E-DUANG : ชัยชนะ ยูเครน เหนือกว่า รัสเซีย ชัยชนะ ความคิด เหนือ สงคราม

เพียง 48 ชั่วโมงในการตัดสินใจส่งกำลังรบเข้าไปในพื้นที่ของยูเครน ปฏิมาอันแข็งแกร่ง เหี้ยมหาญ ของ วลาดิมิร์ ปูติน ที่สะสมมาอย่าง ยาวนานก็พังทลายราวปราสาททรายต้องคลื่น
บทเรียนแรกสุดที่เข้ามาท้าทายก็คือ ความไม่สามารถในการพิชิตและยึดครองยูเครนได้ตามคำประกาศ
แม้จะมีกำลังพลเหนือกว่า แม้จะมีกำลังอาวุธเหนือกว่า
กระแสโต้กลับอย่างฉับพลันทันใดที่ท้าทายต่อมหาอำนาจระดับรัสเซีย และต่อความเป็นผู้นำเหี้ยมหาญ ดุดันในแบบของปูตินกลับมาจากเหตุผลและความชอบธรรมในการทำสงคราม
แม้จะอ้าง”ประวัติศาสตร์” ตั้งแต่ยุคพระเจ้าซาร์ ตั้งแต่ยุคสหภาพโซเวียต ตั้งแต่ยุคที่เผชิญกับสงครามเย็นอย่างต่อเนื่องและ ยาวนาน แต่ก็มิอาจสร้างความชอบธรรม
เนื่องจากปฏิบัติการของรัสเซียภายใต้คำสั่งการของปูตินได้ก่อ
ให้เกิดสงครามรุกราน ตามคำนิยามของ วี.ไอ.เลนิน อันเป็นเรื่องเดียวกับสงครามที่ไม่เป็นธรรมโดยอัตโนมัติ
ตรงนี้เองคือรากฐานแห่ง”ความคิด”ที่นำไปสู่การต่อต้านรุนแรง
รัสเซียจึงไม่เพียงแต่ประเมินกำลังของยูเครนต่ำกว่าความเป็นจริง หากปูตินเองก็มองภาพของเซเลนสกี้อย่างเห็นเป็นตัวตลก เป็นไอ้โง่ ทางการเมืองที่”ชักศึกเข้าบ้าน”
จากพื้นฐาน”ความคิด”เช่นนี้เองจึงเห็นว่ายูเครนไม่น่าจะต่อต้านกำลังของรัสเซียได้
ไอ้โง่อย่างเซเลนสกี้ก็ย่อมจะเป็น”ตัวตลก”น่าสมเพช เวทนา
พลันที่เซเลนสกี้ไม่ยอมขานรับคำเชิญจาก โจ ไบเดน ให้เดินทางไปลี้ภัยยังสหรัฐอเมริกา พลันที่เซเลนสกี้สวมชุดเกราะเดิน เคียงบ่าเคียงไหล่กับนายพลทหาร
ประกาศพร้อมพลีชีพเพื่อสู้กับการรุกรานเข้ามาของรัสเซีย ไม่ กลัวยาก ไม่กลัวตาย สถานการณ์ก็พลิกผันเป็นหนังคนละม้วน
หากมองผ่านอาวุธยุทโธปกรณ์ยูเครนไม่อาจต่อกรกับรัสเซียได้อย่าง เด่นชัด แต่หากมองจากการยืนหยัดและการหนุนช่วยจากนานาอารยะประเทศยูเครนครองสถานะเหนือกว่า
ในสมรภูมิ”โซเชียล มีเดีย” ชัยชนะตกเป็นของ”ยูเครน”เบ็ดเสร็จ
ความชอบธรรมของรัสเซียเหลือน้อยนิด ขณะที่ความเห็นใจไหลเทไปยังยูเครนอย่างคึกคัก หนักแน่น
ใครเป็น”ผู้ร้าย” ใครเป็น”พระเอก”แทบไม่มีความสงสัยอีกแล้ว
