เกียรติ”พลเมือง” : โดย สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

สถานีคิดเลขที่ 12 /สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
—————
เกียรติ”พลเมือง”
——————-
แบกเอา “เกียรติอันยิ่งใหญ่” จาก “ทำเนียบขาว” กลับมาไทย แล้ว
หวัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะช่วย “เคลียร์” อะไร-อะไร ที่ มันคลุมเครือ จากสหรัฐ ให้ชัดเจนขึ้นด้วย
เช่น ข้อสงสัยของ นสพ.วิวัฒน์ พงษ์วิวัฒนชัย อุปนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ
“อยากให้รัฐบาลแถลงข่าวผลการเจรจาเป็นอย่างไร กระแสข่าวมาถึงกลุ่มผู้เลี้ยงสุกรนั้นมาหลายทิศทาง ไม่ชัดเจน จนเกิดความวิตกต่างๆ”
อาทิ ไทยไม่ได้ปฏิเสธให้นำเข้าหมูจากสหรัฐ แต่ให้ 2 ฝ่ายจัดตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อพิจารณาในรายละเอียดและมาตรการเยียวยาหลังนำเข้าหมู
ถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเท่ากับ “ประตู” แง้มเปิดแล้ว
“อยากให้รัฐบาล ชี้แจงให้เกิดความกระจ่าง อย่าให้เหมือนข่าวเลือกตั้ง และซื้ออาวุธ ที่ไม่ชัดเจนว่าอย่างไร” นสพ.วิวัฒน์ ย้ำ
ที่ว่า “การเลือกตั้ง” ไม่ชัดเจนนั้นก็เพราะจากเอกสาร “ถ้อยแถลงร่วมกัน ระหว่างพล.อ.ประยุทธ์ กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ทำเนียบขาว กรุงวอชิงตัน เมื่อ 2 ตุลาคม 2560 (หน้า 2 มติชนรายวัน วันพุธที่ 4 ตุลาคม 2560)ระบุว่า
“8.ในการตระหนักถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทยต่อสหรัฐอเมริกาและภูมิภาค ประธานาธิบดีทีรัมป์ได้แสดงความยินดีที่ไทยยังคงยึดมั่นตามโรดแมป เมื่อมีการตรากฎหมายลูกตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแล้ว ก็จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรมในปี 2561”
สิ่งปรากฏเป็นลายลักษณ์ ชัดเจนว่า การเลือกตั้ง จะมีขึ้นในปี2561
แต่พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนว่า
“ในปีหน้าเราจะประกาศวันเลือกตั้งออกมา โดยไม่มีการเลื่อนใดๆทั้งสิ้น เมื่อประกาศแล้วก็จะมีกรรมวิธีของการเลือกตั้ง คือนับไปอีก 150 วันตามกฎหมาย หลังจากประกาศ”
พล.อ.ประยุทธ์ ขยายความในเวลาต่อมาว่า คงจะประกาศวันเลือกตั้ง ได้ราวเดือนพฤศจิกายน 2561 ซึ่งหากบวกกับกรรมาวิธีดำเนินการอีก 150 วัน การเลือกตั้งก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น ในปี 2561
ต้องเป็น ปี 2562 ซึ่งไม่ตรงกับ “เอกสารถ้อยแถลงร่วมกัน” ที่ระบุว่า การเลือกตั้งจะมีขึ้นในปี 2561
คงต้องไปเคลียร์กับสหรัฐ ให้เข้าใจล่ะว่า ใครเข้าใจผิด ใครเข้าใจถูก
และแม้ จะมีการเลือกตั้ง ในปี 2562 ก็ใช่ว่าเราจะได้รัฐบาลใหม่ ช่วงต้นปี 2562 อย่างที่ คนในรัฐบาล พยายามชี้นำ
เพราะดูจากกระบวนการต่างๆแล้วมีขั้นตอนอีกหลายขั้นตอน
จนไม่แน่ใจว่าต้องยืดไปถึงกลางหรือปลายปี 2562 โน่นนั่นแหละ เราถึงจะได้นายกฯและรัฐบาลใหม่
กว่า รัฐบาลคสช. จะปล่อยมือ ให้รัฐบาลใหม่ ก็อาจครองประเทศร่วม 5 ปีเลยทีเดียว
และอาจไม่ใช่เพียงเท่านั้น
เพราะเราก็ได้เห็นการแพ้วถางทางไว้แล้ว และนั่นอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เราอาจได้รัฐบาลใหม่ช้า
ด้วยอย่างที่ทราบกัน พล.อ.ประยุทธ์ อยากจะสะสางงานที่คั่งค้างต่อ
แต่มีเงื่อนไขสำคัญ คื่อ ไม่ลงเลือกตั้ง
รวมทั้ง คงไม่ยินยอมให้พรรคการเมืองใด พรรคการเมืองหนึ่ง ชูเป็นผู้เสนอชื่อ ชิง “นายกฯ” ตามที่รัฐธรรมนูญ 2560 กำหนด
หากพล.อ.ประยุทธ์ จะสืบอำนาจต่อ ต้องมาใน ฐานะ “คนนอก” เท่านั้น และต้องได้เสียง สองใน สาม ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรและวุฒิสภาสนับสนุน
จึงจะสง่างาม สมศักดิ์ศรี
ซึ่งการจะไปให้ถึง จุดนั้นได้ ต้องผ่านขบวนการต่างๆมากมาย ทั้งในและนอกสภา
ต้องใช้เวลา และ พละกำลังพิเศษเข้าช่วย อย่างมากมาย
ดังนั้น ที่หวังว่าเลือกตั้งเสร็จเราจะได้นายกฯเลยนั้น คงไม่ใช่
ต้องมีพิธีกรรม ต่างๆอีกมากมาย แค่ให้จบลงในปี 2562 ได้ก็ถือว่าเร็วแล้ว
เกมแห่งอำนาจจึงยืดเยื้อ เลยต้องมาไล่เบี้ยให้รำคาญใจอยู่เช่นนี้
เพราะเกียรติอันยิ่งใหญ่ของพลเมือง คือ “การเลือกตั้ง” นั่นเอง
————
