bg-single

บทความ : โรงเรียนอนุบาลจะรับมืออย่างไร ในยุค New Normal*

02.06.2020

ผศ.ดร.สุทธิพรรณ ธีรพงศ์ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

สถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ ส่งผลต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของบุคคลและการใช้ชีวิตร่วมกันในสังคม รูปแบบการใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ ของบุคคลจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนไปจากเดิมเพื่อเอาชนะปัญหาการแพร่ระบาดของโรคระบาด COVID-19 และทุกคนต้องทำวิถีชีวิตใหม่นี้ให้เป็นเรื่องปกติ (New Normal) การปรับเปลี่ยนเกิดขึ้นในทุกมิติของชีวิต ทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน สถานศึกษา และที่สาธารณะ

สิ่งที่เป็นโจทย์สำคัญสำหรับทุกคนคือเราจะปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อที่จะผ่านวิกฤตินี้ไปได้ และเราจะปกป้องความปลอดภัยของบุตรหลานในวัยอนุบาลได้อย่างไรเมื่อต้องไปโรงเรียน

คำถามที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ต้องการคำตอบ คือ โรงเรียนจะปลอดภัยสำหรับลูกหรือไม่ ในขณะที่โรงเรียนเป็นแหล่งรวมของเด็ก ๆ จำนวนมาก ซึ่งจัดว่าเป็นสถานที่ที่มีความเสี่ยงสูง และเด็กวัยนี้ไม่สามารถที่จะดูแลตนเอง ไม่มีวิจารญาณที่ดีในการตัดสินใจในการกระทำสิ่งต่าง ๆ ที่จะป้องปกตนเองให้ปราศจากเชื้อโรคได้ เด็กยังต้องการการดูแลที่ดีจากครู ถ้าโรงเรียนไม่มีระบบการจัดการที่ดี อาจก่อให้เกิดการแพร่กระจายของโรคดังกล่าวได้อย่างรวดเร็ว คำถามที่พ่อแม่ทุกคนต้องการคำตอบคือจะวางใจได้อย่างไรเมื่อลูกไปโรงเรียน

ดังนั้น การนำรูปแบบการดำรงชีวิตแบบใหม่มาใช้ในโรงเรียนอนุบาล New Normal in Preschool During COVID-19 และการเว้นระยะทางห่างทางสังคมของเด็กอนุบาล Ways to Social Distance at Preschool During COVID-19 จึงเป็นคำตอบสำหรับพ่อแม่

ความมั่นใจที่โรงเรียนอนุบาลมอบให้กับครอบครัว คือ“การจัดการเรียนรู้ยังคงดีเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือ

ความปลอดภัย” การบริหารจัดการแบบ New Normal คือ แนวทางที่จะสร้างความมั่นใจให้กับพ่อแม่  และนำมาซึ่งความไว้วางใจในโรงเรียนเช่นเดิม ด้วยการทำงานของโรงเรียนบนพื้นฐานข้อกำหนดทางสาธารณสุข และการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีให้กับเด็ก

มีระยะห่างทางสังคม ที่สำคัญคือต้องเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างครอบครัวและโรงเรียน จึงจะสามารถป้องกันปัญหาการแพร่ระบาดของโรคได้

มิติใหม่ของโรงเรียน ทุกพื้นที่และอุปกรณ์เครื่องใช้ในโรงเรียนต้องสะอาด ปราศจากเชื้อโรค ผ่านการทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรคทุกวัน โรงเรียนมีจุดคัดกรองบุคคลทุกคนก่อนเข้าสถานศึกษา มีจุดล้างมือและจุดฆ่าเชื้อด้วยแอลกอฮอล์อย่างเพียงพอ

การจัดการเว้นระยะห่างทางสังคม Social Distancing ในการเรียนรู้ โรงเรียนกำหนดอัตราส่วนพื้นที่ต่อจำนวนนักเรียนและครูผู้ดูแลเด็กที่เป็นไปตามข้อกำหนดของกระทรวงศึกษาธิการ และให้ความสำคัญกับการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างเด็ก ที่คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยใน 1 วันที่เด็กอยู่ที่โรงเรียน เด็กจะอยู่ในความดูแลของครูท่านเดิมจนกระทั่งกลับบ้าน

ส่วนการจัดกิจกรรมประจำวัน มีการปรับเปลี่ยนวิธีการ ตั้งแต่การกำหนดให้เด็กเว้นระยะห่างในการนั่ง กิจกรรมที่ต้องใช้อุปกรณ์

