การตอบแทนคนสร้างผลงานด้านต่างๆ จนเกิดเป็นรางวัลโนเบลเริ่มตั้งแต่ปี 1901 รางวัลแต่ละด้าน เช่น เคมี ฟิสิกส์ การแพทย์ วรรณกรรม และสันติภาพ สะท้อนให้เห็นความก้าวหน้าของโลกในแต่ละด้าน

แต่ในที่สุด ก็หันไปยอมรับความจริงที่อาจมีคนปฏิเสธ นั่นคือ รางวัลโนเบลด้านเศรษฐศาสตร์เริ่มในปี 1968 ก็คือการยอมรับกลายๆ ว่าทุนนิยมกำลังมีปัญหา

น่าสังเกตยิ่งว่า รางวัลโนเบลสำหรับงานเศรษฐศาสตร์ตลอด 5 ทศวรรษที่ผ่านมาเป็นเรื่องการศึกษาวิจัยแนวทางการแก้ไขวิกฤตด้านต่างๆ ของกลไกทุนนิยมทั้งสิ้น

และน่าสนใจยิ่งที่หัวข้อความแตกต่างระหว่างรายได้ของชนชั้นต่างๆ กับปัญหารายได้ต่ำของชนชั้นผู้ใช้แรงงานแทบไม่ได้รับการพิจารณาเลยไม่ว่าปีใด

ราวกับว่างานศึกษาที่ได้รางวัลเหล่านั้นมุ่งไปที่การแก้ไขปัญหาด้านโครงสร้างต่างๆ ของทุนนิยมเพื่อความอยู่รอดของระบบ

ส่วนปัญหารายได้ของชนชั้นผู้ใช้แรงงานไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

อนึ่ง 250 ปีที่ผ่านมา แม้รางวัลโนเบลไม่ได้ครอบคลุมหัวข้อด้านการเมืองและสังคมโดยตรง

แต่ทุกคนย่อมทราบดีว่า มุมมองของฝั่งตะวันตกต่อโลกที่ผ่านมานั้นไม่เคยละเลยด้านการบริหารจัดการชีวิตและจิตวิญญาณของผู้คนและสังคมอยู่แล้ว

อย่าลืมว่านับตั้งแต่แรกเริ่มคือรางวัลโนเบลตั้งแต่ปี 1901 ก็มี 2 รางวัลสำคัญที่โดดเด่นตลอดมา ได้แก่ สาขาวรรณกรรม และสาขาสันติภาพ คนที่ได้รับ 2 รางวัลนี้ก็คือคนที่ทำงานด้านสังคม สิ่งแวดล้อม และการเมืองการบริหาร ก็คือจิตวิญญาณและปากเสียงของสังคมนั่นเอง

โลกนี้จึงมีหลายๆ ด้านให้ต้องพิจารณา และไม่ใช่เลือกละเว้นบางมิติ ในเมื่อแต่ละมิติล้วนมีผลสะเทือนต่อสังคมทั้งสิ้น

ดังนั้น จากเศรษฐกิจสู่การเมือง และสังคม-วัฒนธรรม ซึ่งเป็นสามเหลี่ยมแห่งความสัมพันธ์หลักของโลกและรับรู้กันทั่วไป สู่ระบบเทคโนโลยีข่าวสารและสิ่งแวดล้อม บทบาทของปัจจัยทั้งภายใน-ภายนอก ตลอดจนการมองภาพปัจจุบันที่ไม่อาจละเลยมิติประวัติศาสตร์และผลกระทบจากอดีตได้

นับแต่ปี 1776 ที่ทุนนิยมสมัยใหม่เริ่มต้น (Adam Smith เขียนหนังสือสำคัญ, The Wealth of Nations ครบรอบ 250 ปีในปีนี้ – 2026)

ประเด็นสำคัญที่ผ่านมาที่อยู่เบื้องหน้าเรามีอะไรบ้าง?

“กำเนิดของทุนนิยมบอกอะไรให้เราบ้าง? มันเตือนเราว่าทุนนิยมมิใช่ผลพวงของธรรมชาติมนุษย์… แต่เป็นผลผลิตระยะหลังๆ ของท้องถิ่นซึ่งเกิดจากเงื่อนไขประวัติศาสตร์ที่มีลักษณะเฉพาะมาก แรงดันที่ขยายออกของทุนนิยมจนไปถึงทุกหนทุกแห่งวันนี้ มิใช่ผลของการสอดรับกับธรรมชาติมนุษย์… แต่เป็นผลของแรงดันภายใน…ความสามารถพิเศษ เช่นเดียวกับแรงพิเศษที่ดันตัวเอง…”

