bg-single

ฐากูร บุนปาน | ปากบอก new normal เอาดิจิตอลหุ้มเปลือก แต่เนื้อในคือไดโนเสาร์เต่าล้านปี

25.05.2020

ใครจะบอกว่าเป็นไดโนเสาร์เต่าล้านปี

เป็นพวก “อะนาล็อก” ตกยุคตกสมัย

ก็ยอมรับอย่างหน้าชื่นตาบาน

และขอยืนยันว่า “โรงเรียน” และสังคมในโรงเรียนยังเป็นเรื่องจำเป็น (ในปัจจุบัน อนาคตว่ากันอีกที)

โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเด็กในวัยก่อนเป็นผู้ใหญ่

ทั้งอนุบาล ประถม มัธยม

สภาพมหาโกลาหลตั้งแต่ก่อนจนกระทั่งถึงช่วงเวลาจริงของ “การเรียนออนไลน์” ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้

สะท้อนความเชื่อ (ส่วนตัว) ข้างต้นได้ดี

เข้าใจถึงความปรารถนาดีของกระทรวงศึกษาธิการและคุณครูบางท่านเป็นอย่างดี

ที่เกรงว่าเด็กจะเรียนช้า หรือว่าไม่ได้เรียนอะไรเลยในช่วงการกระจายของโรคระบาด

แต่มาตรการประเภท “แถวตรง” แบบทหารที่เอามาใช้

คือสั่งคำเดียวแล้วรับไปปฏิบัติเหมือนกันหมดทั่วประเทศ หรือทั้งสังคมนั้น

มัน “ไม่เวิร์ก”

ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

และก่อให้เกิดปัญหาอีกหลายๆ อย่างตามมา

อย่างแรกเลยก็คือ มันตอกย้ำให้เห็นความเหลื่อมล้ำ

และตอกลิ่มให้ความเหลื่อมล้ำนี้ถ่างกว้างมากขึ้น

ภาพยายจูงหลานกำเงินก้อนสุดท้ายในบ้าน 2,000 บาท ไปเดินซื้อหาสมาร์ตโฟน เพื่อจะให้หลานได้เรียนออนไลน์

ภาพเด็กทุบกระปุกเพื่อซื้อโทรศัพท์เพื่อทำแบบเดียวกัน

ว่า “ดราม่า” แล้ว

แต่ความจริงที่โหดร้ายกว่าก็คือ ยังมีคนอีกจำนวนไม่น้อยที่ “ตกขบวน” ไปเลย

ไม่ว่าจะเพราะไม่มีเงินซื้อเครื่องมือสื่อสาร

ไม่มีเงินจ่ายค่าอินเตอร์เน็ต

ถามว่ากระทรวงศึกษาธิการในฐานะผู้ออกนโยบาย มีตัวเลขหรือสถิติไหมครับว่า

เด็กตกสำรวจ-นักเรียนที่เข้าไม่ถึงระบบออนไลน์นี้มีเท่าไหร่

ถ้าไม่รู้ก็คือล้มเหลว

รู้แล้วแก้อะไรไม่ได้

ก็คือล้มเหลวเหมือนกัน

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน

ก็คือ จะ “วัดผล” ของการเรียนออนไลน์นี้อย่างไร

อย่าตอบว่าด้วย “คะแนน” นะครับ

จะให้สอบตกทั้งกระทรวง

เพราะวัตถุประสงค์ของโรงเรียนนั้นไม่ใช่แค่วัดด้วยคะแนนสอบของเด็ก

แต่คือการทำให้เกิดพัฒนาการ ให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นคนเต็มคน

โดยเฉพาะพัฒนาการทางสังคม

ยิ่งกับเด็กในวัยอนุบาล ประถม และมัธยม เรื่องนี้ยิ่งจำเป็น

จะชั่วจะดี โรงเรียนก็เป็นแหล่งบ่มเพาะพัฒนาการที่สำคัญที่สุดในช่วงเวลาหนึ่งของชีวิต

ไม่อย่างนั้นจะมีครูมีโรงเรียนไว้ทำไม

นี่ยังไม่พูดถึงประเด็นที่ถูกวิจารณ์อื่นๆ

เช่น หลักสูตรยัดไส้

หรือคุณภาพของผู้สอนที่ไม่ถึงขั้น

ฯลฯ

ซึ่งอันนั้นไม่ว่าจะเรียนกันต่อหน้า หรือว่าเรียนออนไลน์ ก็เป็นเรื่องต้องปรับปรุงอยู่แล้ว

วันนี้ว่ากันแต่ “นโยบายเฉพาะหน้า” ล้วนๆ

อย่างที่บอก การเรียนออนไลน์ไม่ใช่ไม่มีประโยชน์หรือไม่เหมาะ

แต่ว่ามีประโยชน์กับกลุ่มจำเพาะที่เข้าเงื่อนไข

ไม่ใช่ทำแบบเหวี่ยงแหทั่วประเทศแบบนี้

ถามว่าจังหวัดที่ไม่มีผู้ติดเชื้อมาเลย ทำไมเปิดเรียนไม่ได้

หรือจังหวัดที่ไม่มีผู้ติดเชื้อใหม่มาหนึ่งเดือนหรือมากกว่านั้น ทำไมเปิดเรียนไม่ได้

ไม่เชื่อตัวเลขของทางการด้วยกัน (เหมือนชาวบ้านส่วนหนึ่งสงสัย)

หรือขี้เกียจ สักแต่มีอำนาจก็สั่งๆ ไป

เห็นพูดกันไม่หยุดปากว่า new normal-new normal

แต่ไอ้ที่ทำอยู่ด้วยการเอาเปลือกดิจิตอลหุ้มเข้าไป

ส่วนเนื้อในนี่ไดโนเสาร์เต่าล้านปียิ่งกว่า

มันสะท้อนความเชยของตัวนโยบายและรัฐชัดเจนมากนะครับ


 



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

เชลยศึกสงครามลาว (55) “Taking Chance”
33 ปี ชีวิตสีกากี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ (200)
อ่าน สงครามชีวิต อ่าน กุหลาบ สายประดิษฐ์ อ่าน สังคมสยาม
ดินแดง ราชปรารภ หลักฐาน ของ NICK NOSTITZ ในดง กระสุน ความเร็วสูง ‘ทหาร’
เผ็ดร้อนแค่ไหน เมื่อ AI รีวิว ‘คน’
50 ปี 6 ตุลา (9) ชีวิตเปลี่ยน – ประเทศเปลี่ยน
E-DUANG | ภาพลักษณ์ การเมือง ไอซ์ รักชนก ณเบื้องหน้า เชิญชวน เงิน”บริจาค”
การเลือกตั้งกลางเทอมอเมริกัน | สุรชาติ บำรุงสุข
ภาวะผู้นำแบบพ่อมด Oz
520 วันบันทึกของคำจากลา ในโลกหลังกำแพง (27)
Songs in the Key of Life : แด่นายดำ นามสกุลเรย์
การปฏิวัติวัฒนธรรมจีน ภาพสะท้อน จากวรรณกรรมร่วมสมัย ‘กี่เพ้า’