E-DUANG : การเผยแสดง ของม็อบ คนรุ่นใหม่ จุดเดือด กดดัน พวกเขา ทนไม่ได้

ไม่ว่าจะติดตามการชุมนุมบนถนนราชดำเนิน เบื้องหน้าอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยในกรุงเทพมหานคร
ไม่ว่าจะติดตามการชุมนุมที่ประตูท่าแพ เชียงใหม่
ไม่ว่าจะติดตามการชุมนุมที่บริเวณหน้าหลักเมือง อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี
สัมผัสได้ในความแปลกใหม่ ไม่เหมือนเดิม
กล่าวสำหรับคนที่มีสมาร์ทโฟนอยู่ในมือพลันที่การจัดตั้งเวทีเริ่มขึ้นก็สามารถติดตามการเคลื่อนไหวเหมือนกับไปร่วมอยู่ในพื้นที่นั้นๆโดยอัตโนมัติ
นั่นเพราะมีการไลฟ์สดผ่านช่องทางต่างๆแพร่กระจายไม่เพียงในประเทศหากแต่ไปทั่วโลก
นี่ย่อมต่างไปจากการชุมนุมในสถานการณ์เดือนตุลาคม 2516 ต่างไปจากการชุมนุมในสถานการณ์เดือนพฤษภาคม 2535 หรือแม้ กระทั่งในสถานการณ์เดือนพฤษภาคม 2553
บทบาทของโซเชียลมีเดียมีเหนือกว่ามีเดีย”เก่า”อย่างสิ้นเชิง ไม่ว่าหนังสือพิมพ์ ไม่ว่าโทรทัศน์
ยิ่งกว่านั้น บรรยากาศของการชุมนุมยังเป็นการบรรยากาศของคนในวัยทีนเอจ นั่นก็คือ อายุ 10 ปีตอนกลาง และอายุ 20 ปีตอนต้นๆ
แม้กระทั่งคนในวัย 30 ก็ทำท่าว่าจะแก่
หากจะย้อนกลับไปเปรียบเทียบกับในสถานการณ์เมื่อเดือนตุลาคม 2516 อาจมีความใกล้เคียง แต่ก็เป็นความใกล้เคียงที่แม้แต่ นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล ก็ต้องยอมรับว่าแปลกไป
นี่เป็นเรื่องของ “ศูนย์กลางนักเรียนแห่งประเทศไทย” มากกว่าจะเป็นเรื่องของ”ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย”
ฟอร์มที่ปรากฏจึงเป็นการนุ่งกางเกง”ขาสั้น”
ความสดใสอันสำแดงผ่านสีหน้า ดวงตา หรือแม้แต่กังวานเสียงที่เปล่งออกมาชัดถ้อยชัดคำ
“ออกไป ออกไป”จึงมีความแตกต่างเหมือนกับเป็นคนละโลก
นี่ย่อมเป็นการเคลื่อนไหวที่มี”คนรุ่นใหม่”เป็นกำลังสำคัญ เป็นกลไกในการดำเนินการอย่างแท้จริง
ไม่ว่าน้ำเสียงอันเป็นปฏิกิริยามาจากกองทัพบก ไม่ว่าน้ำเสียงอันเป็นปฏิกิริยามาจากพรรคพลังประชารัฐ
ล้วนดำเนินไปในแบบ”ป้าเสรี” ล้วนดำเนินไปในแบบ”ลุงกนก”
เรียกอย่างล้อเลียนว่าเป็น”ม็อบมุ้งมิ้ง” ห่วงใยว่าพวกเขาถูกปลุกปั่นล่อลวงมาจากผู้ใหญ่บางคน กลุ่มการเมืองบางกลุ่ม
มองเห็นพวกเขาเป็น”ทารก” ไร้เดียงสาทางความคิด การเมือง
