E-DUANG : เอกภาพ ระหว่าง บุ๋นกับบู๊ การเมือง สมาน การทหาร

การประชุมรัฐสภาในวาระ”นโยบายรัฐบาล”ระหว่างวันที่ 25 ถึงวัน ที่ 27 กรกฎาคม ได้ฉายให้เห็นการเคลื่อนขบวนใหญ่ 2 ขบวนจากพรรคฝ่ายค้านอย่างเด่นชัด
1 เป็นการเคลื่อนในแบบ”บุ๋น” 1 เป็นการเคลื่อนในแบบ”บู๊”
เราเห็นท่วงทำนองแบบ พล.ต.อ.เสรีพิสุทธิ์ เตมียเวส แบบ นายรังสิมันต์ โรม แบบ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร แบบ นายวัน อยู่บำรุง
ขณะเดียวกัน เราเห็นท่วงทำนองแบบ นายปิยบุตร แสงกนก กุล แบบ น.ส.พรรณิการ์ วานิช แบบ น.ส.จิราพร สินธุไพร แบบ นายสุทิน คลังแสง
การเคลื่อนขบวนอาจเริ่มจาก “บุ๋น” และทวีความดุเดือดเข้มข้นในแบบ”บู๊”
เมื่อประสาน”บู๊”เข้ากับ”บุ๋น”ก็ก่อให้เกิด”พลัง”
ความจัดเจนก่อความคิดรวบยอดให้เห็นว่า บุ๋น กับ การเมือง ไปด้วยกัน
ขณะที่ บู๊ เท่ากับ สงคราม การสู้รบ
แต่ในความเป็นจริง ไม่ว่า บุ๋น ไม่ว่า บู๊ สามารถประสานประสมให้กลมกลืนกันได้
ไม่จำเป็นต้องจำแนก แยกอย่างเด็ดขาด
อย่าลืมนิยามคลาสสิคที่ว่า สงครามคือความต่อเนื่องของการเมือง เพียงแต่ว่าเมื่อเป็นสงครามก็คือ การเมืองที่หลั่งเลือดพลีชีพเท่านั้น
ดังนั้น ภายในบู๊จึงมีบุ๋น ขณะเดียวกัน ภายในบุ๋นก็มีบู๊
เช่นเดียวกับ ภายในการเมืองก็มีเรื่องของการสู้รบ ภายในการสู้รบก็มีการเมืองดำรงอยู่
ไม่ว่านักการเมือง ไม่ว่านักการทหารจึงต้องสันทัดในการประสานระหว่างการเมืองกับการทหาร หรือระหว่างการทหารกับ การเมือง
พลันที่ประสานได้อย่างสร้างสรรค์ก็จะก่อให้เกิดปาฎิหาริย์
ไม่ว่านักการเมืองจากพรรคใด พรรคเก่าอย่างพรรคเพื่อไทย พรรคใหม่อย่างพรรคอนาคตใหม่
อาจจะเริ่มต้นจากบุ๋น อาจจะเริ่มต้นจากบู๊
แต่จากประสบการณ์และความเห็นจริงก็จะสัมผัสได้ว่าแท้จริงในบุ๋นมีบู๊ ในบู๊มีบุ๋น ปมเงื่อนอยู่ตรงที่ประสานอย่างไร
เมื่อประสานเป็นพัฒนาการก็จะย่อมจะตามมา
