E-DUANG : วิภาษวิธี แห่งสงคราม ยูเครน ภาวะ พลังเก่า ถูกโค่นทำลาย

ผลสะเทือนจากสถานการณ์ “รัสเซียรุกรานยูเครน”เหมือนกับเป้า หมายใหญ่จะอยู่ที่ประธานาธิบดีปูตินแห่งรัสเซียอย่างเป็นด้านหลัก
แต่การดำรงอยู่ของประธานาธิบดีปูตินดำรงอยู่อย่างมีหลังพิง
การเกาะก่ายกับ”หลังพิง”อันเป็นวาสนาในทางความคิดนั้นเอง ที่ก่อให้เกิดปฏิบัติการในทางการเมืองอันสร้างความเสี่ยงเป็นอย่างสูงตามมา
เป็นความเสี่ยงต่อสถานะของ”ยูเครน”ในฐานะประเทศ เป็นความเสี่ยงต่อสถานะของ”ซาเลนสกี้”ในฐานะเป็นประธานาธิบดี
ขณะเดียวกัน ในเมื่อปูตินเติบใหญ่อยู่ในสังคมโซเวียตซึ่งเคยมี ความเชื่อในลัทธิมาร์กซ์ ลัทธิเลนิน ตั้งแต่ยังเป็นสันนิบาตเยาวชน ก็ ย่อมหนีไม่พ้นไปจากหลักวิภาษวิธี และวัตถุนิยมทางประวัติศาสตร์
ภายในแรงสะเทือนต่อยูเครน ภายในแรงสะเทือนต่อเซเลนสกี้ ก็ย่อมมีแรงกระทบต่อรัสเซีย และยังมีแรงกระทบอย่างยากเลี่ยง
นั่นก็คือ ต่อสถานะและการดำรงอยู่ของ”ปูติน”ไปด้วย
นับแต่ตัดสินใจออกคำบัญชาให้กองทัพรัสเซียรุกเข้าไปในยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ สถานะและการดำรงอยู่ก็ดำเนินไปตามกฎแห่งวิภาษวิธีอย่างเคร่งครัด
หากมองกองทัพรัสเซียอย่างยึดโยงกับความแข็งแกร่งแห่งกองทัพของสหภาพโซเวียตย่อมน่าเกรงขามเป็นอย่างยิ่ง
สายตาโลกมองไปยังการกรีฑาทัพของรัสเซียอย่างเห็นในความ ฮึกห้าวเหิมหาญและทำนายไม่ยากถึงภาวะแหลกละเอียดที่จะเกิดขึ้นในดินแดนของยูเครน
แต่ภายในการดำรงอยู่ของยูเครนก็มีความแข็งแกร่งจากจิตใจรักชาติ ความเด็ดเดี่ยวของเซเลนสกี้ที่ส่งผ่านไปยังประชาชนกลายเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กเหมือนกับที่เคยต้านนาซี
จึงสามารถยืนหยัดผ่านเส้นตายที่จะถูกบขยี้ภายใน 48 ชั่วโมง มาได้ท่ามกลางความตื่นตลึงของสายตาในทาง”สากล”
ความกล้าหาญในลักษณะ”รวมหมู่”อันประกาศก้องจากยูเครนนั้นทำให้สายตาที่มองรัสเซีย มองปูตินเกิดการแปร เปลี่ยน
จิตวิญญาณ”การปฏิวัติส้ม”อันเคยปะทุขึ้นเมื่อปี 2004 ได้พลิกฟื้นเหมือนอาการทะยานของ”นกฟินิกซ์”ขึ้นโดยพลัน
กลายเป็นอารมณ์”ร่วม”สะท้อนความต้องการแห่งยุคสมัยขึ้น
