bg-single

กราดยิง ‘โรงเรียน-อบจ.นนทบุรี’ สะท้านสะเทือนนโยบายคุม ‘ปืน’ รัฐบาลโชว์เข้ม ‘แต่ไม่ขลัง’?

14.08.2026

ในประเทศ

ประเด็นเรื่องการครอบครองอาวุธปืนในไทยกำลังถูกผู้คนในสังคมตั้งคำถามอย่างหนัก หลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง 2 ครั้งติดต่อกันภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน

เริ่มจากเหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 โดยผู้ก่อเหตุเป็นเด็กนักเรียนชั้น ม.3 อายุ 14 ปี ใช้อาวุธปืน CZ 75 ยิงปู่กับย่าเสียชีวิตในบ้านพัก ก่อนเดินทางไปก่อเหตุสลดที่โรงเรียน จนทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 9 คน กลายเป็นอีกหนึ่งโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สร้างความสะเทือนใจกับคนไทยทั้งประเทศ

ถัดมาอีก 3 วัน เกิดเหตุยิงภายในสำนักงานองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี โดยผู้ก่อเหตุคือนายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต ส.ส.นนทบุรี ใช้อาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. บุกยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรีเสียชีวิต ส่วนสาเหตุคาดว่ามาจากเรื่องส่วนตัว นับเป็นคดีอุกฉกรรจ์ร้ายแรง ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และตอกย้ำปัญหาการครอบครองอาวุธปืนอีกครั้ง

ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ยังเกิดกระแสดราม่าสนั่นโซเชียล เหตุพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ปล่อยให้นายฉลองได้รับอภิสิทธิ์นั่งสูบบุหรี่ในสถานที่ราชการ รวมถึงไม่ใส่กุญแจมือขณะให้สัมภาษณ์นักข่าว ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อกฎหมายและระเบียบ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องความไม่เหมาะสม

และเกิดคำถามว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจเลือกปฏิบัติกับผู้ต้องหาหรือไม่ อย่างไร

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเหตุการณ์ความรุนแรงทั้ง 2 ครั้งที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการครอบครองอาวุธปืน แม้ว่าจะมีข้อจำกัดเกี่ยวกับการออกใบอนุญาตอาวุธปืนในประเทศไทย แต่ประชาชนก็ยังสามารถหาซื้ออาวุธปืนได้ค่อนข้างง่าย ไม่ว่าจะโดยถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายก็ตาม

จากข้อมูลของ Small Arms Survey ที่ถูกนำไปใช้อ้างอิงในงานวิจัยและรายงานด้านสุขภาพในปี 2017 ระบุว่า ประเทศไทยมีอาวุธปืนในมือพลเรือนประมาณ 10.34 ล้านกระบอก หรือในประชากร 100 คนจะมีการถือครองปืนอยู่ราว 15.1 กระบอก โดยมีอาวุธปืนมากเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน และอยู่อันดับ 13 ของโลก

ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ในจำนวนปืน 10.34 ล้านกระบอก มีอยู่ 4.12 ล้านกระบอกเป็นปืนที่ไม่ได้จดทะเบียน หรือถูกเรียกว่าปืนเถื่อน และอีกกว่า 6.22 ล้านกระบอกเป็นปืนถูกกฎหมาย

ขณะที่ East Asia Forum ระบุว่า จำนวนปืนในมือพลเรือนของไทย ยังสูงกว่าจำนวนปืนของกองทัพประมาณ 10 เท่า และสูงกว่าจำนวนปืนของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายประมาณ 45 เท่า โดยไทยมีอาวุธปืนในกองทัพราว 1,052,815 กระบอก ส่วนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายมีอาวุธปืนอีกราว 230,000 กระบอก

ที่สำคัญยังพบว่า ไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากเหตุฆาตกรรมด้วยอาวุธปืนสูงเป็นอันดับ 2 ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากฟิลิปปินส์ และมีข้อมูลจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในปีงบประมาณ 2566 ระบุว่า มีคดีเกี่ยวกับปืนเถื่อนรวมกว่า 34,806 คดี

ขณะที่ข้อมูลในช่วงกว่าทศวรรษที่ผ่านมายังสะท้อนแนวโน้มจำนวนคดีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนทำให้หลายคนเกิดคำถามว่าทำไมคนไทยเข้าถึงอาวุธปืนได้ง่าย

สะท้านสะเทือนไปยังนโยบายคุมปืนของรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ในช่วงที่ผ่านมาพบช่องโหว่ปืนเถื่อนในหลายรูปแบบ ทั้งการลักลอบนำเข้า การดัดแปลงสิ่งเทียมอาวุธปืน เช่น แบลงก์กัน และบีบีกัน ทำให้สามารถใช้กระสุนจริงได้ รวมถึงมีการผลิตเองในลักษณะปืนไทยประดิษฐ์

