E-DUANG : กรณี เนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล อารมณ์ ของ ประชาคม”จุฬาฯ”

คำสั่งลงโทษทางวินัยต่อ นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล จากฝ่ายบริหารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยอัตโนมัติ
เป็นอัตโนมัติอันทำให้ นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล ต้องพ้นไป จากตำแหน่ง”นายกองค์การบริหาร”
นำไปสู่บทสรุปว่านี่คือการรัฐประหารภายในของจุฬาฯ
ที่เรียกว่าเป็นรัฐประหารเพราะว่าการได้มาซึ่งตำแหน่งนายกองค์การบริหารของ นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล เป็นการได้มาจาก กระบวนการเลือกตั้ง
มีสมาชกแห่งประชาคมจุฬาลงกรณ์มากกว่า 10,000 คนลงคะ แนนเสียงเลือก นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล เท่ากับเขาได้”อาณัติ”มาจากสมาชิกแห่งประชาคม
ขณะที่ฝ่ายบริหารของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใช้อำนาจทาง
การบริหารตัดสินความผิดของ นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล ในทางวินัยแล้วทำให้เขาต้องพ้นไปจากตำแหน่งโดยปริยาย
นี่คือกระบวนการ”นิติสงคราม”ภายใน”สถาบันการศึกษา”
ในเมื่อ นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล มีรากฐานการได้ตำแหน่งบริหารมาจากการตัดสินใจเลือกของสมาชิกแห่งประชาคม การสั่ง ปลด นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล จึงอยู่ในสายตาของประชาคม
คำถามจากการตั้งข้อสังเกตของ นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพศาล จึงเท่ากับเป็นการถามต่อประชาคมจุฬาฯ
จึงเป็นอีกครั้งหนึ่งที่แต่ละกระบวนการของประชาคมจุฬาฯ ไม่ว่าจะมาจากฝ่ายบริหาร กับ ฝ่ายขององค์การบริหารนิสิต จะอยู่ในการติดตามอย่างใกล้ชิดของชุมชน
เท่ากับฝ่ายบริหารได้โยนให้กรณีของ นายเนติวิทย์ โชติภัทรไพ ศาล ให้กลายเป็นประเด็นและวาระของประชาคมขึ้นมา
คำถามจึงอยู่ที่ว่า”ทิศทาง”จะ”ดำเนิน”ไปอย่างไร
นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปจึงก่อให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างฝ่ายบริ หารของมหาวิทยาลัย กับ องค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโดยปริยาย
โดยมีสมาชิกแห่งประชาคมจุฬาลงกรณ์เฝ่าดูอย่างเกาะติด
ปมเงื่อนอยู่ที่อารมณ์ของสังคม ไม่ว่าจะเป็นสังคม”ภายใน”และสังคม”ภายนอก”มหาวิทยาลัยจะรู้สึกและแสดงออกอย่างไร
นี่ย่อมเป็นจังหวะก้าวอันแหลมคมและสำคัญในทางความคิด
