E-DUANG : การยุติ การประกันตัว จำเลย ยุทธการถอย ภายใน”การรุก”

คำประกาศวางมือจากการขอประกันตัวจาก “ทนายด่าง” กฤษฎางค์ นุตจรัส ตามข้อเสนอจาก”จำเลยทั้ง 4”ที่ถูกคุมขังก่อนมีคำพิพากษา
เหมือนกับเป็นการถอย เท่ากับแสดงถึงการยอมจำนน ไม่ต่อสู้
บรรดาปรปักษ์ของ”จำเลยทั้ง 4”อาจตีปีกกู่ก้องร้องตะโกนว่าเป็นชัยชนะ เพราะสามารถสยบบรรดา”สามกีบ”ให้หมดสิ้นหนทางในการต่อสู้ลงได้
หากมองในทาง”รูปแบบ”อาจสามารถสรุปได้เช่นนั้น แต่หากมองในเชิง”อุดมการณ์”อาจกลายเป็นตรงกันข้าม
เป็นการถอยจริง แต่ก็แฝงลักษณะ”ถอยทางยุทธศาสตร์”
เพราะหากไม่มีลักษณะในทางยุทธศาสตร์ดำรงอยู่ภายในกระบวนการถอยคงไม่เกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างชนิดที่เรียกได้ว่าอึก ทึกครึกโครม
หลังคำประกาศของ”ทนายด่าง”ก็ได้กลายเป็นคำถาม นำไปสู่
การถกแถลงอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นในหมู่มิตร ไม่ว่าจะเป็นในฝ่ายตรงข้ามทางความคิด
ที่เคยประเมินว่า”ถอย”จึงถูกแปรไปสู่การ”รุก”อย่างมีนัยสำคัญ
อย่าลืมเป็นอันขาดว่าพรมแดนแห่งการต่อสู้ที่เกิดขึ้นและดำรงอยู่นับแต่เดือนกรกฎาคม 2563 เป็นต้นมา คือการต่อสู้ในพรมแดนทางความคิด จัดอยู่ในปริมณฑลด้าน”วัฒนธรรม”
เป็นการตั้งคำถามต่อประวัติศาสตร์ ต่อธรรมเนียม ความเชื่อ
จากความเห็นต่างในทางสังคม ในทางประวัติศาสตร์ เมื่อมีการถกเถียงโต้แย้งกันในโลกแห่งออนไลน์ก็ค่อยๆแปรไปสู่การแสดงออกในทางการเมือง
เริ่มจาก”เยาวชนปลดแอก”ประสานเข้ากับ”แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม” กระทั่งในที่สุดยกระดับขึ้นเป็น”คณะราษฎร 2563”ในเดือนตุลาคม
จาก 2563 ถึง 2564 จึงมีทั้งการรุก ทั้งการถอย ปรากฏขึ้น
ความพยายามของ”คณะราษฎร”ตลอดปี 2564 คือความพยายามที่จะให้มีการประกันตัว แต่เมื่อความพยายามนี้ไม่ประสบผลสำเร็จก็นำไปสู่การเปลี่ยนเป็นไม่ประตัวนั้นเองได้เกิดคำถาม
เป็นคำถามไปยังถระบวนการยุติธรรม เป็นคำถามไปยังสังคม เป็นคำถามไปยังชาวโลก
ความพยายามหาเหตุผลเพื่อตอบ”คำถาม”นั่นแหละคือการรุก