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการรั่วไหลจากระบบทะเบียนการเปลี่ยนมือของอาวุธปืนไปยังผู้ที่ไม่มีสิทธิ์ครอบครอง และการซื้อขายผ่านช่องทางออนไลน์ หรือปืนสวัสดิการและปืนจากหน่วยงานรัฐที่กำลังถูกจับตามองเป็นพิเศษในขณะนี้ โดยเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ความรุนแรงในจังหวัดนนทบุรี

อย่างไรก็ตาม แม้รัฐบาลจะพยายามยกระดับความเข้มงวดในการควบคุมอาวุธปืน เพื่ออนุญาตให้บุคคลซื้อ มี และใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน โดยมีการระบุขั้นตอนการซื้อที่ถูกกฎหมาย ต้องขอใบอนุญาต ป.3 ก่อนซื้อ และเมื่อได้มาต้องจดทะเบียนขอ ป.4 เพื่อมีและใช้ รวมทั้งการอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว ป.12

แต่ข้อเท็จจริง การควบคุมอาวุธปืนกลับทำได้ยาก เพราะยังมีการลักลอบซื้อขายปืนเถื่อนอยู่ในตลาดมืดและออนไลน์ โดยที่ภาครัฐไม่สามารถตรวจสอบได้อย่างเข้มงวดทั้งหมด

อีกหนึ่งประเด็นที่น่ากังวลในขณะนี้ และหน่วยงานรัฐต้องเข้าไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วนคือ จำนวนปืนสวัสดิการที่ซื้ออย่างถูกต้องตามกฎหมาย ที่รัฐจัดจำหน่ายให้ข้าราชการพลเรือน ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ แต่กลับพบว่ามีการลักลอบขาย ไม่ได้ตัดโอนใบอนุญาต ทำให้กลายเป็นปืนเถื่อน

จากข้อมูลพบว่ามีจำนวนนับหมื่นกระบอก ที่หนักไปกว่านั้นคือกระสุนปืนเถื่อน ที่ถูกซื้อและจำหน่ายผ่านชมรมหรือสมาคมยิงปืนในตลาดมืดแต่ละพื้นที่อีกกว่า 2 แสนนัด

โดยมีแหล่งขายกระจายอยู่ในหลายจังหวัด เช่น นนทบุรี สมุทรปราการ นครราชสีมา เชียงใหม่ และนครสวรรค์ ซึ่งยากต่อตรวจสอบ เนื่องจากชมรมหรือสมาคมยิงปืนเป็นเพียงรายย่อย แต่การควบคุมนายทุนตัวจริงจะทำอย่างไร

นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายของรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยในการแก้ปัญหาการควบคุมอาวุธปืน เพื่อล้อมคอกเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสังคม จับตามาตรการโชว์เข้มของรัฐบาลว่าจะขลังหรือไม่ขลัง อย่างไร

ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ประกาศเร่งผลักดันร่าง พ.ร.บ.อาวุธปืนฉบับใหม่ พร้อมสั่งการให้กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานตำรวจแห่งชาติระงับการต่อใบอนุญาตอาวุธปืนทั้ง 3 ประเภท ได้แก่ ป.3, ป.4 และ ป.12 จนกว่าจะเปลี่ยนแปลงมติคณะรัฐมนตรี

นายกฯ ได้ย้ำถึงแนวปฏิบัติที่เข้มงวดว่า ระยะนี้ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจจะตั้งด่านตรวจค้นเน้นอาวุธปืนและยาเสพติดอย่างเข้มงวด หากพบผู้ใดฝ่าฝืนพกอาวุธปืนนอกเคหสถาน จะถูกดำเนินคดีและคัดค้านการประกันตัวในชั้นสืบสวนสอบสวน ต้องเข้าห้องขังทันที

โดยสั่งห้ามพกอาวุธปืนออกนอกบ้าน 100% ห้ามผู้ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐขณะปฏิบัติหน้าที่พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนออกนอกบ้านอย่างเด็ดขาด

สนามยิงปืนก็จะไม่มีข้อยกเว้น นักกีฬาที่จะนำปืนไปซ้อมก็จะต้องตรวจสอบจำนวนกระสุนกับสนามยิงปืน เมื่อซ้อมเสร็จก็ต้องเก็บปืนไว้ที่สนาม ห้ามพกออกมา จะอ้างอะไรไม่ได้ทั้งนั้น ถือว่าไม่มีเหตุผล ประเทศอื่นก็ทำกันหมดแล้ว ห้ามพกพาปืน เป็นกฎหมายรุนแรงถึงขั้นประหารชีวิตด้วย

เมื่อถูกถามว่าประชาชนสามารถนำอาวุธปืนออกมาใช้เพื่อป้องกันตัวเองหากเจอโจรขึ้นบ้านได้หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “ยิงในบ้านก็ไม่ได้ ลองไปยิงโจรในบ้านก็ผิดอยู่ดี กฎหมายไม่ได้คุ้มครองตรงนั้น”

