E-DUANG : การต่อสู้ ลักษณะ มาราธอน จาก ณัฐวุฒิ และ “ครูใหญ่”

บทสรุปจาก นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ และ “ครูใหญ่ ขอนแก่น” ที่ว่าการต่อสู้ของเยาวชนคนรุ่นใหม่ในนามของ”คณะราษฎร”เป็นการต่อสู้ในแบบ”มาราธอน”มากด้วยความแหลมคม
เป็นความแหลมคมจาก นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ ซึ่งเป็นแกนนำสำ คัญของคนเสื้อแดงตั้งแต่หลังรัฐประหาร 2549
เป็นความแหลมคมจาก “ครูใหญ่ ขอนแก่น” ซึ่งสะสมความ จัดเจนจากการต่อสู้กับกลุ่มดาวดิน สามัญชน ในพื้นที่มหาวิทยาลัย ขอนแก่นกระทั่งทะยานมายังแยกราชประสงค์ในปี 2563
สอดรับกับบทสรุปของ”ลูกไม้” อดีตศิษย์เก่าเกียมอุดมซึ่งให้สัม ภาษณ์เครือข่าย”มติชน”เมื่อแรกที่เอ็นทรานซ์เข้าไปยังคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า
“เราไม่ต้องการเปลี่ยน”คน” หากแต่ต้องการเปลี่ยน”ระบบ”
นั่นก็คือ เจาะทะลวงกระหน่ำเข้าไปยัง”โครงสร้าง”ที่ดำรงอยู่
อย่างยาวนานในสังคมไทย นั่นก็คือ การวิพากษ์และฟาดตรงไปยังสถานะแห่ง”รัฐราชการรวมศูนย์”
จึงมีความจำเป็นต้องใช้การต่อสู้แบบ”มาราธอน”มิใช่ร้อยเมตร
ในฐานะที่ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ เคยสัมพันธ์กับพรรคไทยรักไทย กับ พรรคพลังประชาชน กับพรรคเพื่อไทย กับพรรคไทยรักษาชาติ ต้อง ยอมรับว่าบทสรุปนี้มีจุดต่าง
เป็นจุดต่างและมีลักษณะยกระดับอย่างมีพัฒนาการมากกว่า การต่อสู้ในอดีตที่ผ่านมา
ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้เมื่อเดือนตุลาคม 2516 ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้เมื่อเดือนพฤษภาคม 2535 ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ของพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้ของกปปส.
บทสรุปของ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ จึงสอดคล้องคล้องรับไปกับ บทสรุปของเยาวชนที่สะสมความจัดเจนจาก”คณะราษฎร”
คำตอบของ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ รับกับ “ครูใหญ่ ขอนแก่น”
บทสรุปของ นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ บทสรุปของ “ครูใหญ่ ขอนแก่น”จึงไม่เพียงแต่เสนอต่อขบวนการการเคลื่อนไหวโดยองค์รวม หากแต่ยังเป็นคำถามไปยังพรรคการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ
ไม่ว่าจะเป็น”พลังประชารัฐ” ไม่ว่าจะเป็น”เพื่อไทย”
แม้ขณะนี้พรรคพลังประชารัฐจะอยู่ในกลุ่มกุมอำนาจ แม้ขณะนี้พรรคเพื่อไทยจะอยู่ในกลุ่มพรรคฝ่ายค้าน
เพราะพรรคการเมืองล้วนอยู่ภายใน”โครงสร้าง”ของสังคม
