E-DUANG : ภาพงาม จาก จิราพร สินธุไพร ภาพแกร่ง จาก รังสิมันต์ โรม

ไม่ว่าบทบาทของ น.ส.จิราพร สินธุไพร ที่หยิบประเด็น”เหมืองทอง” มาอภิปราย ไม่ว่าบทบาทของ นายรังสิมันต์ โรม ที่หยิบประเด็นการ ค้ามนุษย์มาอภิปราย
เร้าความสนใจในทางการเมืองเป็นอย่างสูง ยกระดับกลายเป็น เทรนด์ติดอันดับทางสังคมอย่างร้อนแรง
ชื่อของ น.ส.จิราพร สินธุไพร ยืนอยู่แถวหน้าในพรรคเพื่อไทย
ชื่อของ นายรังสิมันต์ โรม ได้รับการเรียกขานและประสานเข้ากับบทบาทที่เคยเคลื่อนไหวในห้วงแห่งการเป็นนักศึกษา ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ทั้งๆที่กรณีเหมืองทองเกิดขึ้นตั้งแต่รัฐบาล นายทักษิณ ชินวัตร ทั้งๆที่กรณีการค้ามนุษย์มากับการไหลบ่าของชนเผ่าโรฮิญยาในรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
เพียงแต่ทั้งเรื่องของเหมืองทอง ทั้งเรื่องของการค้ามนุษย์ร้อน
แรงอย่างเร่งเร้าห้วงหลังรัฐประหารเดือนพฤษภาคม 2557 ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ภาระอันทรงความหมายนี้จึงตกอยู่บนบ่าของ”คนรุ่นใหม่”
ไม่ว่าจะมองผ่านเงาร่างอันบอบบางของ น.ส.จิราพร สินธุไพร ไม่ว่าจะมองผ่านเงาร่างอันบึกบึนของ นายรังสิมันต์ โรม ทั้ง 2 ล้วนเป็นคนรุ่นใหม่
ถามว่าเพียงเพราะความเป็น”คนรุ่นใหม่”เท่านั้นหรือที่ทำให้ทั้ง 2 มีบทบาทและไปยืนอยู่ ณ แถวหน้า
หากประเมินผ่านการแสดงบทบาทของ”คนรุ่นใหม่”นับแต่การ เคลื่อนไหวของ”เยาวชนปลดแอก” ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ เดือนกรกฎาคม 2563 ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น
กระนั้น การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคเพื่อไทยก็สำคัญ เช่นเดียวกับการเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่กระทั่งต่อยอดมาเป็น
พรรคเพื่อไทยก็ได้กลายเป็น”เนื้อดิน”อันดีในทางการเมือง
ภาพอันงดงามในการประสานบทบาทและเนื้อหาจึงไม่เพียงแต่สัมผัสได้จากกรณีของ “โรคระบาดหมู”ระหว่าง นายวิสุทธิ์ ไชยรุณ กับ นสพ.ปดิพัทธ์ สันติธาดา เท่านั้น
หากกรณี น.ส.จิราพร สินธุไพร กับ นายรังสิมันต์ โรม ก็เด่นชัด
เป็นความเด่นชัดไม่เพียงในเชิงปัจเจกบุคคล หากเป็นความเด่นชัดที่ทำให้พรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลแนบชิดต่อกัน
เป็นพรรคที่”แยกกันเดิน”และสามารถ”ร่วมกันตี”ได้อย่างดี
