E-DUANG : เพราะมี “ยิ่งลักษณ์” จึงมี “25 สิงหาคม”

กรณีการหายตัวไปของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กำลังให้ “บทเรียน” อันใหญ่หลวงยิ่งในทางความคิด และในทางการเมือง
ไม่ว่าจะต่อคนที่ “ชัง” ไม่ว่าต่อคนที่ “ชอบ”
คนที่ชังก็สะใจ ไชโยโห่ร้องกันอึกทึก คนที่ชอบก็หดหู่หมองหม่น ท้อแท้หมดกำลังใจ
ราวกับ “เรื่อง” ได้ “จบ”
ราวกับสถานการณ์การหายตัวไปในวันที่ 25 สิงหาคม จะยุติทุกเรื่องราวลงไปอย่างสิ้นเชิง
ทั้งๆที่ในความเป็นจริง กลับตรงกันข้าม
เพียง 1 วัน อาการต่างๆที่ปรากฏในทางสังคมก็เริ่ม “พลิกกลับ” ไม่ว่าในด้านของคนที่ “ชัง” ไม่ว่าในด้านของคนที่ “ชอบ”
ตรงนี้คือลักษณะแห่ง”อนิจจัง”ไม่เที่ยงแท้ ไม่แน่นอน
ที่คิดว่า “จบ” จากการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ไม่เพียงแต่ไม่เข้าใจหลักแห่ง “อนิจจัง”
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากก็คือ ไม่เข้าใจหลักแห่งอิทัปปจย ตา ไม่เข้าใจหลักแห่งปฏิจจสมุปบาท
ภาวะที่มีอันนี้ อันนี้ เป็นปัจจัย
นั่นก็คือ “เมื่อมีสิ่งนี้,สิ่งนี้จึงมี” นั่นก็คือ “เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น,สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น”
เป็นปัจจยาการ หรือ ความต่อเนื่อง สัมพันธ์
ทั้งๆที่หลายคนเป็น “พุทธศาสนิก” แต่เมื่อไม่ตระหนักในหลักแห่ง “อนิจจัง” เมื่อไม่ตระหนักในหลักแห่งความสัมพันธ์และยึดโยงกันของสรรพสิ่ง
ก็ไม่เข้าใจสถานการณ์การหายตัวไปของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
วิธีคิดที่รวบรัดว่าหากทำอย่างนี้ก็จะยุติเรื่องอย่างนี้ ทำให้ลืมและมองข้าม “เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น,สิ่งมีจึงเกิดขึ้น”
ขอให้ย้อนกลับไปยัง “รัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549”
ขอให้ย้อนกลับไปยัง “รัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557”
เหมือนกับว่ารัฐประหารเมื่อเดือนพฤษภาคม 2557 คือ การปิดเกมที่ล้มเหลวจากรัฐประหารเมื่อเดือนกันยายน 2549 และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คือปัจจัย 1
หารู้ไม่ว่าปัจจัย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร จะนำไปปัจจัยอะไรตามมาอีก
