สัญญาณดีลุ้นยกระดับพ้น ‘Tier 2’ พล.ต.อ.ธัชชัยทลายกำแพง ดึง NGOs ‘ร่วมคิด ร่วมทำ ไทยไร้ค้ามนุษย์’
คอลัมน์ โล่เงิน
การจัดระดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ใน 188 ประเทศ ล่าสุด ปี 2568 ไทยยังอยู่ในระดับเทียร์ 2 (Tier 2) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4
สำหรับปี 2569 พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ต่อต้านการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ผอ. ศตคม. ตร.) แย้มว่ามีสัญญาณที่ดี ไทยจะได้ยกระดับเทียร์
พร้อมขยายว่า ได้อัพเดตผู้แทนสหรัฐอเมริกาเมื่อเร็วๆ นี้ เขาได้เห็นความก้าวหน้าการแก้ปัญหาไทย
โดยเฉพาะแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ เจ้าหน้าที่ไทยขับเคลื่อนมากกว่าประเทศอื่นจนได้รับคำชมจากหลายภาคส่วน ที่สำคัญการคัดแยกเหยื่อทำให้เกิดความชัดเจนมากยิ่งขึ้น
จากเวทีสัมมนา “TIP Dialogue Forum 2026 : ร่วมคิด ร่วมทำ เมืองไทยไร้ค้ามนุษย์” ที่มีองค์กรเอกชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงแรงงานเข้าร่วม ที่ ตร. เมื่อวันที่ 30 มกราคม
ถือว่าทลายกำแพงการทำงาน ได้ยกระดับความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน ส่งเสริมการมีส่วนร่วม สร้างความเข้าใจร่วมกัน และพัฒนาแนวทางปฏิบัติที่สามารถนำไปใช้จริง
เพื่อให้ “เมืองไทยไร้ค้ามนุษย์” อย่างยั่งยืน ทั้งในมิติความมั่นคง มนุษยธรรม และภาพลักษณ์ต่อประชาคมโลก
เป็นกุญแจสำคัญขยับอันดับ TIP Report ของประเทศ อยู่ใน Tier 2 ให้ดียิ่งขึ้น
ผอ. ศตคม. ตร.ระบุว่า ปีนี้ ตร.มีความมุ่งมั่นกวาดล้างอาชญากรรมแก๊งคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ ภัยต่อความมั่นคงแห่งชาติ ต้องไม่ให้แก๊งดังกล่าวใช้ไทยเป็นทางผ่าน และต้องร่วมกันทำลายฐานที่ตั้งในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านและที่พยายามย้ายมาตั้งฐานในไทย
รวมทั้งตำรวจจะทำงานอย่างใกล้ชิดองค์กรต่างๆ และเอ็นจีโอป้องกันปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศเด็กและเยาวชน
ให้ความสำคัญการรณรงค์สร้างภูมิคุ้มกันในระดับมหภาค เยาวชนรู้จักปฏิเสธคนที่จะมาล่วงละเมิด และร่วมสร้างสังคมไทยให้ไม่ยอมรับการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก เกรงกลัวการดำเนินคดี
ตร.เตรียมดำเนินโครงการ “เมืองไทยปลอดภัยน่าอยู่” เน้นให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน
ผอ. ศตคม. ตร.กล่าวว่า เปรียบเทียบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ระหว่างกัมพูชากับเมียนมา พบว่าส่วนใหญ่อยู่ในฝั่งเมียนมา เป็นคนต่างชาติ 36 สัญชาติที่ตกเป็นเหยื่อเดินทางมา ขณะที่ฝั่งกัมพูชาเป็นคนไทยที่เดินข้ามไป
ปัจจุบันกลายเป็นปัญหารุนแรงส่งผลกระทบต่อไทย ทั้งทางการลงทุน การท่องเที่ยว และความเชื่อมั่นต่างชาติ สำหรับสถิติปีที่แล้วจับกุมคดีค้ามนุษย์ 279 ราย พบว่าปัญหาแรงงานประมงผิดกฎหมายเบาบางลง เจ้าหน้าที่ดูแล TIP Repor ยังกังวล
แต่พอใจตัวเลขการแก้ปัญหาดีขึ้น
ปัญหาไทยอยู่ที่ค้ามนุษย์ผ่านสแกมเมอร์ และการฉ้อโกงออนไลน์ ที่เป็นตัวเลขก้าวกระโดดอยู่
อย่างเหตุการณ์คนไทยกระโดดตึกฆ่าตัวตายหลายศพในกัมพูชาโดยไม่ทราบสาเหตุ ตำรวจทำการสืบสวนยาก