“ที่ผ่านมาเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่ผมถือว่าปืนไม่ใช่ของที่ดี ใครมีอยู่ใกล้ตัวก็คิดว่าตัวเองมีกำลังเหนือคนอื่น ถ้าเกิดมีเหตุกดดันหรือบันดาลโทสะขึ้นมาก็จะทำให้คนอื่นเดือดร้อน จะทำให้ถูกใจคนทั้งหมดไม่ได้ แต่ต้องทำให้เกิดความปลอดภัย โดยเฉพาะคนที่เคราะห์ร้ายกลายเป็นผู้บริสุทธิ์ เป็นสุจริตชนทั่วไป และเป็นเด็กด้วย” นายอนุทินกล่าว

ส่วนกรณีภรรยานายกฯ ธนนนท์ นิรามิษ ที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและมีการระบุว่าครอบครองอาวุธปืนด้วยนั้น นายอนุทินถึงกับอุทานด้วยความตกใจว่า “งั้นผมคงต้องระวังตัวผมเอง” พร้อมทั้งยืนยันว่าตนไม่มีอาวุธปืนในครอบครองแล้ว

ขณะที่นายอนาลโย กอสกุล ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง การทหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์ เจ้าของเพจ Thaiarmedforce วิจารณ์แนวทางการควบคุมอาวุธปืนของรัฐบาล โดยระบุว่าตอนนี้เหมือนคนที่ทำถูกกฎหมายถูกลงโทษอยู่ฝ่ายเดียว ในทางกลับกัน คนที่ถือปืนเถื่อนก็ยังถือได้ต่อไป

นอกจากนี้ นายอนาลโยยังเสนอให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติอาวุธปืน พ.ศ.2490 เพราะบริบทในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมากแล้ว แต่ย้ำว่ากระบวนการต่างๆ ต้องเกิดจากการพูดคุยและถกเถียงจากผู้เชี่ยวชาญ ผู้ที่มีประสบการณ์

โดยยึดหลักวิทยาศาสตร์ หลักอาชญาวิทยา หลักจิตวิทยา และหลักนิติศาสตร์ ในการพิจารณาแก้ไข ไม่ใช้ความรู้สึกของคนใดคนหนึ่งมาเป็นตัวกำหนดกฎเกณฑ์

ตลอดจนสังคายนาระบบครอบครองปืนสวัสดิการ ป้องกันข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่รัฐขายอาวุธปืนทำกำไร เพิ่มกระบวนการตรวจสอบที่ชัดเจน ลดการใช้ดุลพินิจของนายทะเบียนในการออกใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ปิดช่องโหว่การทุจริตคอร์รัปชั่น

ที่สำคัญกระทรวงมหาดไทยต้องใช้มาตรการเชิงรุกเพื่อควบคุมการเข้าถึงอาวุธปืนอย่างเคร่งครัด เพื่อลดผลกระทบต่อความปลอดภัยในสังคม ลดความเสี่ยงต่อการใช้ความรุนแรงจากอาวุธปืนของประชาชน นักการเมือง หรือผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ต่างๆ

ถือเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญว่านโยบายคุมปืนของรัฐจะขลังจริง หรือจะไร้น้ำยา!?



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

คุยกับอดีต รมช.ศธ. ว่าด้วยโรงเรียนปลอดภัย การดูแลสุขภาพจิตเด็ก และปัญหาการศึกษาไทย
เจ้าฟ้าและสามัญชน (จบ) มาดาม เดอ พิษณุโลก
ธงทอง จันทรางศุ | บัณฑิตในอุดมคติ กรณีศึกษาจาก ‘ฮลุน โซโล่’
เหยี่ยวถลาลม | กว่าจะเป็นยอดมนุษย์
ล็อกเป้าเช็กบิลย้อน 7 ปีโกงสอบ ลุ้น! ป.ป.ช.ลงดาบล้างบาง บช.ก.หอบสำนวน 3,000 หน้าเอาผิด
“พิชัย” เตือน อย่าสะเปะสะปะในการเจรจาสหรัฐ หวั่นยิ่งล้มเหลว ชี้ อย่านำ “คอบร้าโกลด์” มาต่อรองเรื่องภาษี หวั่นไทยเสียหาย แนะปัญหาอาจอยู่ที่ทีมเจรจา ควรพิจารณาปรับทีม
เด็ก บาดแผลที่มองไม่เห็น และหนทางสู่การเยียวยา
ย้อน โศกนาฏกรรมช็อกประเทศ ด.ช. 14 กราดยิงสยอง 9 ศพ ปมกดดัน-เสพสื่อรุนแรง เซฟโรงเรียน-วาระชาติ
ความสัมพันธ์เมียนมา-ไทยวันนี้และอนาคต ไทยจะได้อะไร
ไซเบอร์ สแกมเมอร์ อาชญากรรมคุกคามโลก
ปฏิรูประบบราชการ หรือปฏิรูปรัฐ?
มหาอำนาจต้องการอะไรจากเมียนมา