bg-single

ไซเบอร์ วอชเมน : ทำไมจีนถูกกล่าวหา เป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์

06.09.2020

นับตั้งแต่ทศวรรษ 2010 เป็นต้นมา จีนกลายเป็นชาติในเอเชียที่พัฒนาประเทศตัวเองให้กลายเป็นมหาอำนาจทั้งการเมือง เศรษฐกิจ แม้แต่ด้านเทคโนโลยี ทั้งการแพทย์ โทรคมนาคม สิ่งอำนวยความสะดวกไปจนถึงโลกออนไลน์

การดำเนินนโยบายของจีน มีเป้าหมายเดียวคือความใฝ่ฝันของการก้าวสู่การเป็นมหาอำนาจของโลกที่ทัดเทียมหรือเหนือกว่าชาติคู่แข่งอย่างสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม ความทะเยอทะยานของการเป็นมหาอำนาจระดับโลกก็ดึงดูดการท้าทายต่างๆ เข้าใส่จีน ทั้งจากภายในอย่างในซินเจียงและฮ่องกงที่ทำให้เกิดการต่อต้าน ไปจนถึงการวางตัวเผชิญหน้ากับหลายประเทศอย่างไต้หวันหรือชาติอาเซียนในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้

แม้บนโลกปกติที่ยังคงมีความตึงเครียดแต่ยังไม่ลุกลามกลายเป็นการปะทะกันด้วยอาวุธก็ตาม แต่บนโลกไซเบอร์ จีนโรมรันในสงครามเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบเหนือชาติอื่น และสกัดกั้นเพื่อปกป้องผลประโยชน์และความมั่นคงของประเทศตัวเองอย่างหนักด้วย

การรุกคืบด้านไซเบอร์สเปซนี้ จีนจึงตกเป็นเป้าสายตาว่ากำลังเป็นภัยคุกคามต่อหลายประเทศหรือไม่?

 

เมื่อไม่นานมานี้ มีความเคลื่อนไหวในการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกันระหว่าง 5 ชาติ คือ สหรัฐ สหราชอาณาจักร แคนาดา ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ หากไม่นับสหรัฐ 4 ชาติที่เหลือต่างเคยมีความร่วมมือระดับทวิภาคีกับจีน แต่ตอนนี้มีท่าทีเปลี่ยนไป หลังจากจีนผ่านกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติฮ่องกงและบังคับใช้เมื่อกรกฎาคมที่ผ่านมา นำไปสู่การประกาศของออสเตรเลียและอังกฤษในการเป็นที่พักพิงให้กับชาวฮ่องกงที่ต่อต้านรัฐบาลคอมมิวนิสต์จนถูกคุกคามได้ลี้ภัย รวมถึงที่แคนาดาและนิวซีแลนด์ ได้ระงับข้อตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับฮ่องกงด้วย

ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับประเทศคู่กรณีเลวร้ายลง และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นกับประเทศที่ไม่เป็นมิตรกับจีน

อย่างไรก็ตาม จีนถูกมองจากหลายประเทศว่า อยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์มาอย่างต่อเนื่อง

ออสเตรเลียก็เป็นประเทศหนึ่งที่ตกเป็นเป้าโจมตี โดยนายกรัฐมนตรีออสเตรเลียได้กล่าวว่า พบการคุกคามทางไซเบอร์อย่างต่อเนื่องและมากขึ้นจากจีน ทั้งการแทรกซึม การบั่นทอนระบบในรัฐบาล โครงสร้างพื้นฐานในวงกว้างและอุตสาหกรรมที่สำคัญ

ซึ่งนำไปสู่การเพิ่มกรอบงบประมาณกลาโหมถึง 10 ปี เป็นจำนวน 930 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการยกระดับระบบเพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์จากจีน

ก่อนหน้านี้ จีนก็มีปัญหากับหลายชาติกรณีหัวเว่ย บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของจีนที่ถูกตั้งข้อสงสัยว่าเป็นบริษัทในการกำกับของรัฐบาลจีน ถูกแบนจากการเข้าร่วมโครงการพัฒนาโครงข่ายอินเตอร์เน็ต 5 จี ซึ่งสหรัฐเป็นชาติแรกที่สั่งแบนก่อน เพราะไม่เชื่อมั่นต่อความปลอดภัยว่าอุปกรณ์ของหัวเว่ยอาจมีโปรแกรมเพื่อจารกรรมข้อมูล ตามด้วยฝรั่งเศสที่สั่งห้ามไม่ให้ใช้อุปกรณ์จากหัวเว่ย

เรื่องที่เกี่ยวข้องกับหัวเว่ยคือ การจับกุมเม่ง หว่าน โจว รองประธานบริหาร ลูกสาวของเหลิน เจิ้ง เฟย ซีอีโอหัวเว่ยโดยแคนาดาในข้อหาฉ้อโกงตามหมายจับของสหรัฐ และกำลังส่งตัวไปดำเนินคดีตามข้อตกลงส่งผู้ร้ายข้ามแดน