เพราะพยานหลักฐานอยู่ที่เกิดในเหตุกัมพูชา พนักงานสอบสวนไม่สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้ว่าอะไรคือสาเหตุ แต่ไม่ทิ้งประเด็นทำให้เสียชีวิต
ส่วนเคเคปาร์ค และชเวก๊กโก ในพื้นที่เมียวดี รัฐกะเหรี่ยง เมียนมา ตรงข้ามชายแดนไทยนั้น เป็นศูนย์กลางการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่ดำเนินการโดยกลุ่มทุนจีนเทา
หลังจากรัฐบาลจีนได้ทลายปรากฏว่า ได้ย้ายฐานลึกไปอยู่ท่าขี้เหล็ก เมียนมา
เช่นเดียวกับกัมพูชา หลังจากมีการปราบปรามที่ปอยเปต ได้ขยับฐานลึกเข้าไปอีก บางส่วนย้ายไปลาว
ล่าสุด วันที่ 2 กุมภาพันธ์ คณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศทั้ง 20 ประเทศ และเอฟบีไอเข้าสำรวจบริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ตรงข้ามเมืองโอร์เสม็ด จ.อุดรมีชัย หลังเหตุปะทะไทย-กัมพูชา เมื่อปลายปี 2568
พบว่า โอร์เสม็ดมีฐานสแกมเมอร์ คือโอร์เสม็ดรีสอร์ต และรอยัลฮิล
โดยเฉพาะในส่วนรอยัลฮิล มีอาคารสูง 6 ชั้น 3 อาคาร ใช้เป็นที่พักและห้องทำงานสแกมเมอร์ แยกเป็นประเทศต่างๆ เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ อินเดีย และมีอาคารผู้บริหารแยกออกมา 1 อาคาร รวมถึงห้องอาหาร ร้านค้า
ภายในอาคารต่างๆ มีหลักฐานมากมาย ที่กลุ่มสแกมเมอร์เคยใช้หลอกลวงประชาชน เช่น การจัดฉากหน่วยงานราชการของประเทศต่างๆ อาทิ สถานีตำรวจ และธนาคารลวงเหยื่อ เอกสารรายชื่อเหยื่อแต่ละประเทศ เสื้อผ้าชุดตำรวจ รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าและของใช้ส่วนตัวที่ได้ทิ้งไว้
นอกจากนี้ ตั้งแต่เกิดกรณี “หวัง ซิง” นักแสดงชายชาวจีน ถูกหลอกไปยังชายแดน อ.แม่สอด จ.ตาก และข้ามไปยังฝั่งเมียนมาไปทำงานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จนเจ้าหน้าที่ไทยช่วยเหลือนำตัวกลับมานั้น หลังจากนั้นมีการตั้งจุดตรวจคัดกรอง ด่านห้วยหินฝน อ.แม่สอด จ.ตาก ซักถามคนต่างชาติทุกคนที่เข้าไปมีวัตถุประสงค์อะไร
ที่น่าสนใจพบว่ามีต่างชาติมากกว่า 30 สัญชาติเข้าไปกุมภาพันธ์ถึงธันวาคม 3,667คน ส่วนใหญ่เป็นคนจีน คนลาว
นอกจากนี้ มีคนอเมริกันเข้าไปในพื้นที่แม่สอดด้วย แต่สรุปจุดประสงค์ที่เข้าไปไม่ได้ และยังพบว่ามีใช้ซิมอเมริกาตามแนวชายแดนด้วย
จากรายงานอินเตอร์โพลขยายตัวสแกมเมอร์ เดิมมี “ฮับ” ภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะเมียนมา และกัมพูชา เริ่มขยายไปแอฟริกาตะวันตก เป็น “ฮับ” ของศูนย์สแกมเมอร์แห่งใหม่ที่มีศักยภาพ
ทำให้ต้องเฝ้าติดตาม เรื่องนี้ รอง ผบ.ตร.ได้หารือกับเจ้าหน้าที่สหราชอาณาจักรเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว และนัดหมายพูดคุยประเด็นนี้ต่อไป
เพราะฉะนั้น ในปี 2569 ตร.จะปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในมติค้ามนุษย์ ซึ่งมีฐานคดีเดียวกันและดำเนินคดีไปด้วยกันกับนานาชาติ
ผลักดันการแก้กฎหมายเพื่อไม่ให้สังคมไทยยอมรับการละเมิดทางเพศเด็ก การดูหนังโป๊เด็ก การค้าประเวณีเด็ก
ดำเนินคดีกับคนในกลุ่มไลน์เป็นสมาชิกมีเผยแพร่คลิปละเมิดเด็ก รวมทั้งขึ้นแบล๊กลิสต์ จำกัดพื้นที่คนเหล่านี้ด้วย
ถือเป็นวิกฤตใหญ่ที่ต้องเดินหน้าปราบปรามทั้งสแกมเมอร์ และค้ามนุษย์
เพราะถ้าไม่แก้ปัญหาในประเทศเพื่อนบ้าน ไทยจะมีปัญหาความมั่นคงด้วย
