bg-single

สุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลสมัยที่ 2 จากนักโต้เวทีสู่ท่านเปา

12.01.2026

คอลัมน์ โล่เงิน

“สิ่งแรกที่เข้ามาในหัว ถ้ารับงานนี้ (โฆษกศาล) ตัวเองต้องยอมตายแทนองค์กรได้ พร้อมหรือยัง”

สุริยัณห์ หงษ์วิไล หรือวงการท่านเปา เรียกว่า “ท่านกุ้ง” ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา ย้อนความรู้สึกให้ฟังตอนได้แต่งตั้งเป็นโฆษกศาลยุติธรรมครั้งแรกเมื่อปี 2560

เหตุเพราะศาลยุติธรรมเป็นองค์กรที่ผู้บริหารมอบหมายให้ผู้ดำรงตำแหน่งโฆษก สื่อสารแทนองค์กรเป็นหลัก

อาจแตกต่างจากองค์กรอื่นที่ผู้บริหารอาจจะลงมาให้สัมภาษณ์เองบ้าง

ต้องพร้อมแบกรับแรงกระแทกที่อาจเกิดขึ้นจากภายนอก กรณีที่เขาไม่เข้าใจในคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์

ขณะเดียวกันก็ต้องพร้อมรับมือแรงกระแทกจากภายใน ถ้าบางกรณีที่เขาเห็นว่าโฆษกศาลยุติธรรมควรจะชี้แจงหรือให้ข้อมูลได้แล้ว

แต่กระะนั้นเมื่อการวิเคราะห์ของผู้บริหารที่รับผิดชอบร่วมกับทีมงานแล้ว คำตอบที่ได้อาจจะไม่ตรงกับความต้องการของคนภายในบางท่าน ก็ต้องแบกรับให้ได้

ปรากฏว่าตัวเองโอเคพร้อมรับสภาพนี้ได้ จึงทำหน้าที่เป็นโทรโข่งองค์กร

เริ่มตั้งสมัย ชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกาคนที่ 44 ต่อมา ไสลเกษ วัฒนพันธุ์ และเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกาคนที่ 45, 46

นั่นแสดงว่า การทำหน้าที่ดังกล่าวได้รับการยอมรับ และได้รับความไว้วางใจในการนำเสนอข้อมูลศาลยุติธรรมไปสู่ประชาชนมีความถูกต้องแม่นยำ

และสามารถสร้างภาพลักษณ์ความเข้าใจขององค์กรศาลยุติธรรมไปสู่ประชาชนได้อย่างดี

ต่อมา อดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาคนที่ 51

ได้แต่งตั้ง “ท่านกุ้ง” เป็นโฆษกศาลยุติธรรมเป็นสมัยที่ 2

สําหรับคำสั่งให้ สุริยัณห์ ปฏิบัติหน้าที่โฆษกศาลยุติธรรมนั้น

ระบุว่าเพื่อให้การดำเนินการให้ข่าวและบริการข่าวสารของศาลยุติธรรมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยมีอำนาจหน้าที่การให้ข่าวและบริการข่าวสารของศาลยุติธรรม

ดังนี้

1. ข่าวเกี่ยวกับการประชุมคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) และคณะกรรมการข้าราชการศาลยุติธรรม (ก.ศ.)

2. ข่าวเกี่ยวกับนโยบายของประธานศาลฎีกา

3. ข่าวที่ต้องแถลงข้อเท็จจริงในกรณีจำเป็นเร่งด่วน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายแก่ศาลยุติธรรมและสำนักงานศาลยุติธรรม และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน

4. ข้อมูลและข่าวสารในลักษณะวิชาการ ซึ่งสมควรเผยแพร่แก่ประชาชน ตลอดจนข่าวเกี่ยวกับการปฏิบัติงานประจำหรือภารกิจที่ได้รับมอบหมาย โดยเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมว่าด้วยการให้ข่าวและบริการข่าวสารของศาลยุติธรรม พ.ศ.2545