คือคำกล่าวของ Ellen M. Wood, The Origin of Capitalism : A Longer View, 1999

Ellen Wood (1999) เห็นว่า ทุนนิยมมิใช่ผลพวงของธรรมชาติมนุษย์…มิใช่ผลของการสอดรับกับธรรมชาติมนุษย์…แต่เป็นสิ่งแปลกปลอม เป็นผลผลิตระยะหลังๆ ของท้องถิ่นซึ่งเกิดจากเงื่อนไขประวัติศาสตร์ที่มีลักษณะเฉพาะ ยิ่งแรงดันของทุนนิยมที่ขยายออกไปทุกหนทุกแห่ง เป็นแรงดันพิเศษของตัวเอง

ประเด็นคือ เราจะถกเถียงกันเพื่ออะไรว่าทุนนิยมเป็นสิ่งแปลกปลอมหรือเป็นปรากฏการณ์ปกติที่เกิดขึ้น ในเมื่อมนุษย์แต่ละยุคก็ล้วนดำเนินชีวิตเพื่อให้เกิดสิ่งที่ดีงามสำหรับตนเอง ครอบครัว สังคม และรัฐ ไม่น่าแปลกใจที่สังคมที่เต็มไปด้วยพันธนาการของอดีต ไม่ว่าจะเป็นทาสหรือไพร่ไร้อิสระ จะแสดงความพอใจเมื่อได้เป็นเสรีชน ผลิตอาหารและสินค้าได้เอง และทำกำไร ส่งผลให้เศรษฐกิจทุนนิยมได้รับความนิยมและแพร่หลายไปยังทวีปต่างๆ อย่างรวดเร็ว

จากอดีตที่ออกไปเสาะหาอาหารในธรรมชาติเพื่อประทังชีวิต ไปสู่การทำงานรับใช้ชนชั้นสูง การเกิดขึ้นของทุนนิยม และการได้รับรู้ว่าโลกใหม่กว้างขวางและมีทรัพยากรมากมาย เปิดโอกาสให้ชีวิตเสาะแสวงหามากขึ้นๆ

จนวันหนึ่งก็ได้ประจักษ์ว่า ยังมีผู้คนที่เดือดร้อนอีกเป็นจำนวนมาก และผลพวงของการผลิตการบริโภคอย่างไร้ขอบเขต การครอบงำชาติอื่นๆ ฯลฯ ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและโลกมากมาย ปัญหาก็คือ จะจัดการอย่างไรกับระบบที่มุ่งสู่การทำลาย จะกอบกู้สถานการณ์ของโลกที่เปลี่ยนแปลงและส่งผลกระทบอย่างมากต่อสภาพธรรมชาติได้อย่างไร ขณะที่จำนวนประชากรนับวันเพิ่มขึ้นๆ ฯลฯ

ทุนนิยมขยายกว้างออกไปและบุกเข้าไปลึกลงในทุกมุมของชีวิตทางสังคมและสิ่งแวดล้อมทั่วทั้งโลกและจักรวาล ความขัดแย้งทั้งหมดที่เกิดขึ้นจะเพิ่มมากและก้าวพ้นความพยายามของมนุษย์เพื่อควบคุมมัน มีหรือกับคำว่าทุนนิยมที่มีมนุษยธรรม

ขณะที่ประชาธิปไตยนับวันจะกลายเป็นถ้อยคำที่ไพเราะแต่ขาดรูปธรรม ส่วนระบบนิเวศวิทยาเล่าจะพัฒนาต่อไปอย่างไร หากผู้คนในสังคมยังคิดว่าโลกยังเรียบร้อยดี

“ทางเดียวสำหรับสหรัฐที่จะคืนเกียรติยศแก่คุณค่าที่ยิ่งใหญ่ตั้งแต่อดีต คือ ความเท่าเทียมกัน เสรีภาพ และประชาธิปไตยที่มีความหมาย ก็คือเปลี่ยนระบบ เปลี่ยนที่รากฐาน และถ้าหาก 3 สิ่งข้างต้นรักษาไว้ไม่ได้ด้วยการจัดการด้านการเมืองกับเศรษฐกิจในตอนนี้ นี่ก็คือจุดเริ่มต้นของวิกฤตอย่างเป็นระบบ…”

Gar Alperovitz (America Beyond Capitalism. 2005 pp.3-4) กล่าวไว้
ในงานของ Gar Alperovitz (2011) เสนอว่า

1. หนทางเดียวที่จะรื้อฟื้นเกียรติยศให้แก่สหรัฐที่มีแต่เดิมก็คือ ออกจากระบบทุนนิยมและหันไปรื้อฟื้น “ความเท่าเทียมกัน เสรีภาพ และประชาธิปไตย” ที่มีความหมาย
ความล้มเหลวที่ผ่านมา ก็คือทุนนิยมที่นำโดยบรรษัทต่างๆ นำไปสู่การกระจุกตัวของทรัพย์สิน และเกิดวิกฤต 3 อย่าง

