bg-single

กดปราบชาวอุยกูร์ ไปไกลถึงนอกพรมแดนตัวเอง

16.08.2020

ประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในจีนในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ไม่มีประเด็นไหนที่เป็นที่รู้จักเท่าการละเมิดสิทธิชาวอุยกูร์แห่งเขตปกครองตนเองซินเจียง มณฑลสุดขอบภาคตะวันตกของจีนซึ่งมีอัตลักษณ์ทางเชื้อชาติและวัฒนธรรมต่างกับแบบฉบับทางการของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

นับตั้งแต่ศตวรรษที่ 21 ผลพวงของสงครามต่อต้านก่อการร้ายและแนวคิดชาตินิยมเตอร์กิสในหมู่ชาวอุยกูร์ สร้างความหวั่นไหวกับรัฐบาลปักกิ่ง ซึ่งยึดโยงหลักการความมั่นคงของชาติจีนเข้าเสถียรภาพของรัฐบาลคอมมิวนิสต์ได้ดำเนินการปราบปรามทั้งใช้กำลังและนโยบายกลืนวัฒนธรรม

หนึ่งในนั้นคือ การจับกุมชาวอุยกูร์ถึงล้านคน เข้าสู่พื้นที่ที่ถูกสร้างขึ้นโดยรัฐบาลจีนที่เรียกว่า “ศูนย์พัฒนาการเรียนรู้” อันเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการพัฒนา

แต่ในสายตาองค์กรสิทธิมนุษยชนและชาติตะวันตก มองว่าเป็น “ค่ายกักกันปรับทัศนคติ”

รัฐบาลจีนทำทุกทางเพื่อรักษาพื้นที่มณฑลไม่ให้ชาวอุยกูร์คนใดกระด้างกระเดื่องต่อต้านรัฐบาล ไม่เพียงแค่ในมณฑลซินเจียง แต่ยังรวมถึงนอกพรมแดนจีน ซึ่งมีนักเคลื่อนไหวชาวอุยกูร์ ลี้ภัยและเคลื่อนไหวทางการเมืองอยู่ต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

 

อยู่มาวันหนึ่ง อับดุลเจลิล อีเมต นักเคลื่อนไหวชาวอุยกูร์ที่อาศัยอยู่ในเยอรมนี ได้รับการติดต่อจากน้องสาวที่อยู่ในซินเจียงหลังลี้ภัยมาได้ 3 ปี

การติดต่อครั้งนั้นไม่มีอะไรนอกจากบทสนทนาครอบครัวอันแสนสุข ซึ่งภายหลังพบว่าทำโดยคำสั่งของเจ้าหน้าที่ความมั่นคงจีน

น้องสาวของอีเมตขอให้พี่ชายหยุดเคลื่อนไหว จากนั้นเจ้าหน้าที่จีนได้คว้าโทรศัพท์พร้อมพูดเชิงขู่ว่า “นายอาศัยอยู่ต่างแดน แต่ควรคิดถึงเรื่องครอบครัวให้ดี หากยังทำการเคลื่อนไหวอยู่”

นอกจากอีเมตแล้ว ยังมีกรณีของกัลฮูมาร์ ไฮติวาจี ชาวอุยกูร์ที่ออกมาวิจารณ์นโยบายต่อมณฑลซินเจียงของจีน ซึ่งตอนนี้อยู่ที่ฝรั่งเศส เธอต้องยกเลิกกำหนดการร่วมประชุมสุดยอดด้านสิทธิมนุษยชนที่กรุงเจนีวา หลังทราบข่าวว่าแม่ของเธอหายตัวไปอยู่ในค่ายกักกันแห่งหนึ่งในซินเจียง

ไม่เพียงเท่านี้ นักเคลื่อนไหวอีกหลายคนที่ลี้ภัยอยู่ในหลายประเทศของยุโรป ต่างออกมาพูดเหมือนกันว่า ครอบครัวที่อยู่ในซินเจียงถูกคุกคาม

 

นอกจากจีนจะบั่นทอนการเคลื่อนไหว ด้วยการคุกคามคนในครอบครัวแล้ว จีนยังพยายามว่าจ้างชาวอุยกูร์ในต่างแดนทำงานเป็นสายลับแทรกซึมอยู่ในชุมชนชาวอุยกูร์ เก็บภาพการรวมตัว ข้อมูลชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่ของนักเคลื่อนไหว หรือบางคนได้รับการว่าจ้างจากทูตจีนที่ประจำประเทศในยุโรป หรือได้รับการติดต่อว่าจ้างจากเจ้าหน้าที่จีนผ่านวีแชต

