E-DUANG : ปฏิกิริยา ต่อ อนาคตใหม่ ไม่ว่าชอบ ไม่ว่าชัง ล้วนดี

เสียงชมเชยต่อเนื่อหาและท่วงทำนองการอภิปรายของ ส.ส.พรรค อนาคตใหม่กำลังกลายเป็นประเด็น “ร้อน” ในทางสังคม
ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายของ นายปิยบุตร แสงกนกกุล
ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายของ น.ส.พรรณิการ์ วานิช ไม่ว่าจะเป็นการอภิปรายของ น.ส.สิริกัญญา ตันสกุล
และโดยเฉพาะของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
และโดยเฉพาะของ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์
จุดเด่นเป็นอย่างมากมิได้อยู่ที่ท่วงทำนองและความสุภาพนุ่มนวล หากแต่อยู่ที่ความอัดแน่นด้วยเนื้อหาอันอิงอยู่กับข้อมูลซึ่งผ่านการคั้นกรองมาอย่างดี
เด่นชัดอย่างยิ่งว่า วิธีวิทยาและท่วงทำนองกำลังจะกลายเป็นเทคโนโลยีอย่างสำคัญในทางการเมือง
ท่ามกลางเสียงชมเชยจากรอบทิศทาง ไม่ว่าจะจากรัฐมนตรีบาง คน ไม่ว่าจะจาก ส.ว.บางคน แต่ก็มีเสียงติติงด้วยความห่วงใยดำรงอยู่อย่างหนักแน่นจริงจัง
เป็นเสียงติงในลักษณะที่ว่าอาจฟังดูเป็นวิชาการห่างไกลจากความรับรู้ของประชาชน
ประชาชนอย่างที่เรียกว่า “รากหญ้า”
คำว่า “วิชาการ” ในที่นี้คือการใช้ศัพท์แสงสูงๆ ฟังยาก เข้าใจยาก
สรุปตามภาษาซ้ายเก่าก็คือ ไม่มีลักษณะ”มวลชน”
โดยที่คำว่ามวลชนในที่นี้ก่อให้เกิดนัยประหวัดไปยังกรรมกร ชาวนาอย่างเป็นด้านหลัก
เท่ากับแสดงให้เห็นว่า ฐานทางการเมืองของพรรคอนาคตใหม่แตกต่างไปจากฐานทางการเมืองของพรรคการเมืองอื่นร่วม ยุคร่วมสมัย
ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ
เบื้องหน้าปฏิกิริยาทั้งที่เห็นด้วยซึ่งสะท้อนผ่านคำชม ทั้งที่ไม่เห็นด้วยซึ่งสะท้อนผ่านคำตำหนิ
ล้วนมีความหมาย มีความสำคัญ
ในฐานะที่พรรคอนาคตใหม่เข้าสู่แวดวงการเมืองได้เพียง 1 ปีเศษ ทั้งคำชม ทั้งคำตำหนิ จึงเป็นประโยชน์เป็นอย่างสูงหากนำไปสังเคราะห์
รักษาข้อดีและปรับแต่งจุดอ่อนและความบกพร่อง
