bg-single

2026 : ข่าวดีพอมีแต่ต้องเพ่ง ข่าวร้ายมีเยอะและโฉ่งฉ่าง!

26.12.2025

กาแฟดำ | สุทธิชัย หยุ่น

ใครคนหนึ่งบอกผมว่าสิ้นปี 2025 ก็ปลอบใจตัวเองว่าจะได้หลุดออกจากวงจรแห่งวิกฤตมากมายที่ต้องเผชิญในปีนี้

ปี 2026 จะหน้าตาแบบไหน… สำหรับคนไทยธรรมดาคนหนึ่ง?

นักเศรษฐศาสตร์มือฉมังอย่าง ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย บอกผมด้วยรอยยิ้มแห้งๆ ว่า ถ้าจะสรุปข่าวเศรษฐกิจไทยแบบสั้นที่สุดให้เข้าใจง่าย ก็อาจพูดได้ว่า

ข่าวร้าย : GDP ไทยโตต่ำสุดในอาเซียน

ข่าวดี : ปีนี้โตดีกว่าปีหน้า (คือปี 2026)

…ฟังแล้ว พอตั้งสติได้ก็อุทานทันทีว่า “ไม่ตลกเลยสักนิด นี่มันข่าวจริง ไม่ใช่มุข”

แต่เอาเถอะ ในฐานะคนไทยธรรมดาๆ คนหนึ่งที่ตื่นเช้ามาเปิดข่าวแล้วถอนหายใจยาว เพราะ 2026 จะเป็นปีที่ “ไม่มีใครเบื่อ” แน่นอน

เพราะถ้าเศรษฐกิจไม่เร้าใจ การเมืองก็จะจัดให้เอง

เศรษฐกิจ : โตช้า แต่เรื่องให้เครียดโตเร็ว

ปี 2026 ดูแล้วไม่น่าจะเป็นปีแห่งการอวดตัวเลขสวยๆ ของไทย

เราไม่ได้แข่งกับใครเรื่อง GDP เพราะแพ้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่ง แต่สิ่งที่โตเร็วแน่ๆ คือ

ชีวิตประจำวันของคนไทยในปี 2026 อาจเป็นแบบนี้

“ไม่รู้ GDP โตเท่าไร แต่รู้ว่าข้าวแกงขึ้นราคาอีกแล้ว”

การลงทุนชะลอ การส่งออกโดนกดดัน การท่องเที่ยวฟื้นแต่ไม่สุด และคำว่า “เศรษฐกิจโลกผันผวน” จะกลายเป็นวลีประจำรายการข่าวเช้าเหมือนพยากรณ์อากาศ

การเมือง : เลือกตั้งมาแล้ว… แล้วไงต่อ?

ปี 2026 มีการเลือกตั้ง ซึ่งแง่ทฤษฎีควรเป็นข่าวดี เพราะมันคือความหวังว่า “รัฐบาลใหม่” จะเข้ามาแก้ปัญหาเก่าๆ

แต่ในทางปฏิบัติ คนไทยจำนวนไม่น้อยอาจคิดว่า

“เลือกตั้งแล้วก็ลุ้นต่ออีกว่า จะได้รัฐบาลแบบไหน และจะทำงานได้แค่ไหน”

ปัญหาที่กองรออยู่หน้าประตูรัฐบาลใหม่ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย

สงครามไทย-กัมพูชา ที่ยังไม่รู้ว่าจะจบแบบไหน

ผลพวงน้ำท่วมหาดใหญ่ ที่ไม่ใช่แค่เรื่องน้ำ แต่คือชีวิตคน

แก๊งคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ชายแดน ที่เหมือนเกมตีตุ่น ตีเท่าไรก็โผล่มาใหม่

การเมืองคุณภาพต่ำ แต่การแข่งขันแย่งเก้าอี้และแบ่งผลประโยชน์ระหว่างนักการเมืองก็ยังร้อนแรง โดยบอกไม่ได้ว่าประชาชนอยู่ตรงไหนของสมการการเมืองของประเทศ

รัฐบาลใหม่ในปี 2026 อาจต้องใช้เวลาช่วงแรกไปกับการ “ตั้งหลัก” ก่อนจะได้ “ตั้งนโยบาย” จริงๆ

ข่าวต่างประเทศ

: ปีใหม่นี้จะเหมือนซีรีส์ดราม่าโลก

ถ้าคุณคิดว่าการเมืองไทยปวดหัวแล้ว ลองหันไปดูโลกในปี 2026

บรรณาธิการ The Economist เล่าว่า ปี 2025 คือปีที่ระเบียบโลกเก่าพังลง และปี 2026 คือปีที่เราจะเห็น “หน้าตาโลกใหม่” ชัดขึ้น

โลกหลังยุคระเบียบเก่าเป็นยังไง?