โดยเจ้าหน้าที่จีนยื่นข้อแลกเปลี่ยนไม่ว่าจะเป็นเงินสด วีซ่าในการเข้ามณฑลซินเจียง หรือทำให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

การปราบปรามอย่างเข้มข้นของจีนได้ขยายวงออกสู่ระดับโลก และรวมถึงโลกออนไลน์ผ่านการสนับสนุนการเผยแพร่ข้อมูลเท็จ ทำให้องค์กรชาวอุยกูร์ในหลายประเทศต้องยกระดับการทำกิจกรรมเพื่อตอบโต้การรุกคืบคุกคามของจีน

การเคลื่อนไหวที่ถูกยกระดับมากขึ้นในหมู่ชาวอุยกูร์โพ้นทะเลนี้ ก็ส่งผลทำให้นโยบายจีนต่อมณฑลซินเจียงรุนแรงและก้าวร้าวมากขึ้น

เมื่อใดมีชาวอุยกูร์พูดถึงความเลวร้ายของจีน จีนจะพยายามมากขึ้นไปอีกในการควบคุมความคิดของชาวอุยกูร์ผ่านโปรแกรมที่ถูกใช้ในค่ายกักกัน

 

การคุกคามนักเคลื่อนไหวชาวอุยกูร์ในต่างแดนโดยจีนนี้ ถือเป็นสถานการณ์ที่มีความต่อเนื่องและมีการรายงานเข้ามาโดยตลอด ทั้งจากรัฐบาลและสื่อต่างชาติ อย่างรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในจีนโดยกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เมื่อปี 2019 ได้ระบุว่า จีนมุ่งจำกัดการวิจารณ์นโยบายต่อมณฑลซินเจียงในต่างประเทศ ทั้งการขัดขวางการถกเถียงทางวิชาการและข่มขู่นักเคลื่อนไหวชาวอุยกูร์ในต่างแดน

ทำให้เกิดกรณีล่วงละเมิด เช่น สถานทูตจีนในเบลเยียม กดดันให้มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งถอดข้อมูลวิจารณ์นโยบายซินเจียงออกจากเว็บไซต์ หรือเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2019 นักวิจารณ์ชาวเบลเยียมถูกเจ้าหน้าที่จีนขัดขวางไม่ให้เข้าร่วมประชุมวิชาการที่เมืองสตราบูรก์ ประเทศฝรั่งเศส

หรือชาวอุยกูร์และคาซัคในต่างแดนถูกบังคับให้ปิดปากหลังเจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนเข้าคุกคามครอบครัวของพวกเขาที่ยังอาศัยอยู่ในจีน

 

ทั้งนี้ นโยบายซินเจียงของจีน เกิดขึ้นหลังการลุกฮือของชาวอุยกูร์ในอุรุมชี เมื่อปี 2009

ตั้งแต่นั้นจีนได้ทำการเข้าแทรกแซงชีวิตความเป็นอยู่ของชาวอุยกูร์ทุกมิติ ทั้งสังคม วัฒนธรรม ศาสนาและความเชื่อ

แม้แต่ชื่อที่ใช้ที่มีรากฐานจากศาสนาก็เป็นเรื่องต้องห้าม

จนยกระดับสู่การกักกันหมู่ชาวอุยกูร์ไว้ในค่ายกักกัน กลายเป็นประเด็นที่ชาติตะวันตกออกมาประณามจีน

ต่อมาในช่วงปลายปี 2019 นิวยอร์กไทม์สและสมาคมนักข่าวสืบสวนสากล (ไอซีไอเจ) ได้เผยแพร่เอกสารลับของรัฐบาลจีนที่รั่วไหลเกี่ยวกับแนวปฏิบัตินโยบายในซินเจียง รวมถึงคู่มือปฏิบัติต่อชาวอุยกูร์ที่ถูกกักกันในค่ายซึ่งมีการนำเอานวัตกรรมมาใช้เพื่อจำกัดสิทธิชนพื้นเมือง ไม่ว่าจะเป็นหลักนโยบายเชิงคาดการณ์หรือนำเอาระบบเอไอมาระบุเป้าหมายและควบคุมชีวิตชาวอุยกูร์ในค่าย

แสดงให้เห็นว่า จีนมีประสิทธิภาพในการปราบปราม กดขี่ผู้เห็นต่างอย่างเป็นระบบได้มากแค่ไหน



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี
ยุทธศาสตร์คืนอาเซียน ของกองทัพเมียนมา
E-DUANG | จับตา ความแน่วแน่ DE กับ AI PASSPORT