E-DUANG : เสรีภาพ จักสมปอง ต้องต่อสู้ บทเรียน จาก 18 กรกฎาคม

ไม่ว่าบทบาทของอธิการบดีที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ไม่ว่าบทบาทของอธิการบดีที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ กำลังถูกแสง แห่งสปอตไลต์ฉายจับ
ฉายจับเหมือนบทบาทของ”เจ้าหน้าที่”ที่เข้าไปมีส่วนในการสกัดขัดขวางการเคลื่อนไหว
ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ทั้งในและนอกเครื่องแบบที่จังหวัดระยอง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าทั้งในและนอกเครื่องแบบที่แหลมแท่น ชลบุรี ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ที่จังหวัดแพร่
ในท่ามกลางความตื่นตัวลุกขึ้นมาของนิสิตนักศึกษาและนักเรียนอันเหมือนกับประกายไฟที่ไหม้ลามทุ่ง
ผลของการออกมาตรการ”เข้ม” ไม่ว่าจะจากอธิการบดี ไม่ว่าจะจากเจ้าหน้าที่ มิได้อยู่ที่ว่าสามารถออกมาเพื่อยับยั้งการเคลื่อนไหวหรือไม่หากแต่ยังอยู่ที่ว่าเมื่อออกมาตรการมาแล้วผลเป็นอย่างไร
ได้รับการยอมรับ ได้รับการปฏิบัติการ หรือเกิดปฏิกิริยาอย่างรุนแรงแข็งกร้าวตามมา
ตัวอย่างอันปรากฏผ่านคลิปที่จังหวัดแพร่เห็นชัดว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ไปคุกคามผู้ปกครอง นักเรียนก็เดินเข้าไปพบและทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่อย่างตรงตัว
ผลออกมาเป็นอย่างไร บรรดาผู้คนที่รับฟังจาก”คลิป”ย่อมมีบทสรุปของตนเอง
เหมือนกับคลิปความพยายาม”อุ้ม”ที่ระยอง
เหมือนกับคลิปถ่ายทอดให้เห็นปฏิกิริยาของนักเรียนและของประชาชนที่รุมล้อมเข้าไปโดยรอบเจ้าหน้าที่เพื่อมิให้ดำเนินการคุกคามต่อเด็กนักเรียนหญิง
ยิ่งสถานการณ์ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์และที่มหาวิทยา ลัยมหาสารคามยิ่งเข้มข้น เพราะในที่สุดนักศึกษาไม่เพียงเปล่งเสียง “ออกไป ออกไป”ให้กับรัฐบาล
หากในที่สุดปลายหอกก็พุ่งเข้าใส่ยอดอกของ”อธิการบดี”ในแต่ละมหาวิทยาลัย
ถามว่าเหตุใดท่าทีในการต่ออายุพรก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินล่าสุดจึงปรากฏท่าทีผ่อนปรนจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเด่นชัด
นั่นคือผลสะเทือนจากการลงบนถนนราชดำเนินของ”เยาวชนปลดแอก”เมื่อตอนเย็นของวันเสาร์ที่ 18 กรกฎาคม
นั่นคือบทสรุปจากสัจจะที่ว่า”เสรีภาพจักสมปองต้องต่อสู้”
หากไม่มีการรวมตัวกันของ”เยาวชนปลดแอก”ก็ไม่เกิดการรวมตัวกันของนักศึกษา ประชาชนที่ประตูท่าแพ ที่ศาลหลักเมือง อุบลราชธานี