การค้าระหว่างประเทศไม่ใช่เรื่องกติกา แต่เป็นเรื่อง “ดีล”

องค์กรระหว่างประเทศอ่อนแรง

พันธมิตรไม่ถาวร ผลประโยชน์มาก่อนมิตรภาพ

สหรัฐอเมริกาในยุคทรัมป์ (รอบใหม่) กลายเป็นประเทศที่ใช้ภาษีเป็นไม้เรียว

ใช้กำแพงภาษีเป็นเครื่องมือทางการทูต

และใช้คำว่า “ดีล” แทนคำว่า “หลักการ”

สำหรับไทย คำถามที่น่าปวดหัวคือ

“เรื่องภาษีการค้าของสหรัฐ จะถูกแยกออกจากปัญหาสงครามไทย-กัมพูชา หรือจะถูกจับมัดรวมเป็นแพ็กเดียว?”

คำตอบคือ… ยังไม่รู้

และความไม่รู้นี่แหละ คือสิ่งที่ทำให้นักลงทุนไม่กล้าขยับ และคนธรรมดาไม่กล้าใช้เงิน (เพราะเงินในกระเป๋าหดหาย)

โลกใบนี้กำลังไปทางไหน?

เผื่อเราจะได้ไปด้วย

ภาพใหญ่ของโลกในปี 2026 อาจเป็นแบบนี้

อเมริกาพยายามตั้งตัวเป็น “คนกลางสันติภาพ” แต่เลือกพื้นที่โดยมีเป้าหมายคือต้องตอบคำถามว่า “ฉันจะได้อะไรจากสันติภาพ?”

จีนเล่นเกมยาว เงียบ แต่ได้แต้ม

ยุโรปวุ่นกับการเมืองขวาจัด

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้อง “เลือกข้างแบบไม่เลือกข้าง”

ไต้หวันอาจไม่ได้รับการปกป้องชัดเจนเหมือนเดิม

ยูเครนอาจถูกปล่อยให้ยุโรปดูแลกันเอง

ลาตินอเมริกาจะโดนสหรัฐ “จัดหนัก” เพราะอยู่ใกล้บ้าน

ทั้งหมดนี้ส่งผลถึงไทยโดยตรงหรืออ้อม

เพราะโลกที่ไม่มั่นคงก็หมายถึงเศรษฐกิจที่คาดเดายาก

และเศรษฐกิจที่คาดเดายากก็หมายถึงชีวิตคนธรรมดาที่ต้องระวังทุกก้าว

แล้วคนไทยก็ต้องถามว่า

“ฉัน” จะอยู่ยังไงในปี 2026?

สําหรับ “ฉัน” ก็คงต้องเตรียมแผนสำหรับปีใหม่ไว้ด้วยคาถาชุดนี้

อ่านข่าวมากขึ้น แต่เชื่อน้อยลง

ใช้เงินอย่างมีสติ แต่ยังอยากกินของอร่อย

ติดตามการเมือง แต่ไม่ให้มันทำลายสุขภาพจิต

เพราะมันจะเป็นปีที่คำว่า “อดทน” กลับมาฮิตอีกครั้ง

ความหวังไม่ได้มาจากนโยบายใหญ่โต แต่มาจากเรื่องเล็กๆ ใกล้ตัว

การช่วยกันเองในชุมชน สำคัญกว่าการรอความช่วยเหลือจากข้างบน

คนไทยอาจไม่ได้คาดหวังปาฏิหาริย์จากรัฐบาลใหม่

แต่อยากเห็นอย่างน้อย “ปัญหาถูกยอมรับตรงไปตรงมา และแก้อย่างจริงใจและแบบไม่โกง”

แต่ข่าวดีเล็กๆ (ถ้าจ้องให้ละเอียดหน่อย)

ท่ามกลางความวุ่นวาย ปี 2026 ก็ยังมีข่าวดีซ่อนอยู่

เทคโนโลยีช่วยให้คนทำงานยืดหยุ่นขึ้น

คนรุ่นใหม่ตั้งคำถามกับอำนาจมากขึ้น

คนธรรมดาเข้าใจโลกซับซ้อนมากขึ้นกว่าสมัยก่อน

และที่สำคัญที่สุด

คนไทยยังไม่หมดอารมณ์ขัน

เรายังหัวเราะกับมีมการเมือง

ยังบ่นเศรษฐกิจไป กินหมูกระทะไป

ยังบอกตัวเองว่า “เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นแหละ…มั้ง”

สรุปแบบคนไม่อยากเครียดเกินไป

ปี 2026 จะไม่ใช่ปีง่าย

ไม่ใช่ปีรวย

ไม่ใช่ปีสงบ

แต่จะเป็นปีที่บังคับให้เราคิด บังคับให้เราปรับตัว และบังคับให้เราติดตามโลกมากกว่าที่เคย

ในโลกที่ผู้นำมหาอำนาจยังพูดว่า “God help us”

คนไทยธรรมดาอย่าง “ฉัน” ก็ได้แต่พูดว่า “ช่วยตัวเองให้รอดก่อน แล้วค่อยหวังว่าประเทศจะรอดไปด้วยกัน”