เจ้าตัวเปิดใจว่า รู้สึกดีใจและหนักใจ แม้เคยผ่านงานนี้มาก่อน

เนื่องจากต้องแบกรับความคาดหวังทั้งภายนอกและภายในศาลยุติธรรม

แต่ดีใจที่ผู้บริหารมั่นใจจากผลงานการทำงานที่ผ่านมา จึงให้โอกาสกลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้ง

“สมัยแรกผมทำความคุ้นเคยกับสื่อมวลชนที่รายงานข่าวศาลยุติธรรมพอสมควร แม้จะพ้นตำแหน่งไปแต่ก็ยังติดต่อกับกลุ่มสื่อมวลชนอยู่เสมอ”

การรับตำแหน่งครั้งที่ 2 แม้จะมีรายละเอียดงานมากกว่าช่วงแรก แต่พอคุ้นชินกับกระบวนการทำงานแล้ว

บวกกับมีทีมผู้บริหารและทีมงานที่เก่งคอยสนับสนุน การทำหน้าที่โฆษกศาลยุติธรรมในครั้งที่ 2 เลยง่ายขึ้น

โฆษกศาลยังเล่าเพิ่มเติมว่า ก่อนสอบเข้ามาเป็นผู้พิพากษาได้มีโอกาสเป็นที่ปรึกษาโครงการประกวดการพูดจึงได้ทำงานกับบริษัทเอเยนซี่โฆษณาแห่งหนึ่ง

ช่วงที่สอบเข้าเป็นผู้พิพากษาไม่นึกว่าทักษะด้านการพูดจะต้องใช้อีกแล้ว ต้องไปฟื้นความรู้ส่วนนี้

รวมทั้งสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปพอสมควรจนต้องเรียนรู้และทำความเข้าใจกับกระบวนการสื่อสารขององค์กรอย่างศาลยุติธรรมใหม่

โชคดีผู้บริหารเข้าใจและเห็นความตั้งใจในการทำงาน พี่ๆ น้องๆ ในศาลยุติธรรมก็ให้กำลังใจมาตลอดจนได้รับตำแหน่งอีกครั้งในปี 2568

สําหรับจุดหักของชีวิตเข้าสู่อาชีพข้าราชการฝ่ายตุลาการ

“ท่านกุ้ง” เล่าว่า เคยเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขันรายการ โต้คารมมัธยมศึกษา ขณะศึกษาชั้น ม. 6 โรงเรียนสตรีวิทยา 2 โดยมีกรรณิกา ธรรมเกษร เป็นผู้จัดการแข่งขัน

ตัวเองไม่รู้ตัวว่าโรงเรียนจะส่งให้เข้าร่วมแข่งขัน เพราะยังไม่รู้จักการโต้วาทีที่ถูกต้องเป็นอย่างไร การเตรียมประเด็นเป็นการจินตนาการของตัวเองที่ดูจากรายการต่างๆ

หลังจากที่แข่งขัน รอบแรกๆ ก็ยังเอาชนะคู่แข่งได้ แต่พอรอบ 16 ทีมสุดท้ายเริ่มแพ้จนได้รู้ว่าการโต้วาทีที่ถูกต้องเป็นอย่างไร

แต่หลังจากนั้นยังได้รับการติดต่อจากทีมงานให้ไปทำเทปพิเศษระหว่างโรงเรียนสตรีวิทยา 2 กับโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ที่นำนักโต้วาทีจากทีมที่แพ้เข้ามาแข่งขันกัน

นอกจากชอบในเรื่องศิลปะการพูดแล้ว ยังชอบการเมืองมากๆ รวมถึงได้ดูการอภิปรายไม่ไว้วางใจของ ส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎร

สุดท้ายจึงเลือกเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จุดเปลี่ยนชีวิตมาอยู่ตรงที่ได้คำตอบภายหลังว่าไม่เหมาะที่จะไปเส้นทางสายการเมือง จึงกลับมาทบทวนตัวเองว่าเหมาะกับงานด้านใด

อีกทั้งรู้สึกอิ่มตัวกับงานด้านบรรยายและการพูด

จึงตกผลึกภายหลังว่าอยากทำงานที่ช่วยสังคม และลึกๆ ไม่ชอบการแข่งขันในการทำงานมากเกินไป จนอ่านหนังสือและสอบเนติบัณฑิตจนได้เป็นผู้พิพากษา

