E-DUANG : วิถีแห่งกรรม ในยุคแห่ง ดิจิทัล ดำเนินไป เร็ว ยิ่งกว่าติดจรวด

ไม่ว่ากรณี”ไปต่อแถว ไปต่อแถว”อันเกิดขึ้นบริเวณหน้ากระทรวงศึก ษาธิการ ไม่ว่ากรณี”ตามหาลูกประยุทธ์”ที่กำลังคึกคักเป็นอย่างมาก ในเทรนด์ของทวิตเตอร์
เหมือนกับเป็นเรื่องส่วนตัว เพราะว่ากรณี”ไปต่อแถว ไปต่อแถว”สัมพันธ์กับ นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ
เพราะว่ากรณี”ตามหาลูกประยุทธ์” สัมพันธ์กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
กระนั้น ที่ไม่ควรมองข้ามอย่างเด็ดขาดก็คือ กรณี”ไปต่อแถว ไปต่อแถว” ไม่เพียงแต่สัมพันธ์กับ นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
หากแต่ยังสัมพันธ์กับธรรมนิยมในแวดวงการศึกษา ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นยังสัมพันธ์กับบทบาทในการเป่านกหวีดของ นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ในห้วงก่อนรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557
ตรงนี้เองที่เข้ามาสัมพันธ์กับ”ตามหาลูกประยุทธ์”โดยปริยาย
เพราะในระหว่างเป่านกหวีดบรรดา”แกนนำ”ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับ”ลูก”ของนายกรัฐมนตรีอีกหลายคนโดยเจตนา
ไม่จำเป็นต้องกล่าวถึงสภาพของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในห้วงแห่ง การเคลื่อนไหวก่อนและหลังรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 ว่าดำเนินไปอย่างไร
เธอถูกคุกคามแม้กระทั่งโยนคำว่า GAREE โยนคำว่า ตอแหล เข้าใส่
“น้องไปป์”ลูกชายคนเดียวก็ตกเป็น “เหยื่อ”
ถามว่าภายในการเคลื่อนไหวก่อนรัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภา คม 2557 นั้นบรรดา”แกนนำ”มวลมหาประชาชนกปปส.มีบทบาทร่วมด้วยมากน้อยเพียงใด
และภายหลังการรัฐประหารปฏิบัติการรุกไล่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทั้งผ่านสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ผ่านองค์กรอิสระ ดำเนินไปด้วยความเข้มข้นอย่างไร
เรื่องเลวร้ายเหล่านี้มีหรือที่ระดับนายกรัฐมนตรีอย่าง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มิได้รับรู้
จากนี้จึงเห็นอย่างเด่นชัดว่า ไม่ว่ากรณี”ไปต่อแถว ไปต่อแถว” ไม่ว่ากรณี”ตามหาลูกประยุทธ์” ล้วนมีรากฐานที่มาและวิถีแห่งการปรากฏขึ้นทั้งสิ้น
เรียกตามความเชื่อก็ต้องว่า เป็นไปตามกฎแห่งกรรม
ถึงเวลาที่ นายณัฎฐพล ทีปสุวรรณ ต้องชดใช้กรรม ถึงเวลาที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องชดใช้กรรม
