E-DUANG : กระบวน การเลือกตั้ง ใน”กทม.” กับ ยุทธศาสตร์ ของ “ก้าวไกล”

ป้อบปูล่าร์ โหวต จากการเลือกตั้งเมื่อเดือนมีนาคม 2562 สะท้อนแนวโน้มอันกลายเป็นดัชนีชี้ทิศทางการเมืองในปัจจุบัน
เพราะพรรคอนาคตใหม่ได้มา 8 แสนกว่าคะแนน
อาจเป็นจำนวนไม่มากเมื่อเปรียบเทียบกับความเป็นจริงที่ในกทม.มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งมากกว่า 4 ล้านคน
กระนั้น จำนวน 8 แสนที่พรรคอนาคตใหม่ได้มา ไม่เพียงแต่จะได้ ส.ส.เขตจำนวนหนึ่งในพื้นที่เดิมของพรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย หากแต่ยังทำให้ได้ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อจำนวนมาก
แม้มองในขอบเขตทั่วประเทศพรรคอนาคตใหม่จะสู้พรรคเพื่อ ไทย พรรคพลังประชารัฐไม่ได้ แต่ในกทม.พรรคอนาคตใหม่ก็มาเป็น อันดับ 1
แม้จะมีความเชื่อหนึ่งที่ว่าคะแนนของพรรคอนาคตใหม่จำนวน ไม่น้อยเป็นเพราะพรรคไทยรักษาชาติถูกยุบ และไม่มีพรรคเพื่อไทย
กระนั้น จำนวน 8 แสนกว่าคะแนนก็เป็นของพรรคอนาคตใหม่
ในเมื่อพรรคก้าวไกลคือ”อวตาร”แห่งพรรคอนาคตใหม่นี้จึงย่อม เป็นความผูกพันอันต่อเนื่องมายังพรรคก้าวไกล
ยิ่งการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.งวดเข้ามาเป็นลำดับ ท่ามกลางการเสนอตัวลงสมัครอย่างเป็นอิสระของ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ จึงเกิดความ เห็นต่อปีกประชาธิปไตยให้ถอนตัวไม่ส่งคนลงสมัคร
เพื่อลดทอนการแข่งขันและเปิดทางให้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์
ยิ่งเมื่อข้อเสนอนี้ถูกปล่อยออกมาจาก”ภายใน”พรรคเพื่อไทย ก็ยิ่งทำให้เกิดแนวแห่ง”ขบวนประชาธิปไตย”กระทั่งกลายเป็นเหมือนกับยุทธศาสตร์ใหญ่ทางการเมือง
เพียงแต่เป็นยุทธศาสตร์ เพื่อไทย”แลนด์สไลด์”โดยอาศัยพลังนี้เข้ากดทับทิศทางในทางการเมืองของพรรคก้าวไกลให้กลายมาเป็นองคาพยพหนึ่งของยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย
แม้ฟังแล้วจะเฉียบและแหลมคม แต่ก็มีลักษณะมัดมือชก
หากพรรคก้าวไกลเพิ่งจะก่อรูปทางการเมือง ยุทธศาสตร์นี้ก็น่าล้าง หูน้อมรับฟัง แต่ความเป็นจริงก็คือ พรรคก้าวไกลคือความต่อเนื่องของพรรคอนาคตใหม่ซึ่งอยู่ในสนามตั้งแต่มีนาคม 2562
จึงแทบไม่มีเหตุผลอะไรที่จะให้พรรคก้าวไกลต้องหลีกทางให้กับบางพรรคที่แม้จะเป็นพันธมิตรหลวมๆกันอยู่ก็ตาม
เพราะทุกพรรคการเมืองเสมอภาคกันในพื้นที่ของการต่อสู้