และไต่ขึ้นมาเรื่อยๆ โดยเริ่มจากการทำงานที่ศาลจังหวัดเดชอุดมเป็นที่แรก

แล้วไปศึกษาต่อปริญญาโทนิติศาสตรมหาบัณทิต มหาวิทยาลัยนอตติ้งแฮม สหราชอาณาจักร จนจบกลับมาทำงานต่อ

ผู้ใหญ่ในขณะนั้นเห็นควรจะเข้ามาช่วยงานบริหารส่วนกลางและเริ่มที่สำนักประธานศาลฎีกาโดยติดตามประธานศาลฎีกา รวมถึงติดตามการขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ อยู่ 1 ปี

หลังจากประธานศาลฎีกาในสมัยนั้นพ้นวาระ เลขาธิการศาลยุติธรรมจึงชวนเข้ามาทำงานในส่วนกลาง ประกอบกับเคยมีประสบการณ์ในการเป็นนักโต้วาทีจึงได้ดูแลกองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์

นอกจากปฏิบัติภารกิจในโครงการต่างๆ ของสำนักงานศาลยุติธรรม สุริยัณห์ยังเป็นประธานคณะทำงานอีกหลายโครงการ ที่โดดเด่นคือ ‘ต้นกล้าตุลาการ’ และ ‘เยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน’

‘ต้นกล้าตุลาการ’ จุดคิดคือเยาวชนมัธยมปลายเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ กำลังเลือกเส้นทางตัวเองจะเรียนด้านไหน คณะนิติศาสตร์เป็นหนึ่งในตัวเลือก

แต่ปัญหายังไม่รู้ว่าถ้าเรียนจบจะต้องเจออะไรบ้าง ค่ายต้นกล้าตุลาการจึงให้คำตอบที่จะก้าวไปนั้นใช่ตัวเองหรือเปล่า

ส่วน ‘เยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน’ เกิดจากแนวคิดผู้บริหาร อยากทำประโยชน์ให้เยาวชน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เน้นเรื่องสิทธิเสรีภาพเป็นเกราะป้องกันตัวเองให้เยาวชน

ขณะเดียวกันก็จะเสริมประสบการณ์ให้สัมผัสสถานที่ต่างๆ เช่น ศาลฎีกา ทำเนียบรัฐบาล หรือการพิจารณาคดีในศาลว่ามีรูปแบบอย่างไร รวมทั้งเน้นความจริงใจที่มีต่อกัน

ทั้งสองโครงการถือว่าได้รับผลตอบรับจากเยาวชนเป็นอย่างดี



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

มท.- PEA แถลงผลการบุกทลายเหมือง Bitcoin เถื่อนใน 5 จังหวัด ยึดเครื่องขุดกว่า 300 เครื่อง
เจ้าฟ้าและสามัญชน | สองนักเรียนไทยเริ่มหวั่นไหวกับสาวรัสเซีย
ปิดฉากคดี 7 ตำรวจจราจร ตื้บมาสด้าแดงแหกด่านผิดคน ‘พ.ร.บ.อุ้มหาย’ บทเรียน จนท.รัฐ
ธงทอง จันทรางศุ | เมื่อต้องเป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ในวัย 71 ปี
ไชโย … ฮอร์มุซเปิดแล้ว ! | สุรชาติ บำรุงสุข
หลายภาคส่วนระดมกำลัง ร่วมสำรวจฐานการเรียนรู้บูณาการการสร้างและส่งเสริมความเป็นพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาท – บำรุงรักษ์ป่าเขาขยาย ชัยนาท
เสียง
บางสิ่งเข้ามา | เรื่องสั้น : นรเศรษฐ์ ทับทิมทอง
เวลา | กวีกระวาด : ธาร ธรรมโฆษณ์
ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา : ยั่วยุและเพิ่มกำลังรบ
เมื่อหนุ่มสาวลุกฮือ : จาก ‘แมลงสาบ’ อินเดีย ถึง ‘ล้มละลาย’ ที่อินโดฯ
ดีลสหรัฐ-อิหร่าน หน้าสุดท้ายของสงคราม กับรอยยับที่ไม่คลาย