เหนือพรหมลิขิต? : โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

สถานีคิดเลขที่12/สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
———————-
เหนือพรหมลิขิต?
————————
ย่อมหงุดหงิดและรำคาญใจเป็นธรรมดา
เมื่อ 2 ป. คือ พล.อ.ประยุทธ์ จัทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ต้องมาคอยตอบคำถามสื่อ คำถามมวลชน ไม่ว่าฝ่ายเหลืองหรือแดง ว่า เข้าไปมีส่วนกับการพิจารณาคดีและพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือเปล่า
โดยพล.อ.ประยุทธ์ นั้น ถูกตั้งคำถามตรงๆจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เลยทีเดียว ระหว่างการแถลงปิดคดีด้วยวาจาในคดีโครงการจำนำข้าว
” ดิฉันใคร่ขอวิงวอนศาลได้โปรดพิจารณาพิพากษาคดีนี้ตามข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายและพยานหลักฐานที่เข้าสู่สำนวนโดยชอบและโดยสุจริต
ไม่รับฟังการชี้นำจากฝ่ายใด ๆ
แม้แต่หัวหน้า คสช. ผู้กุมชะตาและอำนาจรัฐ
ที่พูดชี้นำคนในสังคมเกี่ยวกับคดีเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ว่า ถ้าเรื่องนี้ไม่ผิดแล้ว จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาได้อย่างไร

ซึ่งคำพูดนี้ เป็นการชี้นำ เสมือนหนึ่งว่า มีการกระทำความผิดแล้ว ทั้ง ๆ ที่ศาลยังไม่ได้ตัดสิน”
ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ถูกตั้งคำถามฉวัดเฉวียนไป ฉวัดเฉวียนมา ว่ามีส่วนทำให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ น้องชาย รอดพ้นจากคดีสลายการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย 7 ตุลาคม 2551 หรือไม่
และกำลังถูกจับตาเขม็ง จาก”มวลชนคุ้นเคย”อย่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ว่า จะมีสัญญานใดๆส่งไปถึง ป.ป.ช. ไม่ให้อุทธรณ์ในคดีนี้หรือไม่
เหตุที่ลามไปถึงป.ป.ช. ทั้งที่ ที่ผ่านมา ป.ป.ช.เป็นผู้สอบคดีสลายกลุมพันธมิตรเอง และเป็นผู้จ้างทนายฟ้องเอง หลังอัยการสูงสุดไม่เห็นพ้อง
ป.ป.ช.ลุยสุดตัวมาแต่แรก เรื่องอุทธรณ์ จึงไม่น่าเป็นปัญหา
แล้วทำไม กลุ่มพันธมิตรจึงออกโรงมาขู่ให้ป.ป.ช.อุทธรณ์
ประเด็นนี้ต้องให้ พล.ต.อ.วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานป.ป.ช. ตอบ
และแน่นอน ไม่แคล้วที่จะโยงใยไปถึง พล.อ.ประวิตร อยู่นั่นเอง
ฤา นี่ เป็น “พรหมลิขิต” ให้ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร มาเผชิญกับข้อกล่าวหาอันฉกาจฉกรรจ์ เช่นนี้
เขียนไปไม่รู้ว่าผิดหรือเปล่า
เพราะว่ากันตามจริง สำหรับคณะรัฐประหารแล้ว คือ องค์รัฏฐาธิปัตย์ ที่ใหญ่เหนือกว่าสิ่งใดทั้งปวง
อุปมาอุปมัย ให้มีสีสันหน่อยก็อาจบอกได้ว่า ย่อมใหญ่เหนือพรหม คือเป็น”ผู้ลิขิตเอง” ไม่ใช่พรหมมาลิขิต
ด้วยความ”ใหญ่เบ้ง”นี้เอง
จึงทำให้ มึคนบางฝ่าย เชื่อว่า การผลิกผันของคดีต่างๆ ไม่ว่า คดีสลายกลุ่มพันธมิตรฯ คดีโครงการจำนำข้าว
ผู้มีอำนาจอาจ”ลิขิต”ให้ไปทางใดทางหนึ่งได้ ซึ่งก็คือ องค์รัฏฐาธิปัตย์ นี่แหละ
เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ในฐานะ หัวหน้าคณะรัฐประหาร เป็นองค์รัฏฐาธิปัตย์
เมื่อพล.อ.ประวิตร คือ”พี่ใหญ่”ของหัวหน้าคณะรัฐประหาร
จึงไม่แปลก ที่ ทั้งพล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร จะถูกลากดึงให้เข้าไปเกี่ยวข้อง กับสิ่งที่เกิดขึ้น
แม้ ทั้ง พี่น้อง 2 ป จะปฏิเสธเสียงแข็งอย่างไรว่าไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว ไม่ได้ไปชี้นำ
แต่ก็มีคำถาม กวนใจไม่หยุดหย่อน จะบอกว่าเป็น “ทุกขลาภ”ของผู้มีอำนาจ ก็คงว่าได้
อย่างไรก็ตาม “เกราะคุ้มกันภัย”ที่จะช่วยป้องกันจากข้อกล่าวหาเหล่านี้ พล.อ.ประยุทธ์ และพล.อ.ประวิตร ย่อมรู้ดีอยู่แล้ว
นั่นก็คือ หลังจากการยึดอำนาจ 22 พฤษภาคม 2557 มีคนบอกกับสังคมว่า เราเข้ามาเพื่อแก้ปัญหา เป็นกลาง ไม่เข้ากับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ซึ่งถ้าทำได้จริงตามนั้นก็ย่อมไม่นำไปสู่ความหวาดระแวงว่าจะเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง
คำถามก็คือ ที่ว่าเป็น”กลาง”นั้น กลางจริงหรือเปล่า?!?
———————