ได้แก่ ความไม่เท่าเทียมกัน ความเสื่อมด้านสิ่งแวดล้อม และการเสื่อมโทรมของระบอบประชาธิปไตย

2. เสนอตัวแบบคือ ชุมชนพหุนิยม (The Pluralist Commonwealth) หมายถึงภาพอนาคตที่เป็นเศรษฐกิจแบบกระจายอำนาจ มีสถาบันของชุมชนเป็นเจ้าของสินทรัพย์ แทนที่จะเป็นกลุ่มเอกชนชั้นนำหรือรัฐบาลกลาง ชุมชนพหุนิยมต้องเชื่อมร้อยการถือครองแบบประชาธิปไตย รวมเอาสหกรณ์ของคนงาน วิสาหกิจของเทศบาล และกองทุนที่ดินของชุมชน เสาหลักของสถาบันเศรษฐกิจใหม่นี้ก็คือองค์กรต่างๆ ที่คนงานเป็นเจ้าของ เช่น กลุ่มหุ้นสหกรณ์ ชมรมคนงาน บรรษัทของชุมชน รวมทั้งองค์กร-ชมรม-สมาคมที่ไม่แสวงกำไร

3. ยุทธศาสตร์ของการสร้างใหม่แบบช้าๆ (Evolutionary reconstruction) หรือที่เรียกว่าจากล่างสู่บน ค้นหาข้อเท็จจริงในพื้นที่ สถาปนาตัวแบบในท้องถิ่นที่ประสบความสำเร็จ เช่น สหกรณ์ และกองทุนที่ดิน องค์กรในการเปลี่ยนแปลงจะชี้ให้เห็นว่าโครงสร้างเศรษฐกิจแบบทางเลือกเป็นไปได้และเหนือกว่าแบบเก่า เมื่อการทดลองระดับล่างเพิ่มจำนวนขึ้น ก็จะสร้างรากฐานทางเศรษฐกิจและการเมืองในระดับรัฐ และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างระดับชาติในที่สุด

4. ในด้านการเมืองและสังคม

1) ทวงคืนประชาธิปไตย ประชาธิปไตยที่แท้จริงจะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าหากอำนาจทางเศรษฐกิจกระจุกตัวอยู่ในมือของคนถือครอง 1% การถือครองจะต้องกระจายออกไปอย่างกว้างขวาง เพื่อเป็นหลักประกันว่าพลเมืองทุกคนมีส่วนได้ส่วนเสียในระบบนี้

2) การดำรงอยู่อย่างยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจที่อาศัยชุมชนเป็นฐานมักมีการคุ้มกันด้วยความแข็งแกร่งด้านสิ่งแวดล้อม เหนือกว่ากำไรของบริษัทในระยะสั้น เช่นเดียวกับผู้ประกอบการท้องถิ่นที่มีผลประโยชน์โดยตรงจากความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัวเขา

และ 3. เสรีภาพที่มีฐานบนความมั่นคง ความมั่นคงทางเศรษฐกิจโดยอาศัยการเป็นเจ้าของกิจการแบบประชาธิปไตย นับเป็นรากฐานที่จำเป็นสำหรับเสรีภาพของปัจเจกชนอย่างแท้จริง

บทสรุปของ Alperovitz คือ อเมริกาต้องก้าวออกไปจากทุนนิยม สู่หนทางที่สาม คือไม่เอาทั้งระบบที่บรรษัทต่างๆ เป็นผู้นำ หรือระบบที่ถูกรัฐควบคุม ต้องจัดทำแผนที่การเดินทางสำหรับนักวิชาการและผู้กำหนดนโยบายเพื่อการเปลี่ยนทัศนะ “ต้องเติบโตไม่ว่าจะต้องให้ทำอะไร-เสียอะไร” (“growth-at-all-costs” mentality) ไปสู่ทัศนะใหม่ “ความมั่นคงที่มีชุมชนเป็นศูนย์กลาง” (“community-centered” stability model)



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

สหรัฐ : 250 ปีที่ผ่าน จนถึงโลกวันนี้ (1)
RADICAL
‘รัฐเลือกตั้งอุปถัมภ์กินเมืองแบบใหม่’ (จบ)
อีซูซุ MU-X MY2027 ปรับโฉมใหม่-ใส่ออปชั่นไม่ยั้ง
เดินตามดาว | ศรินทิรา : ประจำวันที่ 6 – 12 พฤศจิกายน 2569
E-DUANG | บทบาท ศาล สถิตยุติธรรม “เส้นแบ่ง”ใหม่ “การเมือง”
การ์ตูน san_d1196
การ์ตูน โกหน่อง
‘ส่ำสาม’
EvolutionaryScale เมื่อเอไอเริ่มอ่านและเขียนภาษาของชีวิต (2)
ตึกแถวโมเดิร์น
จับสัญญาณพรรคการเมือง หนุน-ค้าน พ.ร.บ.การศึกษาฯ