E-DUANG : ทำไมมาตรการ “รุก” จึงกลายเป็น “ตั้งรับ”

เหมือนกับการตัดสินใจสนธิกำลัง พลเรือน ตำรวจ ทหาร เข้าไปจัดการการเคลื่อนไหวของชาวสงขลา-ปัตตานี ไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน
จะเป็นการ “รุก” ตัดไฟแต่ต้นลม
1 เพื่อไม่ให้ขบวนของชาวบ้านไปสร้างบรรยากาศไม่ดีให้กับการประชุมครม.สัญจร
1 เพื่อสยบปัญหา
เห็นได้จากพร้อมกับการสนธิกำลังพลเรือน ตำรวจ ทหาร เข้าจัดการกับขบวนของชาวบ้าน ที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ปัตตานี ก็เปิดตัวกลุ่มเครือข่าย”พัฒนาเทพา” ประสานกับการเสียดสีไปยัง”แบมุส”อย่างคมคายจาก”โฆษก”
เหมือนกับจะเป็นการ “รุก” แต่ความจริงไม่ใช่
คล้อยหลังเพียง 1 วันสิ่งที่เคยประเมินและคาดหมายว่าจะเป็นการรุกและสยบปัญหา
กลับกลายเป็นการสร้างปัญหา
ยิ่งเห็นภาพของแกนนำที่ถูกจับกุม 15 คนถูกร้อยด้วยตรวนที่แขน ยิ่งสร้างความสะเทือนใจไปถึง”สหประชาชาติ”
ขณะที่แม้ต้องการสยบ กดข่ม
แต่พลันที่ 15 แกนนำในชุดเขียวชูแขนขึ้นที่สูงประสานพลังกันให้เป็นที่ปรากฏ
โซ่ตรวนที่ร้อยรัดก็แทบแตกสลายโดยอัตโนมัติ
ยิ่งเมื่อภรรยา”แบมุส”ซึ่งเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยสงขลา
นครินทร์ ออกมาเปิดเผยความเป็นจริงอันเกี่ยวกับ”แบมุส”
ยิ่งกระทบต่อสถานะและเกียรติภูมิ”โฆษก”
ต้องยอมรับว่าการคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพามากด้วยความละเอียดอ่อน
นี่มิได้เป็นเรื่อง”การเมือง”อย่างที่เข้าใจ
ตรงกันข้าม เป็นเรื่องของ “ชุมชน” เป็นเรื่องอันสัมพันธ์กับ”สิ่ง แวดล้อม” อย่างแนบแน่น
“มวลชน”ที่เข้าร่วมก็เป็นคนใน”พื้นที่”และที่เห็นอกเห็นใจ
การสนธิกำลังตามความเคยชินระหว่าง”พลเรือน ตำรวจ ทหาร” หรือ “พตท.”ตามกระบวนการของกกล.รส.และกอ.รมน.จึงกลายเป็นความแปลกแยก
ที่คิดว่า”รุก”จึงแปรเปลี่ยนเป็น “ตั้งรับ”