ไม่ใช่ปีแห่งความสบายใจ แต่ก็สิ้นหวังไม่ได้

มันเป็นปีแบบครึ่งๆ กลางๆ

ข่าวดีมีจริง แต่ต้องเพ่ง

ข่าวร้ายมีเยอะ และดังมาก

เศรษฐกิจไทย : โตช้า และยังเหนื่อย

สรุปแบบไม่หลอกตัวเอง

ข่าวร้าย : เศรษฐกิจฝืด การเมืองเหนื่อย โลกป่วน ชีวิตไม่ง่าย

ข่าวดี : โลกยังไม่พัง โอกาสยังมี คนธรรมดายังพอขยับได้ อนาคตยังเขียนใหม่ได้

ปี 2026 ไม่ใช่ปีแห่งปาฏิหาริย์

แต่เป็นปีแห่งการประคองตัว

ถ้าเราผ่านปีนี้ไปได้ โดยไม่หมดแรง ไม่หมดหวัง และไม่ทิ้งกัน

นั่นแปลว่าเราเก่งขึ้นกว่าปีที่แล้ว

แล้ว “ฉัน” จะปรับตัวอย่างไรเพื่อให้ “รอดและเผลอๆ อาจจะรุ่งได้ด้วย”?

ถ้าปี 2026 จะสอนอะไร “ฉัน” สักอย่าง ก็คงเป็นบทเรียนง่ายๆ ว่าอย่ารอปาฏิหาริย์ เพราะมันมาช้า แต่บิลมาทุกเดือน

เมื่อโลกไม่ใจดีเหมือนเดิม เศรษฐกิจไม่ช่วย และการเมืองไม่แน่นอน การปรับตัวจึงไม่ใช่ทางเลือกหรูๆ แต่เป็น “ทักษะจำเป็น” เหมือนหายใจ

อย่างแรก ต้องปรับ “ความคาดหวัง”

ไม่คาดว่ารัฐบาลจะมาแก้ทุกอย่าง

ไม่คาดว่าเศรษฐกิจจะฟื้นเร็ว

แต่คาดหวังกับตัวเองให้มากขึ้น ว่าวันนี้จะเก่งกว่าวานนี้นิดหนึ่งพอ

อย่างที่สอง ลงทุนกับสิ่งที่ไม่ถูกยึดไปง่ายๆ

ทักษะ ความรู้ สุขภาพ และความสัมพันธ์

เงินหายได้ งานเปลี่ยนได้

แต่คนที่เรียนรู้เป็น อยู่ได้นานกว่าเสมอ

อย่างที่สาม ใช้ชีวิตแบบ “กันพลาด” มีเงินสำรอง มีแผนสอง มีทางถอย

ไม่ใช่เพราะกลัวโลก แต่เพราะโลกไม่แน่นอน

อย่างที่สี่ เลือกเสพข่าวอย่างมีสติ

รู้พอจะตัดสินใจ

หยุดก่อนจะโกรธ

และไม่ให้ข่าวร้ายขโมยพลังชีวิตไปหมด

อย่างที่ห้า จะไม่อยู่คนเดียว

ปี 2026 ไม่เหมาะกับฮีโร่เดี่ยว

มันเหมาะกับคนที่มีเพื่อน มีครอบครัว และมีชุมชนเล็กๆ ให้พึ่งพา

สุดท้าย “ฉัน” จะเตือนตัวเองทุกวันว่า

การอยู่รอดไม่ใช่ความพ่ายแพ้

มันคือชัยชนะขั้นแรก

ถ้าปี 2026 ไม่มีปาฏิหาริย์

“ฉัน” ต้องสร้าง ความอึด ความยืดหยุ่น และสติ

นั่นคือการสร้างปาฏิหาริย์ของตัวเอง!



เนื้อหาที่ได้รับการโปรโมต

ยาใจคนเจ็บ: 4) แสงดาวแห่งศรัทธา
คิดต่อจาก 6 ตุลา (2) : ความชั่วร้ายเกิดขึ้นได้เพราะเราเฉยเมยต่อมันมาก่อน
‘อนาคตสังคมไทยในความชอบธรรมที่ล่มสลาย’ : ประวัติศาสตร์ของ ‘กำแพง’ ที่เพิ่งลบ
ทุนนิยม : จาก 2 ศตวรรษที่แล้วถึงโลกวันนี้ (1)
ไทยปฏิเสธสหรัฐ เรื่องความร่วมมือทางทหาร ทำไมตอนนี้
E-DUANG | ในความหยุดนิ่ง มีการเคลื่อนไหว ในการเคลื่อนไหว มีความหยุดนิ่ง
บทเรียนปฏิรูปราชการ บ้านอื่น : อะไรสำเร็จ? อะไรล้มเหลว?
ปฏิรูปปืนไทย ให้ตรงเป้า
ระบบยุติธรรมพัฒนาเกิน 120 ปี…วันนี้ยังถูกแทรกแซง
เลกเชอร์บาร์ : ความรู้ที่ปรุงให้เข้ากับวัฒนธรรมป๊อป
โปรดปราน สมานมิตร ผงาดนั่งผู้ว่าการ กกท. หญิงแกร่งค่ายหัวหมาก
อสังหาฯ เริ่มมีเชิงรุก