จีนใช้เกมการทูตและการเมืองกดดันทั้งแคนาดาและสหรัฐเพื่อไม่ให้ส่งตัวเม่งไปขึ้นศาลที่สหรัฐให้ได้ รวมถึงการที่จีนจับกุมชาวแคนาดาในข้อหาเป็นสายลับ ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างมองว่าเป็นการเอาคืน

 

ด้านโจ โรบินสัน ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงไซเบอร์และข้อมูลส่วนบุคคล ได้ออกมาเปิดเผยจากการตรวจสอบการโจมตีทางไซเบอร์ระหว่างปี 2009-2018 พบว่า การโจมตี 500 ครั้ง มีที่มาจากจีน โดยทีมแฮ็กเกอร์ที่จีนสนับสนุนได้ทำการโจมตีทางไซเบอร์มากถึง 20 ประเทศ

ขณะที่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อังกฤษได้จัดตั้งกลุ่มความร่วมมือเฉพาะกิจที่เรียกว่า “ดี 10” โดยยึดตามสมาชิกกลุ่ม จี 7 และเพิ่มอีก 3 ประเทศคือ อินเดีย ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ เพื่อเป็นกลุ่มความร่วมมือของชาติชั้นนำด้านประชาธิปไตย ในการสร้างความร่วมมือกันทางเทคโนโลยีโดยเฉพาะโครงข่าย 5 จี และหลีกเลี่ยงการพึ่งพาทางเทคโนโลยีจากจีน

ในท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 และจีนตกเป็นเป้าหมายของความไม่โปร่งใสในการรับมือวิกฤตสาธารณสุขระดับโลก ภาวะเช่นนี้ทำให้หลายชาติต่างจับมือร่วมกันสู้อิทธิพลของจีนที่กำลังกระทำราวเป็นชาติจักรวรรดินิยม

 

สําหรับจีนถูกมองจากชาติตะวันตกโดยเฉพาะสหรัฐว่า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีทางไซเบอร์หลายครั้ง ยกตัวอย่าง กลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ใช้รหัสว่า “เอพีที 10” ได้โจมตีสาธารณูปโภคของสหรัฐเมื่อปลายกรกฎาคมปีที่แล้วด้วยวิธีการสเปียร์-ฟิชชิ่ง (Spear-Phising) ไปยังอีเมลของพนักงานบริษัทที่เป็นเป้าหมาย โดยอีเมลมีการใส่ตัวมัลแวร์ในไฟล์แนบของไมโครซอฟต์เวิร์ด

หรืออีกกรณีคือ การโจมตีทางไซเบอร์ในลักษณะพยายามจารกรรมข้อมูลเกี่ยวกับงานวิจัยวัคซีนโควิดจากบริษัทผู้พัฒนาวัคซีนหลายแห่ง พบมีการเชื่อมโยงกับกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่สนับสนุนโดยจีน

นั้นทำให้ต้องจับตาดูว่า จะมีการโจมตีทางไซเบอร์กับการเลือกตั้งของสหรัฐในปลายปีนี้ด้วยหรือไม่ ซึ่งไม่ต้องทำเช่นนั้น เพราะการโจมตีได้เริ่มขึ้นแล้ว

 


กว่า 12 ปี ของการจัดงาน Healthcare เครือมติชนร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ส่งต่อความรู้และให้บริการสุขภาพแก่คนไทยในทุกมิติ ทั้งการป้องกัน ดูแล และรักษา โดยเฉพาะการบริการตรวจสุขภาพฟรีจากสถานพยาบาลชั้นนำ เวิร์กชอป ให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ รวมถึงการยกระดับเวทีเสวนาให้เป็น “Health Forum” เปิดเวทีให้แพทย์ และ Speaker ระดับประเทศ มาร่วมพูดคุยถึงแนวทางการป้องกัน การรักษา และนำเสนอนวัตกรรมทางการแพทย์ รวมถึงเรื่องราวสุขภาพในแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่จะมาให้อัปเดตตลอด 4 วันของการจัดงาน เดินทางสะดวกโดยทางด่วนและ MRT ลงสถานีสามย่าน ทางออกที่ 2



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

จังหวัดชัยนาท จัดกิจกรรมปลูกต้นไม้เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน 2569
สายใย
Expensive Petroleum | กวีกระวาด : รอนฝัน ตะวันเศร้า
กลิ่นเครื่องเทศ | เรื่องสั้น : พิเชษฐ์ เบญจมาศ
ลิซ่า Goals บลู (ระวัง) GONE
ชัชชาติ รอด แต่ ‘ช้ำ’ พรรคส้ม ‘พลาดเอง’ จนไซริงค์แตก
ทำความเข้าใจ ยุทธศาสตร์ China First ของจีน
เหลื่อมล้ำ และหนี้สินของผู้คนจนไม่ไหวแล้ว โว้วว…
เข็นนกขึ้นเขากระโดงระวังเจ๊ง
ชุลมุนชุลเก ‘แสวง บุญมี’ ลูกหม้อ กกต. จ่อสะดุด หลุดเก้าอี้เลขาฯ ลุ้นผลประเมินผ่านเกณฑ์
‘สวีเดน’ มาอีกประเทศ เตรียมแบนมือถือในโรงเรียน
Palo Alto ประจำปี