ในการเรียนรู้ด้วยตนเอง ครูต้องจัดหาอุปกรณ์ให้เพียงพอต่อจำนวนเด็ก ไม่ผลัดกันใช้ชิ้นเดียวกันใน 1 วัน ขณะทำกิจกรรมจะมีแผ่นใสกั้นระหว่างเด็กแต่ละคนในกรณีที่ต้องใช้โต๊ะตัวเดียวกัน หรือพื้นที่ใกล้ ๆ กัน แต่ทั้งนี้ ครูจะต้องสามารถมองเห็นเด็กทุกคนได้ตลอดเวลาในขณะทำกิจกรรม การจัดกิจกรรมกลางแจ้งครูต้องปรับกิจกรรมการเล่น เน้นกิจกรรมที่ต่างคนต่างเล่น ละเว้น

การเล่นเกมที่ต้องเล่นเป็นกลุ่มหรือเป็นทีม และการเล่นที่ต้องสัมผัสกัน ทั้งนี้ ครูต้องบริหารเวลาในการทำกิจกรรมของเด็ก ให้เหมาะสม เพื่อป้องกันการทำกิจกรรมที่เกิดขึ้นโดยที่ครูไม่สามารถควบคุมได้ ระบบการบริหารจัดการห้องต่าง ๆ ในโรงเรียน

มีการจัดลำดับการเข้าใช้บริการของนักเรียน เน้นการทำความสะอาดและการฆ่าเชื้อโรคหลังการใช้อย่างสม่ำเสมอ ด้วยการจัดบุคลากรเพื่อทำความสะอาดพื้นที่และวัสดุอุปกรณ์ทุกครั้งหลังการใช้

กิจกรรมลดความแออัดในยามเช้าและเย็น โรงเรียนมีระบบการรับส่งนักเรียน เพื่อลดความแออัดในการรับส่งนักเรียน โดยปรับระยะเวลาหรือเหลื่อมช่วงเวลาในการรับส่งเด็ก และกำหนดสถานที่ที่ไม่แออัดเพื่อป้องกันจำนวนผู้ปกครองที่มารับส่งเด็กในเวลาเดียวกัน

การใส่ใจสุขภาพบุคลากร บุคลากรในสถานศึกษาทุกคนมีวิถีปฏิบัติในเรื่องสุขอนามัยที่ดี โดยระมัดระวังตนไม่เข้าไปในสถานที่ที่เป็นสถานที่เสี่ยงของโรค สถานศึกษาจัดให้มีข้อมูลประวัติความเสี่ยงของบุคลากรและเด็กทุกคนย้อนหลัง 15 วัน เพื่อยืนยันสถานภาพความเสี่ยงของบุคลากรในโรงเรียน บุคลากรทุกคนในสถานศึกษาต้องสวมหน้ากากอนามัย ตลอดเวลาในการทำงานและแต่งตัวให้รัดกุมเพื่อป้องกันตนเองจากการสัมผัสสารคัดหลั่งที่มาจากเด็ก เวลาเด็กร้องไห้หรือในสภาวะสุดวิสัยที่เกิดขึ้นในเหตุการณ์ต่าง ๆ  และมีการล้างมือทำความสะอาดร่างกายอย่างสม่ำเสมอ

การเตรียมการก่อนเปิดเรียน โรงเรียนควรมีการติดต่อสื่อสารกับครอบครัวและเด็ก ๆ ในขณะที่โรงเรียนยังไม่เปิด เพื่อให้พวกเขารู้จักใบหน้าของครูและสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างครูและผู้ปกครอง อาจใช้กิจกรรมการไปพบเด็กที่บ้านหรือติดต่อสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์หรือวิดีโอคอลตามความเหมาะสม

กิจกรรมที่ควรละเว้นในช่วงนี้ คือ ยกเลิกกิจกรรมที่เด็กต้องรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ โดยโรงเรียนอาจขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้รับเด็กกลับไปนอนกลางวันที่บ้าน กรณีที่ครอบครัวมีความจำเป็นต้องให้เด็กนอนกลางวันที่โรงเรียน ครูต้องจัดสถานที่สำหรับนอนกลางวันด้วยการเว้นระยะห่างและมีอากาศถ่ายเทสะดวก พื้นที่และเครื่องนอนต้องสะอาด ผ่านการฆ่าเชื้อ
ทุกวัน

ความสำเร็จในต่อสู้กับไข้หวัด COVID-19 เกิดขึ้นได้จากการสร้างบรรยากาศและความคิดเชิงบวกแก่ผู้ปกครองและเด็กให้ตระหนักถึงความสำคัญและพร้อมที่จะให้ความร่วมมือในการป้องกันและควบคุมโรค การสร้างความเข้าใจที่ตรงกันระหว่างครู และผู้ปกครองในการทำงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ครู ผู้ปกครอง และเด็กผ่านวิกฤติ COVID-19 ไปด้วยกัน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
เข็นนกขึ้นเขากระโดงระวังเจ๊ง
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี